
กกต.พร้อมรับเรื่องให้สอบ"ยิ่งลักษณ์"
"เลขาฯกกต."เผยพร้อมรับเรื่องร้อง"ยิ่งลักษณ์" ชี้ทุกฝ่ายต้องการเอาชนะ แนะขอให้ทุกคนยืดผลประโยชน์ของชาติ "กัลยา"เชื่อความเป็นหญิงยิ่งลักษณ์ไม่พอชนะเลือกตั้ง
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง วันที่ 8 มิ.ย.นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ (คตส.) และนายแพทย์ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำเสื้อหลากสี ที่ออกมาระบุจะให้ดำเนินการสอบสวนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย ว่า เบื้องต้นจะต้องดูว่าเข้าองค์ประกอบใดหรือไม่ ยืนยันว่า กกต.ต้องทำทุกอย่างด้วยความระมัดระวังในช่วงที่มีการแข่งขันรุนแรง หากพรรคเพื่อไทยร้องมา กกต.ก็จะดำเนินการพิจารณาตามปกติ
เมื่อถามว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการเหมาะสมหรือไม่ เลขากกต. กล่าวว่า ยังไม่สามารถสรุปได้ เพราะทุกพรรค ทุกฝ่าย ต่างก็ต้องการเอาชนะด้วยกันทั้งนั้น แต่อยากให้ยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อมั่นว่าระบบไม่มีปัญหา แต่ถ้าจะมีปัญหาคือข้อผิดพลาดของบุคคลที่พยายามโยงเพื่อทำลายระบบ ตนเชื่อว่าทุกคนที่เข้ามาในสนามเลือกตั้งมีความเชื่อมั่นในระบบ และผู้ตัดสินในระดับหนึ่งแล้ว หากสังคมมีสติและมองถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติก็จะฝ่าฝันวิกฤติไปได้
กัลยาเชื่อความเป็นหญิง“ยิ่งลักษณ์”ไม่พอชนะเลือกตั้ง
คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ผู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 7 พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยกล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์เกี่ยวข้องกับนพ.ตุลย์ และนายแก้วสรรว่า เป็นเรื่องปกติที่พรรคเพื่อไทยจะกล่าวหา แต่แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ทุกคนก็ได้ปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง พรรคไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว และส่วนตัวที่เป็นผู้หญิงเชื่อว่าการตรวจสอบน.ส.ยิ่งลักษณ์ จะไม่ส่งผลตีกลับทำให้คะแนนของพรรคเพื่อไทยเพิ่มมากขึ้น ถึงแม้ว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ จะใช้ความเป็นผู้หญิงในการเรียกคะแนนสงสาร เพราะประชาชนเข้าใจได้ว่าในทางการเมืองการต่อสู้ไม่มีคำว่าหญิงหรือชาย แต่เป็นการแข่งขันทำความดีให้กับประชาชนส่วนใหญ่มากกว่าการทำเพื่อใครเพียงคนใดคนหนึ่ง และการที่น.ส.ยิ่งลักษณ์จะไปร้องให้บนเวทีปราศรัยครั้งแรก ๆ ก็คงจะไม่สามารถการแก้ปัญหาอะไรได้ เพราะที่สำคัญที่สุดของการแก้ปัญหาคือการเป็นคนดี
วอนพรรคการเมืองอย่าระแวง"กกต."
นายสุทธิพล กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยเตรียมยื่นเรื่องร้องเรียนการทุจริตการเลือกตั้ง ว่า เมื่อมีการร้องเรียนกกต.ก็ต้องพิจารณา ว่า มีการฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ อย่างไรก็ตามช่วงนี้ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะแข่งขันเลือกตั้งทุกครั้งจะมีเรื่องร้องเรียนเข้ามาเป็นจำนวนมาก ไม่ใช่เฉพาะพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่จะมีมาทุกฝ่าย ไม่เว้นแม้แต่กกต.ก็ยังถูกร้องเรียน ยืนยันว่า กกต.ยึดตามกรอบกฎหมาย และจัดการเลือกตั้งด้วยความเป็นธรรม สุจริต หากผู้ใดหาเสียงเกินเลยเข้าข่ายมีความผิดต้องต้องเตือน เพื่อป้องกันไม่ให้ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายมองว่า ระเบียบกติกาของกกต.หยุมหยิมเกินไปต้องบอกว่า กกต.ไม่ได้เป็นผู้ร่างเอง ซึ่งกกต.เองก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่ระบุไว้ ดังนั้น ขอให้พรรคการเมืองอย่าระแวงกกต. และกกต. ก็ไม่ได้จะจับผิดผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่ง
นายสุทธิพล กล่าวว่า ในส่วนข้อข้องใจเรื่องของการพิมพ์บัตรเลือกตั้งทางกกต.ได้เชิญผู้แทนพรรคการเมืองและสื่อมวลชนร่วมสังเกตการณ์การจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งแต่หากในระยะยาวไม่ไว้ใจในการพิมพ์บัตรเลือกตั้ง กต.ก็จะพัฒนาไปสู่การลงคะแนนด้วยเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ แต่ขณะนี้ต้องใช้บัตรเลือกตั้งไปก่อน ขอให้แต่ละฝ่ายติเพื่อก่อแต่ถ้าติจนกระทบขวัญกำลังใจของผู้ปฏิบัติก็ไม่สมควรทำ ฉะนั้นจะทำอย่างไรให้การเลือกตั้งครั้งนี้ดำเนินไปอย่างสุจริต เที่ยงธรรม
