
บิดเบือนกฎหมาย
ศ.ดร.อมร รักษาสัตย์ กล่าวถึงการเมืองในประเทศ เป็น "เผด็จการพรรคการเมืองของนายทุนในระบบรัฐสภา" คือ ส.ส.ต้องสังกัดพรรคการเมือง และต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของพรรค ขณะเดียวกัน ผู้บริหารพรรคมาจากกลุ่มทุนธุรกิจ หรือไม่ก็มีกลุ่มทุนธุรกิจให้การสนับสนุน-ชักใยอยู่เ
ประชาชน เป็นเพียงเครื่องมือที่ใช้เป็นข้ออ้างเรื่อง "ประชาธิปไตย"
นี่เป็นผลมาจากสันดานนักการเมืองที่บิดเบือนเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งออกแบบไว้ให้มีรัฐบาลที่เข้มแข็ง เพื่อนำพาประเทศไทยให้เจริญรุดหน้ามั่นคงทัดเทียมประเทศอื่นๆ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็เช่นกัน พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 หรือแม้กฎหมายเก่าของเดิมในอดีต มีวัตถุประสงค์ให้การบริหารของตำรวจ เพื่อความสงบเรียบร้อยของสังคม และความผาสุกของประชาชน โดยการออกแบบภาระหน้าที่ไว้ชัดเจน มีจุดเชื่อมโยงกับรัฐบาล ซึ่งเป็นฝ่ายการเมือง ในเรื่องนโยบายของรัฐ และงบประมาณสำหรับใช้จ่าย และพิธีการเพื่อให้การบริหารงานบุคคลเดินตามระบบที่วางไว้
นี่คือกฎหมายออกแบบไว้ เพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชน
แต่ปรากฏการณ์ที่ผ่านมา ฝ่ายการเมืองกลับถือเอาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตำรวจ เป็นกองกำลังส่วนตัว และใช้เป็นเครื่องมือในการหาประโยชน์ และทำลายล้างฝ่ายตรงข้าม โดยมีผู้บังคับบัญชาของตำรวจบางนายยอมลดศักดิ์ศรีอยู่ใต้ปีกมาร เพื่อสวาปามเศษอาหารในรูปแบบของการฉ้อราษฎร์บังหลวง และความก้าวหน้าในอาชีพตำรวจ
การบิดเบือนกฎหมายจากนักการเมืองที่มีอำนาจเหนือตำรวจกระทำกันมานานหลายสิบปี เพราะการยอมจำนนของผู้นำตำรวจทุกระดับนั้นสมควรยุติเสียที
ตำรวจควรสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างเต็มที่ เพื่อสกัดกั้นนักการเมืองชั่ว มิให้ได้อำนาจรัฐจากการเลือกตั้ง
นักการเมืองที่โกงเลือกตั้ง-กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งแสดงความชั่วช้ามาแต่ต้น เมื่อเข้าไปเป็นรัฐบาล จะเป็นนักการเมืองดีและเป็นรัฐบาลที่ดีได้อย่างไร
คมพิทักษ์ราษฎร์



