ข่าว

ไทยจี้เขมรถกเจบีซีมั่นใจศาลโลกชี้ขาด

ไทยจี้เขมรถกเจบีซีมั่นใจศาลโลกชี้ขาด

07 มิ.ย. 2554

"ไทย" จี้ "เขมร" ร่วมถก เจบีซี มั่นใจคำตัดสินศาลโลก ช่วยระงับข้อพิพาท กต.บรรยายสรุปสู้ศึกศาลโลกให้สื่อต่างชาติ ด้าน "ผบ.สส." ย้ำจุดยืน ทหารไทยไม่ให้ต่างชาติเข้าชายแดน

7 มิ.ย.54 นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยที่ทำเนียบรัฐบาลว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ได้รายงานผลการประชุมรัฐมนตรีกลาโหม ที่ประเทศสิงคโปร์ว่า ได้หารือความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา โดยรัฐบาลยืนยันความพร้อม จัดประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี) แต่ขึ้นอยู่กับทางกัมพูชา และรอความชัดเจนเรื่องการส่งเจ้าหน้าที่สังเกตการณ์ลงพื้นที่

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวด้วยว่า นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) รายงานว่า จะนัดหารือทวิภาคีกับทางกัมพูชา ก่อนการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก 1 วัน หรือวันที่ 18 มิ.ย.นี้ เพื่อทำความตกลงร่วมกันกับกัมพูชา ไม่ให้ยื่นแผนบริหารจัดการบริเวณปราสาทพระวิหาร ที่กระทบต่ออธิปไตยต่อที่ประชุม ระหว่างวันที่ 19-29 มิ.ย.นี้

ทั้งนี้ เชื่อว่า องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม แห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) จะดำเนินการตามขั้นตอนที่เหมาะสมเพื่อยุติปัญหาดังกล่าวของ 2 ชาติ

นายปณิธาน กล่าวว่า ปลายเดือนนี้ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก จะพิจารณารับหรือไม่รับคุ้มครองชั่วคราว กรณีกัมพูชายื่นคำขอให้ศาลโลก พิจารณาตีความคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหาร 2505 ซึ่งเชื่อว่า ผลที่ออกมาจะมีแนวโน้มที่ดี

"เชื่อว่า กระบวนการศาลโลก อาจจะช่วยยุติปัญหาความขัดแย้งทั้งสองชาติลงได้ และจะไม่กระทบต่อการถอนกำลังทหาร หรือข้อพิพาทการปักปันเขตแดน และน่าจะช่วยสร้างเสถียรภาพด้านความมั่นคง ในภูมิภาคนี้ให้เกิดขึ้นด้วย เพราะแม้แต่ 1 ใน 15 ตุลาการประเทศบราซิล ก็ยังร้องขอข้อมูลการปะทะกันบริเวณแนวชายแดนไทย - กัมพูชา" นายปณิธาน กล่าว

กต.บรรยายสรุปสู้ศึกศาลโลกให้สื่อต่างชาติ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (7 มิ.ย.) ที่กระทรวงการต่างประเทศ ในเวลา 14.00 น. นายอิทธิพร บุญประคอง อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ได้บรรยายสรุปให้กับสื่อต่างชาติ เกี่ยวกับคณะการดำเนินการทางกฎหมายของไทย ได้เข้าให้ข้อมูลโต้แย้งทางวาจา ต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ไอซีเจ) กรณีที่กัมพูชายื่นคำร้องขอให้ออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราวบริเวณพื้นที่ปราสาทพระวิหาร และการขอให้ศาลโลกตีความเรื่องเส้นอาณาเขตเพิ่มเติมในบริเวณปราสาทพระวิหาร ทั้งนี้ เพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจในทุกประเด็นที่ยังเป็นข้อสงสัยของสาธารณะ

โดยในการบรรยายสรุปดังกล่าว นายอิทธิพร ได้ตอบคำถามของสื่อต่างชาติ ที่ว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ ที่ศาลโลกจะเลื่อนการพิจารณาเกี่ยวกับการออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราวฯ ออกไป เนื่องจากในระหว่างนี้ ประเทศไทยจะมีการลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. ในต้นเดือน ก.ค.นี้ ว่า ในหลักการแล้ว ศาลสามารถเลื่อนการพิจารณา ด้วยเหตุผลทางด้านสังคมและวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นแต่จะไม่เลื่อน อันเนื่องด้วยเหตุผลทางการเมือง แล้วยิ่งหากจะเป็นผลที่เอื้อให้กับรัฐบาลใด รัฐบาลหนึ่ง เชื่อว่าศาลโลกคงไม่นำมาประกอบการพิจารณาอย่างแน่นอน