เมื่อถามถึงภาพรวมความรุนแรงของการเลือกตั้งขณะนี้ นายสุทธิพล กล่าวว่า ระบบทำงานด้านการสืบสวนแยกกับเรื่องการแจ้งเบาะแสการทุจริตเลือกตั้งและเรื่องร้องเรียนคัดค้านออกจากกัน เพราะขณะนี้มีการแข่งขันรุนแรงมาก กกต.ต้องระมัดระวังไม่เช่นนั้นจะถูกใช้เป็นเครื่องมือ ดังนั้นต้องมีกระบวนการสืบสวนสอบสวนที่เป็นไปตามระบบ ขณะนี้มีการแจ้งเบาะแสเข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่เป็นเพียงการโทรศัพท์เข้ามา ไม่มีการยืนยันตัวบุคคลที่ชัดเจน กกต.จึงต้องรวบรวมข้อมูลและหลักฐาน หากได้พบข้อเท็จจริงก็จะประสานกกต.จังหวัดต่อไป ส่วนการพนันผลการเลือกตั้งนั้นมีความผิดทางกฎหมายอาญา หากเป็นความผิดซึ่งหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีอำนาจในการดำเนินการ รวมถึงเรื่องการจำหน่าย จ่าย แจกสุรา หากมีการจำหน่ายในเวลาที่ห้ามก็เป็นเรื่องที่ตำรวจสามารถดำเนินการได้ทันที่อยู่แล้ว ส่วนกกต.ก็จะดูเรื่องที่เกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้ง เช่นการซื้อสิทธิขายเสียง การทุจริตกฎหมายเลือกตั้งของพรรคการเมืองและผู้สมัคร
เตือนอันเฟรลอย่าห่วง ขรก.วางตัวไม่เป็นกลาง
นายสุทธิพล กล่าวถึงกรณีคณะสังเกตการณ์การเลือกตั้งในนามเครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี (อันเฟรล : ANFREL) เป็นห่วงการวางตัวไม่เป็นการของข้าราชการ ว่า การจัดการเลือกตั้งแต่ละครั้งจะต้องใช้บุคลากรที่ช่วยกกต.กว่า 1 ล้านคน และกกต.ได้ย้ำถึงความเป็นกลาง และข้าราชการก็เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งการเข้ามาสังเกตการณ์ถือเป็นเรื่องที่ดี แม้เลือกตั้งแต่ละครั้งทุกครั้งกกต.จะมีหนังสือไปถึงครม.ให้ยืนตามมติครม.ที่ให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐวางตัวเป็นกลาง คำเตือนของอันเฟรลไม่ได้บอกว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐจะทุจริตมโหฬาร ทุกประเทศที่อันเฟรลไปก็ต้องมีการเตือนและยังเป็นห่วงเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ภายใต้การดูแลของนักการเมืองก็จะมีฝ่ายบริหารที่เป็นนักการเมืองดังนั้นจะต้องมีเส้นแบ่งในการสนับสนุนนักการเมืองและการปฏิบัติหน้าที่
นายสุทธิพล กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ยังมีกฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และการได้มาซึ่ส.ว. มาตรา 57 ระบุให้เจ้าหน้าที่ของรัฐวางตัวเป็นกลางทางการเมือง หากเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการใดโดยมิชอบเพื่อเป็นคุณเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใดก็จะมีบทกำหนดโทษตามกฎหมาย และถ้ากกต.พบว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐวางตัวไม่เป็นกลางกกต.ก็มีอำนาจแจ้งเตือนและขอให้ย้ายออกนอกพื้นที่ได้
กกต.เมืองคอนเตรียมจัดสมานฉันท์เลือกตั้ง
พ.ต.อ.พันธ์ระวี วีระพันธุ์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่าคณะกกต.นครศรีธรรมราช ได้ให้ความเห็นชอบในการจัดโครงการการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งของจังหวัดนครศรีธรรมราช ในวันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน 2554 ณ ห้องบงกชรัตน์ โรงแรมทวินโลตัส อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช โดยกลุ่มเป้าหมาย มีจำนวนประมาณ 300 คน ประกอบด้วย ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งทุกคน ผู้สนับสนุนผู้สมัคร และบุคคลผู้มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง
ทั้งนี้ เพื่อให้กลุ่มคนดังกล่าวเข้าใจกฎและกติกาในการเลือกตั้ง รู้รักสามัคคี รู้แพ้ รู้ชนะ และ รู้ระเบียบกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดการเลือกตั้งของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช
“การจัดกิจกรรมครั้งนี้ กกต.จะจัดให้มีพิธีปฏิญาณสาบานตนของผู้สมัคร ส.ส. ทุกคนร่วมกัน ท่ามกลางผู้เกี่ยวข้องซึ่งได้รับเชิญมาเป็นสักขีพยานในการสาบานตน และจะมีการลงนามในพันธะสัญญาด้วยเพื่อเป็นหลักประกันทางใจในการหลีกเลี่ยงการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง หลังจากนั้นจะชี้แจงเกี่ยวกับการจัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. แก่สมุห์บัญชีเลือกตั้งเป็นการเฉพาะเพื่อสามารถจัดทำบัญชีให้ออกมามีความถูกต้องและถูกกฎหมาย” ผอ.กกต.นครศรีธรรมราชกล่าว
กกต.ราชบุรีจัดโครงการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์
เมื่อเวลา 10.00 น. นายพชรพงศ์ กอแก้ววิเชียร กรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดราชบุรี เป็นประธานเปิดโครงการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์ ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่โรงแรมเวิสเทิร์นแกรนด์ เขตเทศบาลเมืองราชบุรี โดยนิมนต์พระเทพวิสุทธาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี มาแสดงปาฐกถาให้กับผู้สมัคร ส.ส.ราชบุรีทั้ง 5 เขต
สำหรับการจัดโครงการในครั้งนี้ก็เพื่อสร้างความเข้าใจให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และผู้สนับสนุนผู้สมัครมีความรู้ความเข้าใจ กฎหมาย ระเบียบ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ส.ส. เพื่อให้ผู้สมัครยอมรับในเรื่อง รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และการรู้รักสามัคคี เพื่อรักษาความเป็นมิตร เป็นเพื่อนบ้าน และความเป็นญาติพี่น้อง ทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้ง และเพื่อให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และผู้ที่เกี่ยวข้องในการจัดการเลือกตั้งได้ทราบบทบาท อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งนอกจากนี้กกต.ประจำจังหวัดราชบุรี ได้กระทำพิธีให้ผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 5 เขตได้สาบานตนที่จะหาเสียงตามกรอบของกฎหมายและไม่ซื้อสิทธิ์ขายเสียง ร่วมร้องเพลงและให้ผู้สมัครทั้งหมดได้ทำการแลกช่อดอกไม้เพื่อสร้างความสามัคคีพร้อมกับถ่ายรูปร่วมกัน
กกต.ประจวบคีรีขันธ์เดินสายรณรงค์
ที่ห้องประชุม สำนักงานเทศบาลเมืองหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นางกรประภา วงศ์ปิ่น ประธาน กกต.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อม กตต.เขต จัดประชุมชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเลือกใช้สิทธิ์ตั้งสมาชิกสภาผู้แทน ในระบบเขต และระบบบัญชีรายชื่อ ให้กับผู้นำชุมชนในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน จำนวนกว่า 100 คน เพื่อให้ผู้นำชุมชนนำไปกระจายข้อมูลข่าวสาร กฎระเบียบ ให้กับประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งให้มากที่สุด นำไปสู่การเลือกตั้ง โดยบริสุทธิ์ ยุติธรรม ไม่การซื้อสิทธิ์ ขายเสียง
ประธาน กกต.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้ กกต.ได้จัดชุดเจ้าหน้าที่ออกไปให้ความรู้ประชาชนในทั้ง 3 เขตเลือกตั้งของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งนี้มีข้อกฎหมายที่เปลี่ยนแปลงไปหลายอย่าง ดังนั้นจะต้องสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับประชาชนโดยทั่วถึงกัน โดยในครั้งนี้จะมีการชี้แจงถึงการใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าแบบนอกเขตจังหวัด และในเขตเลือกตั้ง การตรวจสอบบัญชีรายชื่อ และการแจ้งเหตุการณ์ประพฤติผิดกฎหมายเลือกตั้ง เป็นต้น โดยกลุ่มที่จะต้องเร่งรณรงค์ให้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งจะเป็นกลุ่มนักเรียน นักศึกษา เพราะสถานประกอบการทั้งของรัฐและเอกชน ได้กำหนดให้การใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นคุณสมบัติของการรับบรรจุตำแหน่งงาน อีกทั้งรัฐธรรมนูญได้กำหนดให้การเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของประชาชนทุกราย
ประธาน กกต.ประจวบคีรีขันธ์ ยังกล่าวอีกว่า เขตเลือกตั้งในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ที่คาดว่าจะมีการแข่งขันกันรุนแรง จะอยู่ที่เขต 2 อำเภอหัวหิน อำเภอปราณบุรี และเขต 3 อำเภอทับสะแก อำเภอบางสะพาน อำเภอบางสะพานน้อย ล่าสุดยังไม่พบการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง แต่มีเบาะแส และการแจ้งข่าวเรื่องการทำลายป้ายหาเสียงของผู้สมัคร การจัดเลี้ยงสังสรรค์ ซึ่งจะต้องทำการสืบสวนให้ชัดเจนอีกครั้ง หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการทันที



