ข่าว

ห่วงนโยบายค่าแรงฉุดถึงขั้นปิดกิจการ

ห่วงนโยบายค่าแรงฉุดถึงขั้นปิดกิจการ

08 มิ.ย. 2554

ส.อ.ท.สำรวจความเห็นสมาชิก ชี้นโยบายหาเสียงจากค่าแรงขั้นต่ำพรรคการเมือง กระทบผู้ประกอบการอาจต้องปิดกิจการถึง 16.9% เหนือ-อีสานหนักสุด ชี้ค่าจ้างเหมาะสมเฉลี่ยอยู่ที่ 226.67 บาท

 นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะทำงานบูรณาการด้านแรงงาน ว่าจากการสำรวจความคิดเห็นของสมาชิกเกี่ยวกับนโยบายการหาเสียงขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำ เปรียบเทียบของพรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรค ระหว่างวันที่ 2-6 มิถุนายน 2554 พบว่านโยบายดังกล่าวกระทบผู้ประกอบการอย่างมากถึง 42.7-68.5% และอาจปิดกิจการถึง 6.7-16.9% โดยภาคเหนือมีผลกระทบถึงขั้นปิดกิจการ 28.5%, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 14.2-28.5%, ภาคใต้ 15.3-30.7% และภาคกลาง 5.2-12.2% ส่วนภาคตะวันออกไม่มีผู้เห็นว่ากระทบจนต้องปิดกิจการ
 "อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานมากจะได้รับผลกระทบก่อน เช่น เครื่องนุ่งห่ม รองเท้า และในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีผู้ตอบว่า อาจปิดกิจการมากเพราะมีผู้ประกอบการที่ใช้แรงงานมาก" นายพยุงศักดิ์กล่าว

 สำหรับการสำรวจครั้งนี้ ส.อ.ท.ได้สอบถามค่าจ้างขั้นต่ำที่สมาชิกเห็นว่าเหมาะสมเฉลี่ยอยู่ที่ 226.67 บาท อย่างไรก็ตาม การปรับค่าจ้างขั้นต่ำในอดีตจะปรับแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยสามารถตกลงได้ในอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัดและคณะกรรมการค่าจ้างกลาง (ไตรภาคี) แต่ช่วงหลังปรับค่าจ้างแบบก้าวกระโดด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องขึ้นราคาสินค้าและเงินเฟ้อสูงขึ้น และทำให้รัฐต้องการปรับค่าจ้างขึ้นอีกเพราะค่าครองชีพสูงขึ้น

 ด้านนายธนิต โสรัตน์ รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า การปรับค่าจ้างขึ้นเร็ว จะกระทบกับแผนธุรกิจเพราะผู้ประกอบการจะรับมือไม่ทัน โดยการปรับค่าจ้างขั้นต่ำครั้งล่าสุดมีมติในเดือนพฤศจิกายน 2553 และปรับขึ้นในเดือนมกราคม 2554 ทำให้ผู้ประกอบการรับคำสั่งซื้อล่วงหน้าไว้แล้วและปรับราคาขึ้นตามต้นทุนไม่ได้ ซึ่งไทยยังต้องพึ่งพาการส่งออกมาก แต่การปรับค่าจ้างขั้นต่ำแบบก้าวกระโดด จะส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขัน

 "เอสเอมอีจะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากเพราะมีอำนาจต่อรองต่ำทั้งการต่อรองราคาซื้อวัตถุดิบได้และราคาขายสินค้า และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตจะต้องใช้เงินทุน ซึ่งรัฐบาลควรมีนโยบายให้ธนาคารรัฐปล่อยสินเชื่อเพื่อเปลี่ยนเครื่องจักรอุปกรณ์" นายธนิตกล่าว