"สุเทพ" ไม่หวั่น "เขมร" นิ่ง ยันรอศาลโลกตัดสินก่อน 

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมครม. กรณีกัมพูชาปฏิเสธที่จะเจรจาทวิภาคีกับไทย และไม่ถอนเรื่องการพิจารณาปราสาทพระวิหารจากศาลโลกว่า ตอนนี้มีเรื่องเป็นขั้นตอนกันอยู่ และกำลังต่อสู้ในศาลโลก ส่วนศาลจะตัดสินเช่นใดนั้น ก็ต้องรอติดตาม

ทั้งนี้ ไทยยืนยันว่า ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์กติกาสากลทุกอย่าง โดยคำพิพากษาของศาลโลก ไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับเส้นแบ่งเขตแดน ที่ไทยยืนยันตามนั้น 

"การเจรจานั้น ยืนยันว่า วันหนึ่งต้องเจรจา วันนี้ ไม่เจรจาไม่เป็นไร แต่อย่าให้มีเหตุกระทบกระทั่งกันแล้วกัน มันต้องระมัดระวัง" นายสุเทพ ระบุ

เมื่อถามว่า หากวันนี้ไม่เจรจา อาจทำให้สถานการณ์บานปลายขึ้น นายสุเทพ กล่าวว่า วันนี้ไม่เจรจา วันหน้าเจรจากันก็ได้

เมื่อถามว่า ฝ่ายความมั่นคงเตรียมรับมือเช่นใด เพราะต้องทะเลาะกับฝ่ายที่ไม่รู้สึกใด ๆ และเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว นายสุเทพ กล่าวว่า เตรียมการไว้ทุกอย่างคือ เป็นสิทธิของไทย ที่จะปกป้องอธิปไตยของประเทศ ตรงนี้ได้เตรียมความพร้อม จากนั้น ไทยตั้งใจที่จะให้ข้อกินแหนงแคลงใจกับประเทศเพื่อนบ้านนั้น ได้พูดคุยและหาทางออกโดยสันติวิธี เพราะมีเจตนารมณ์ที่จะอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านอย่างสันติ  และจะพยายามต่อไป แม้จะมีอุปสรรคเพียงใดก็จะทำ

เมื่อถามว่า จะมีมาตรการจากเบาไปหาหนักหรือไม่ ตั้งแต่ปิดพรมแดน ไม่ให้คนไทยข้ามไปเล่นพนัน ห้ามติดต่อซื้อขาย จนถึงขั้นตัดความสัมพันธ์ทางการทูต นายสุเทพ กล่าวว่า ค่อย ๆ ดู ทำตามสถานการณ์ แต่หลักใหญ่คือ พยายามไม่ให้กระทบกระเทือนประชาชน

"ผบ.สส."ย้ำจุดยืนทหารไทย ไม่ให้ต่างชาติเข้าชายแดน

วันเดียวกัน ที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม. 2 รอ.) พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมข้อมูลไปชี้แจงกับศาลโลก เกี่ยวกับปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาว่า ทางกระทรวงต่างประเทศ เป็นผู้ดำเนินการรับผิดชอบ ส่วนเขามีหน้าที่รักษาอธิปไตยเหนือดินแดน และเตรียมกำลัง

เมื่อถามว่า กองทัพยังยืนยันจุดเดิมหรือไม่ว่า จะไม่รับกองกำลังต่างชาติให้เข้ามาในพื้นที่ พล.อ.ทรงกิตติ กล่าวว่า ได้ยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรไปแล้ว รวมทั้งยืนยันด้วยวาจา ในที่ประชุมสภากลาโหม ไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยเขาได้สรุปนำเรียนให้ รมว.กลาโหมทราบเท่านั้น

"ผมไม่มีหน้าที่ที่จะทำนอกเหนือจากนั้น ผมมีขั้นตอนบทบาทรับผิดชอบอยู่แล้ว" ผบ.สส. ระบุ

เมื่อถามว่า ประเทศกัมพูชา ต้องการให้ทหารไทยถอนกำลังออกจากพื้นที่ทับซ้อน พล.อ.ทรงกิตติ กล่าวว่า เป็นเรื่องอธิปไตยเหนือดินแดน เราคงต้องวางกำลังไว้อย่างนี้ ส่วนการเจรจาเป็นเรื่องของผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ในระดับนโยบาย เราคงยังยึดมั่นอยู่เช่นนี้

เมื่อถามว่า หากศาลโลกตัดสินคุ้มครอง ตามที่กัมพูชาร้องขอ โดยให้เราถอนกำลังทหารออก จุดยืนของกองทัพเป็นอย่างไร พล.อ.ทรงกิตติ กล่าวว่า เขาทำตามนโยบายของรัฐบาล กองทัพไม่ได้มีอำนาจในการบริหารประเทศ กระทรวงที่เกี่ยวข้องในเรื่องของความมั่นคง จะมีการหารือกันและกำหนดแนวทาง ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบของรัฐบาล ในส่วนของกองทัพ เป็นส่วนหนึ่งของกระทรวงกลาโหม มีภาระหน้าที่ระบุไว้ ในพระราชบัญญัติของกระทรวงกลาโหม อย่างชัดเจน

