ข่าว

โอกาสครั้งสุดท้าย

โอกาสครั้งสุดท้าย

08 มิ.ย. 2554

ชัดเจน สำหรับ เครือข่ายพลเมืองคัดค้านนิรโทษกรรมคอรัปชั่นทักษิณ ที่นำโดย อาจารย์แก้วสรร อติโพธิ กับ หมอตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำเครือข่ายคนเสื้อหลากสี

 การเคลื่อนไหวก็เพื่อรักษาความเป็นนิติรัฐ ป้องกันการใช้เสียงข้างมากออกกฎหมายนิรโทษกรรมตนเอง และทักษิณ ชินวัตร

 ขณะเดียวกัน ก็เร่งเร้าให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินนคดีกับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 ของพรรคเพื่อไทย ฐานให้การเท็จต่อศาล และ ก.ล.ต.

 เรื่องนี้ก็คล้ายเมื่อครั้งทักษิณ โดนคดีซุกหุ้นภาคแรก ที่สังคมไทยแตกออกเป็นสองเสี่ยง แม้กระทั่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก็ยังมีความเห็นเป็นฝักฝ่าย

 "บกพร่องโดยสุจริต" คือประโยคที่ติดหูมาจนทุกวันนี้ เช่นเดียวกับการใช้ดุลพินิจชี้ความผิดถูกด้วยการใช้หลักรัฐศาสตร์มาประกอบ

 วันนี้สังคมไทยกำลังถูกทดสอบเรื่องราวทำนองเดียวกันอีกครั้ง

 ฝ่ายหนึ่งบอกว่า เพื่อรักษากฎหมาย ความถูกต้อง อีกฝ่ายบอกว่า รังแกผู้หญิง เป็นขบวนการเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์ มาเตะสกัด ยิ่งลักษณ์ ที่คะแนนดีวันดีคืน

 ความจริงเรื่องนี้ น่าจะเป็น เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทำหน้าที่หัวหมู่ทะลวงฟัน เพราะฟังจากที่ อาจารย์แก้วสรร พูดข้อมูลหลักฐานมันก็ชัดเจนในตัวอยู่แล้ว รอเพียงแค่ใครไปร้อง หรือไปจี้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการเท่านั้น...น่าแปลกที่ เรืองไกร พลาดไปได้อย่างไร

 แต่เอาเถอะ การเคลื่อนไหวของ อาจารย์แก้วสรร นั้น ส่งผลโดยตรงต่อพรรคเพื่อไทย ถึงแม้ว่า อาจารย์แก้วสรร จะไม่สนใจถึงผลทางการเมือง สนแต่เพียงว่า หน่วยงานที่มีหน้าที่จัดการกับอะไรที่ผิด-ละเมิดกฎหมาย ได้ทำหน้าที่ เพราะที่ผ่านมากลไกเหล่านี้เฉื่อยชา อ่อนแอ จนทำให้ความจริงถูกบิดเบือน สุดท้ายก็เกิดความแตกแยกในบ้านเมืองอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

 อาจารย์แก้วสรร ทำในฐานะที่เคยทำคดีตอนสมัยอยู่ คตส. เลยติดตามผล แน่นอน สิ่งที่ อาจารย์แก้วขวัญ ทำนั้นแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับคนที่ร่วมบิดเบือนความจริงในคดีซุกหุ้นภาคแรก

 ไม่ต้องเอาอะไรมาก แค่คำว่า "ความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง" ก็พอแล้ว

 บ้านเมืองเรากำลังถูกทดสอบครั้งสำคัญอีกครั้ง ซึ่งก็น่าจะเป็นครั้งสุดท้ายว่า จะเลือกเอาอย่างไรระหว่าง "ถูก" กับ "ผิด"

ศรายุทธ สายคำมี
[email protected]