
เด็กเนวินฟันธง"พท.-ชทพ."ตั้งรบ.ไม่ได้
เด็กเนวิน ฟันธง พท. จับมือ ชพท. ตั้งรัฐบาลไม่ได้หากขาด ภท. เชื่อนั่งเฉยๆ พรรคอันดับ 1,2 มาไหว้เชิญร่วมรัฐบาลแต่ โวกระแสอีสานตอบรับดีวันดีคืน
(7มิ.ย.) ที่ จ.มหาสารคาม นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร รมช.คมนาคม แกนนำพรรคภูมิใจไทย คนสนิทนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรค กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เขียนข้อความลงในเว็บไซต์เฟซบุ๊ค แสดงความชื่นชมนายเนวิน ที่กล้าตัดสินใจทิ้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาจัดตั้งรัฐบาล ว่า หนีไม่พ้นความจริงที่ว่านายเนวิน เป็นคนคบได้ มีความจริงใจกับทุกคน ไม่เคยหักหลังหรือแทงหลังใคร คนที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนก็จะไม่ทราบ วันนี้จริงไม่ใช่เรื่องแปลกที่นายอภิสิทธิ์ชื่นชมนายเนวิน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตรงนี้เป็นสัญญาณในการจับมือตั้งรัฐบาลในอนาคตหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า การร่วมรัฐบาลก็มีส่วนเพราะพรรคภูมิใจไทยเป็นมิตรแท้กับพรรคประชาธิปัตย์อยู่แล้ว กับพรรคชาติไทยพัฒนายิ่งรักใคร่กลมเกลียวกัน อาหลานไม่ทิ้งกันอยู่แล้ว เป็นสัญญาใจทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้ง ทั้งสองพรรคคู่กันอย่างเหนียวแน่นอยู่แล้ว ยืนยันว่าจะไม่มีการตีจากกัน
เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยตั้งรัฐบาลแล้วเอาพรรคชาติไทยพัฒนาไปพรรคเดียวจะทำอย่างไร นายสุชาติ กล่าวว่า จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพราะภูมิใจไทยและชาติไทยพัฒนามี ส.ส.ร้อยคนขึ้นไปแน่นอน ดังนั้น ถ้าไม่เอาเรา จะไปตั้งรัฐบาลได้อย่างไร เพราะทั้งสองพรรคถือเป็นตัวแปรสำคัญอย่างยิ่งในการจัดตั้งรัฐบาล เมื่อถึงเวลาทุกพรรคการเมืองไม่ว่าจะเป็น ที่ 1 หรือ 2 ก็จะต้องมาเอาเราล้านเปอร์เซ็นต์ ใครที่บอกว่าจะไม่ร่วมงานกับเรา ขอให้ทำจริงเถอะ เพราะถ้าไม่เช่นนั้น อย่ามาหาความชอบธรรมว่าตัวเองไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ แม้จะเป็นพรรคอันดับ 1 ก็อย่ามาอ้างเรื่องนี้
เมื่อถามย้ำว่า พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ ไม่เอาพรรคภูมิใจไทยร่วมรัฐบาล นายสุชาติ กล่าวว่า ขอให้จริงเถอะ ถ้าไม่เอาพรรคภูมิใจไทย ก็อย่ามาอ้างว่าพรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ที่เราไม่เอาพรรคเพื่อไทยเพราะนโยบายไม่ตรงกัน เว้นแต่เพื่อไทยยอมรับนโยบายพรรคเราได้ ทั้งนี้ เพราะของเขาสร้างหนี้ให้ประชาชน แต่เราปลดหนี้ แต่วันนี้ภูมิใจไทย และชาติไทยพัฒนากอดกันแน่น นั่งเฉยๆเขาก็มาไหว้ให้มาเป็นรัฐบาล
มั่นใจภท.กวาด4ที่นั่งมหาสารคาม