เวทีเสวนาเนชั่นสัญจร ถกประเด็น ไทย-เขมร บริหาร 4.6 ตร.กม.ร่วมกัน

เวลา 15.00 น. วันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ ม.ราชภัฏศรีสะเกษ สถานีโทรทัศน์ Nation Channel สื่อในเครือเนชั่นกรุ๊ป ได้จัดเวทีเสวนาเลือกตั้งสัญจร "เลือกตั้ง 54 อนาคตเรากำหนดได้” โดยเชิญตัวแทนพรรคการเมือง ที่เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ นักวิชาการ ตัวแทนภาคประชาชน มาร่วมเสวนา เพื่อให้ตัวแทนพรรคการเมือง ได้รับทราบข้อเสนอ และนำเสนอทางแก้ตามนโยบายของแต่ละพรรคการเมือง โดยมีนักศึกษา ประชาชนเข้าร่วมรับฟัง ประมาณ 3,000 คน และมีการถ่ายทอดสดการเสวนาผ่าน sbs เคเบิ้ลทีวี และออกอากาศทาง Nation Channel

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเสวนาตอนหนึ่ง ได้หยิบยกเอากรณีที่สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เสนอให้ประเทศไทย ยอมรับแผนบริหารจัดการร่วมกันบริเวณพื้นที่ 4.6 ตร.กม. รอบปราสาทพระวิหาร  เพื่อพัฒานาด้านธุรกิจการท่องเที่ยวไปด้วยกัน

นายทองดี ทองผาย เลขานุการศูนย์พัฒนาการเมือง ภาคพลเมืองสถาบันพระปกเกล้าฯ จ.ศรีสะเกษ  กล่าวว่า ปัญหากรณีพิพาทชายแดน เขาคิดว่า ถูกนำไปแสวงหาผลประโยชน์ ทางการเมือง หรือเอาไปเป็นตัวประกัน กลายเป็นประเด็นที่จะฉกฉวย เพื่อจะเอาประโยชน์ให้กับกลุ่ม ให้กับพรรคพวกตัวเอง ไม่ได้คิดวางแผนอย่างเป็นระบบ เพื่อที่จะแก้ไขปัญหา ให้กับประเทศชาติบ้านเมืองจริง ๆ

“กรณี 4.6  ตร.กม.นี้ มันบริหารจัดการร่วมไม่ได้ เพราะถ้าไปบริหารจัดการร่วม ก็เท่ากับเราไปยอมรับตรงนี้ว่า กัมพูชามีอธิปไตยเหนือดินแดนบริเวณนั้นแล้ว ณ วันนี้ เราต้องเอาให้มันชัด ๆ ก่อนว่า ประเด็นมันอยู่ตรงไหน” นายทองดี กล่าว

เขาบอกว่า ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้ ไม่ใช่ความเก่งกล้าของกัมพูชา แต่เป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ฝ่ายเรา ถ้าลงไปดูชัด ๆ จะพบว่า ข้อเท็จจริงของปัญหา เกิดจากเนื้อในของเรา และที่มันลุกลามไป ก็เกิดจากเนื้อในของเราเอง ถ้าตราบใดที่นักการเมืองยังเล่นการเมือง เพื่อผลประโยชน์ตัวเองและพวกพ้อง ไม่คิดเห็นผลประโยชน์ประเทศชาติ ปัญหานี้จะไม่ยุติ เพราะเขาจะเอาไว้รอแสวงหาผลประโยชน์ใส่ตัวเอง

ด้าน ดร.กัลยานี  ธรรมจารีย์ สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และประธานสมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า รู้สึกเจ็บปวดมาก เรื่อง 4.6 ตร.กม. ที่จริงบริเวณนั้น เราอยู่มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ตั้งแต่ปี 2533 ตอนนี้ ถ้าให้คณะกรรมการจากต่างประเทศเข้ามาดู แน่นอนเขาต้องบอกว่า ช่วยกันแบ่งกัน ซึ่งมันไม่ใช่  จึงจะให้เขามาดูตอนนี้ไม่ได้ เพราะประเทศไทยเราเป็นสุภาพบุรุษ เรามีแต่ถอย ๆ ขณะที่กัมพูชารุกเข้ามาไม่หยุด

"ตอนนี้ ทางความมั่นคงก็ให้เราถอยมาจนถึงด่านเก็บเงินค่าธรรมเนียม เป็นเรื่องที่เสียเปรียบมาก จะให้ประเทศอื่นเข้ามาดูตอนนี้ ไม่ได้เด็ดขาด เพราะเขาจะบอกว่า 4.6 ตร.กม.เป็นของกัมพูชาทันที" ประธานสมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ ระบุ