
พีเอสอาร์"กับนักการเมือง
หากพอจำกันได้ เล่าสู่กันฟัง เมื่อครั้งที่แล้ว ผมได้เสนอแนวคิดเรื่อง ซีเอสอาร์กับนักการเมือง และได้เสนอคำศัพท์ขึ้นมาใหม่ว่า พีเอสอาร์ (Political Social Responsibility: PSR) คือ การแสดงความรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสังคมส่วนรวม อันเนื่องมาจากพ
วันนี้ ผมขอเสนอเพิ่มเติมถึงแนวทางที่จะปลุกกระแส “พีเอสอาร์” ให้เกิดขึ้นในวงการการเมืองการปกครองเช่นเดียวกับที่หลายฝ่ายได้ช่วยกันผลักดันให้เกิดขึ้นมาแล้วกับกระแส “ซีเอสอาร์” ที่สามารถเปลี่ยนวงการธุรกิจให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ประการแรก ต้องกำหนดคุณสมบัติของนักการเมืองที่ดีให้ชัดเจน เป็นต้นว่า นักการเมืองที่ดีต้องส่งเสริมการรับรู้ปัญหาและมุ่งแก้ไขปัญหาสังคมด้วยการหมั่นออกไปพบปะเยี่ยมเยียนประชาชนอย่างสม่ำเสมอ เอาใจใส่ทุกข์สุขและรับฟังเรื่องร้องทุกข์ของประชาชนแล้วกลับมารีบหาทางช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน อย่างเท่าเทียมกัน นักการเมืองที่ดี ต้องดำเนินกิจกรรมการเมืองด้วยความรับผิดชอบ เช่น เป็นแบบอย่างที่ดี หรือภาษาสมัยใหม่เขาเรียกว่าเป็น โรล โมเดล (role model) ในการเป็นพลเมืองดี เคารพและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ใช่ทำผิดกติกาเสียเอง ขณะเดียวกันก็ต้องเคารพสิทธิ เสรีภาพส่วนบุคคลของผู้อื่น ไม่แสดงกิริยาหรือใช้วาจาไม่สุภาพ อาฆาตผู้อื่น และแสดงความรับผิดชอบตามควรแก่กรณีเมื่อปฏิบัติหน้าที่บกพร่องหรือปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรง
นักการเมืองที่ดีต้องพร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือประชาชนด้วยจิตอาสา อย่างรวดเร็วทันกาล ไม่ต้องรอให้ร้องขอ โดยเฉพาะในยามที่ผู้คนเดือดร้อนหรือยามเกิดภัยพิบัติ ต้องให้ความสำคัญในความเดือดร้อนของประชาชนมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ ต้องส่งเสริมและสนับสนุนผลิตภัณฑ์และบริการของคนระดับรากหญ้า ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศให้มีรายได้เพียงพอที่จะเอาไปพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนและครอบครัวให้ดียิ่งๆ ขึ้น และคุณสมบัติอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งต้องปล่อยให้นักการเมืองเขาไปร่วมกันคิดร่วมกันกำหนดเอง จะได้มีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง
ประการที่สอง ควรมีการรณรงค์อย่างเอาจริงเอาจัง เช่น มีการสื่อสารรูปแบบต่างๆ ในหัวข้อพีเอสอาร์ที่เหมาะสมกับนักการเมืองการปกครองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง จนพัฒนาเป็นวัฒนธรรมของนักการเมือง ที่มีจิตเพื่อสังคมและประเทศชาติอยู่ในสายเลือด หรือถ้าอยู่ในดีเอ็นเอได้ก็ยิ่งดี มีการระดมความคิดกิจกรรมพีเอสอาร์ที่สร้างสรรค์สำหรับการเมือง, ร่วมกันค้นหาตัวแทนพีเอสอาร์ของแต่ละกระทรวง เพื่อปฏิบัติการขับเคลื่อนงานพีเอสอาร์ให้เกิดเป็นรูปธรรม
ประการที่สาม ควรมีการยกย่องนักการเมืองที่สร้างสรรค์คุณงามความดี เช่น การให้รางวัลเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติแก่วงศ์ตระกูล เป็นกำลังใจให้ และเป็นแบบอย่างแก่คนอื่นได้ทำตาม
ประการที่สี่ สร้างแรงกดดัน หรือสร้างกระแสสังคมให้แอนตี้หรือประณามคนที่ไม่มีพีเอสอาร์จนทนอยู่ไม่ได้และต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในที่สุด
ประการสุดท้าย ควรมีหน่วยงาน/องค์กรกลางที่คอยตรวจสอบประมวลผลว่าการที่เผยแพร่ว่าทำพีเอสอาร์นั้นจริงหรือไม่เพียงใด หรือเป็นแค่ภาพลวงตา
นี่ก็ใกล้จะถึงวันเลือกตั้งเข้ามาทุกทีแล้ว ก็เลยขอเสนอว่า แทนที่จะมาคอยหาเรื่องจับผิดและใส่ร้ายป้ายสีกัน เรามาช่วยกันรณรงค์ให้ว่าที่นักการเมืองการปกครองทั้งหลายมี “พีเอสอาร์” ในหัวใจ ไม่ใช่บอกแค่ปัญหาซึ่งรู้กันหมดแล้ว แต่ควรบอกทางแก้ไขที่ควรจะเป็น บอกว่าตนจะทำอะไรให้แก่ประเทศนี้บ้าง หมายถึงที่จะทำจริงๆ ผมเชื่อว่าหากสำเร็จแม้เพียงเล็กน้อย ผลของกระแสค่านิยมด้าน “พีเอสอาร์” ก็น่าจะส่งผลให้ภาคการเมืองการปกครองเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น
เรื่องนี้ ทุกคนรู้ดีว่าอาจยากกว่าการหาแหล่งน้ำในทะเลทราย แต่ก็น่าจะดีกว่าการปล่อยให้ดำเนินไปอย่างที่เป็นอยู่โดยไม่ทำอะไรเลย
เล่าสู่กันฟัง
บัญญัติ คำนูณวัฒน์



