
ธ.กรุงเทพอั้นไม่ไหวขึ้นดบ.กู้-ฝากธอส.ลังเลรอให้แบงก์อื่นปรับก่อน
แบงก์กรุงเทพขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ตามตลาด มีผลตั้งแต่ 8 มิถุนายนนี้ ด้าน ธอส.อั้นไว้ก่อนรอดูท่าทีแบงก์อื่น บอร์ดประเมินอีกครั้งในสัปดาห์หน้า
นายสุวรรณ แทนสถิตย์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า ธนาคารได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ทุกประเภท ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มขึ้นทั้ง 2 ด้าน โดยด้านเงินฝาก ปรับขึ้นทั้งประเภทบุคคลธรรมดา นิติบุคคลไม่แสวงหากำไร และนิติบุคคลอื่น เพิ่มขึ้นสูงสุด 0.625% ส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ในส่วนของลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (เอ็มแอลอาร์) ปรับขึ้นจาก 6.750 % เป็น 6.875% ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (เอ็มโออาร์) ปรับจาก 7.000% เป็น 7.125 % และลูกค้ารายย่อยชั้นดี (เอ็มอาร์อาร์) ปรับจาก 7.500% เป็น 7.625% มีผลตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน 2554
ด้านนายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการธนาคารเมื่อต้นสัปดาห์ได้พิจารณาเห็นว่ายังไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% และขณะนี้มีธนาคารพาณิชย์เพียง 2-3 แห่งที่ทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จึงต้องรอดูตลาดโดยรวมก่อน ซึ่งในสัปดาห์หน้าคณะกรรมการจะพิจารณาอีกครั้ง หากมีความจำเป็นก็คงต้องปรับขึ้นตามระบบ แต่คงปรับขึ้นหลังจากแบงก์อื่น
ส่วนนโยบายพรรคการเมืองที่ชูเรื่องสินเชื่อที่อยู่อาศัยดอกเบี้ยต่ำและผ่อนระยะยาวนั้น มองว่าส่วนใหญ่ก็ออกมาคล้ายคลึงกันและหากมีการจำกัดวงเงินไม่เกิน 5 หมื่นล้านบาท หรือแสนล้านบาทก็น่าจะอยู่ในภาวะที่ธอส.จะดำเนินการได้ เพราะแต่ละปีก็ปล่อยสินเชื่อที่ประมาณแสนล้านบาทอยู่แล้ว แต่ภาครัฐต้องเข้ามาสนับสนุนด้วยรวมทั้งการชดเชยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยหรือการผ่อนปรนเรื่องการประเมินผลงาน หากใช้กำไรเป็นตัวชี้วัดอาจจะมีผลกระทบต่อโบนัสพนักงาน



