
ไม่เห็นภัยพิบัติไม่หลั่งน้ำตา
พรรคการเมืองที่ส่งสมาชิกลงเลือกตั้งกำลังลุยหาเสียงเข้มข้น โดยเฉพาะพรรคคู่แข่งชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทย ที่มี "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" และ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร"
เป็นตัวเดินออกโรงในฐานะว่าที่นายกรัฐมนตรี และแต่ละพรรคต่างก็บอกว่าตัวเองจะเป็นฝ่ายชนะการเลือกตั้ง และได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล พร้อมประกาศนโยบายที่พร้อมเดินหน้าแก้ไขปัญหาตามแนวทางและหลักคิดของแต่ละพรรคการเมือง
สองพรรคต่างทำโพลล์ของตัวเองเพื่อเป็นดัชนีในการประเมินการหาเสียง และเดินหน้าปรับแผนในการหาเสียง ประชาธิปัตย์ประเมินตัวเองว่าจะได้รับการเลือกตั้งระบบเขต 203 ที่นั่ง ระบบปาร์ตี้ลิสต์ 50 ในขณะที่พรรคเพื่อไทยก็เชื่อมั่นว่าจะได้รับเลือกทะลุเป้า 270-300 ที่นั่ง โดยระบบปาร์ตี้ลิสต์พุ่ง 60-70 ที่นั่ง ซึ่งแน่นอนว่าตัวเลขนี้ไม่มีใครรู้ว่าจะเป็นจริงหรือไม่ ประชาชนผู้เป็นเจ้าของสิทธิ์จะเป็นผู้ชี้ขาดในวันที่ 3 กรกฎาคม 2554
นโยบายหนึ่งที่แต่ละพรรคชูมานั้น คือเรื่อง "ปรองดอง" แต่ไม่มีพรรคใดอธิบายรายละเอียดว่าจะปรองดองอย่างไร อย่างพรรคเพื่อไทยเสนอนโยบายนิรโทษกรรมให้แก่ผู้กระทำความผิดในช่วงหลังเหตุการณ์ 19 กันยา แต่ไม่อธิบายรายละเอียด พรรคชาติไทยพัฒนาขึ้นสโลแกนด้วยซ้ำว่า "ปรองดอง" แต่ไม่มีรายละเอียดเหมือนกัน เพิ่งจะมาเห็น บรรหาร ศิลปอาชา เสนอว่า จะสร้างละครสักเรื่องเกี่ยวกับการปรองดอง และให้ "อภิสิทธิ์-ยิ่งลักษณ์" แสดงนำ แต่ทั้งคู่ปฏิเสธ บอกว่า "เอาเรื่องจริงดีกว่า" แต่เอาเรื่องจริงดีกว่าของอภิสิทธิ์ ก็ไม่ได้มีรายละเอียดว่าจะทำอย่างไรเช่นกันว่าที่เป็นรูปธรรมคืออะไร เช่น เจรจากันอีกรอบหนึ่งไหม หรือ สานเสวนาไหม
นโยบายมากมายออกมาจากพรรคการเมืองสองพรรคน่าสนใจทั้งสิ้น แตกต่างกันในแง่ของรายละเอียด และแนวทางปฏิบัติเท่านั้น แต่น่าเสียดายที่ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤติภัยพิบัติทางธรรมชาติมากมาย ไม่ว่าจะเป็น น้ำท่วมดินสไลด์ ภัยแล้ง น้ำกัดเซาะชายฝั่ง แผ่นดินไหว และอีกมากมาย แต่เรากลับไม่เห็นนโยบายของพรรคการเมืองว่าจะมีแนวทางในการรับมือ ป้องกัน และแก้ไขอย่างไร ไม่มีแม้แต่การพูดถึง และในพรรคการเมืองควานหาผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องภัยพิบัติยากมาก
อยากให้พรรคการเมือง หรือรัฐบาลในอนาคตผลักดันเรื่องภัยพิบัติทางธรรมชาติเป็น "วาระแห่งชาติ" เพื่อหาแนวทาง และวางแผนอย่างเป็นระบบในการรับมือ ป้องกัน และแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เพราะเราเคยประสบกับปัญหาเหล่านี้มาแล้วทั้งสิ้น และเราเพิ่งผ่านห้วงเวลาอันเลวร้ายจากน้ำท่วมใหญ่ ทั้งภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้ แต่ยังไม่เห็นรัฐบาล หรือพรรคการเมืองขยับอย่างเป็นจริงเป็นจังในการรับมือกับภัยอันใหญ่หลวง ไม่เห็นแม้แต่การพูดถึงด้วยซ้ำ