นายสุชาติ กล่าวถึง สถานการณ์การเลือกตั้งในพื้นที่ จ.มหาสารคามของพรรคภูมิใจไทย ว่า กระแสพรรคถือว่าดีวันดีคืน หลังจากที่ผู้สมัครได้ไปพบปะประชาชน ตามหมู่บ้านพร้อมทั้งอธิบายนโยบายของพรรค ถือว่าได้กระแสตอบรับค่อนข้างดี เพราะนโยบายของพรรคภูมิใจไทย ทำให้ประชาชนไม่สร้างหนี้ เช่น การประกันรายได้พืชผล สามารถมีเงินเข้าบัญชีได้เลย ไม่ว่าสถานการณ์จะน้ำท่วมหรือฝนแล้งก็ตาม ในส่วนกลุ่มแม่บ้าน กลุ่มสตรี และอสม. ก็มีค่าตอบแทนให้ 600 บาทต่อเดือน รวมถึง อปพร.และคนที่ทำความดีก็มีเงินตอบแทนให้ เป็นนโยบายทำดีมีรางวัล ที่โดนใจชาวบ้าน อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ จ.มหาสารคาม พรรคส่งลงครบทั้ง 5 เขต คาดว่าจะได้ ส.ส.ทั้ง 4 เขตแน่นอน ได้แก่ เขต 2 3 4 5 และกำลังลุ้นพื้นที่เขต 1 อำเภอเมือง ซึ่งขณะนี้ได้กำชับให้ผู้สมัครขยันลงพื้นที่ให้มากขึ้น ถ้าเป็นไปได้ในช่วงโค้งสุดท้าย มีเสียงตอบรับดี อาจได้ ส.ส.ยกจังหวัด
ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัจจัยอะไรที่ทำให้มั่นใจว่าได้ผู้สมัครทั้ง 4 เขต นายสุชาติ กล่าวว่า ผู้สมัครลงพื้นทีท่อยู่กับประชาชนมา 2 ปีกว่า ตั้งแต่เราเริ่มตั้งพรรคภูมิใจไทย ประชาชนก็รู้จักเป็นอย่างดี แตกต่างจากพรรคการเมืองอื่น ที่ได้ยินชาวบ้านมาบอกว่า เขาไม่ได้พบประชาชนในพื้นที่มาก่อนหน้านี้ ถือว่าผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยได้เปรียบในเรื่องของตัวบุคคล มากกว่าพรรคการเมืองอื่น
โวพอใจกระแสอีสานตอบรับพรรคดีวันดีคืน
นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ในการลงพื้นที่หาเสียงภาคอีสานของพรรคนั้น ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาก ในการปราศรัยแต่ละจุดมีประชาชนมาร่วมฟังจำนวนมากเป็นหมื่นคน โดยจ.มหาสารคราม มีผู้สมัคร 5 เขต พรรคมั่นใจว่าจะได้ส.ส. 4+1 คน แน่นอน สำหรับจำนวนส.ส.ทั่วประเทศขณะนี้จะได้ไม่ต่ำกว่า 70 แน่นอน อย่างไรก็ตามพรรคจะได้จัดแกนนำพรรคลงช่วยน.ส.ศุภมาส อิศรภักดี ผู้สมัครส.ส.กทม. เขต 11 พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นเพียง 1 เดียวของพรรค และมั่นใจว่าจะได้ที่นั่งด้วย เนื่องจากน.ส.ศุภมาส เป็นอดีตส.ส.ลงพื้นที่หลักสี่ สม่ำเสมอและทำงานมาอย่างหนัก ซึ่งประชาชนรู้ดีว่าทำงานมานานแค่ไหนไม่ใช่การเอาลูกท่านหลานเธอมาลงพื้นที่ โดยในวันที่ 10 มิ.ย.นี้ นางพรทิวา นาคาศัย เลขาธิการพรรคจะลงไปช่วยหาเสียงในพื้นที่ ส่วนนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคก็จะลงไปในวันที่ 12 มิ.ย.นี้
“วันนี้พรรคไม่ได้ทำอะไรที่ฉาบฉวย แต่เราแปรปัญหาของประชาชนมาทำเป็นนโยบาย” โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวและว่า ในช่วงโค้งสุดท้าย หัวหน้าพรรคจะลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครเพิ่มขึ้น ซึ่งจะมีการปราศรัยหาเสียงทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง โดยจะมีการจัดปราศรัยที่ จ.ปทุมธานี หรือ จ.สระบุรี ซึ่งจะต้องมีการประชุมอีกครั้งหนึ่ง



