
มาร์คชี้ต้องขอกกต.ใช้งบกลางช่วยเรือล่ม
นายกฯอภิสิทธิ์ระบุต้องขอกกต.ใช้งบกลางช่วยเหตุเรือน้ำตาลล่ม ชี้่ตอนนี้แนวทางชัดเจนพร้อมบูรณาการการแก้ไขปัญหา ครม.มีมติ ให้ คมนาคม รวบรวมความเสียหาย เตรียมฟ้องผู้ประกอบการขนส่งน้ำตาล พร้อมช่วยเหลือเกษตรกรเลี้ยงปลา 60% จากต้นทุน ทหารเรือส่งทีมประดาน้ำส
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 7 มิ.ย. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ที่ประชุมครม.ได้หารือเหตุการณ์เรือน้ำตาลล่ม ซึ่งตอนนี้มีการกำหนดแนวทางที่ชัดเจนในการบูรณาการการแก้ไขปัญหาต่างๆ แต่สิ่งที่รัฐบาลให้ความมั่นใจได้คือการช่วยเหลือประชาชนในเรื่องที่อยู่อาศัย และผู้เลี้ยงปลา โดยการดำเนินการในเรื่องของที่อยู่อาศัยนั้น มีการเจรจากับบริษัทเจ้าของเรือที่ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ แต่ต้องมีขั้นตอนการกู้เรือเพื่อให้เกิดความปลอดภัยและต้องมีการถมก่อน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ตนจึงขอยืนยันว่าไม่มีปัญหาใดๆในเรื่องนี้ เพราะมีการซักซ้อมกันในครม.อย่างชัดเจน ขณะที่เรื่องของผู้เลี้ยงปลานั้น ในปี 2550 เคยเกิดเรื่องลักษณะนี้และยังเป็นคดีที่ยืดเยื้อ ดังนั้นตรงนี้มีแนวทางว่าสามารถใช้การจ่ายเงินตามระเบียบของกระทรวงการคลังได้ส่วนหนึ่ง ซึ่งถ้าเป็นเงินจากงบกลาง ต้องไปขออนุญาตจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)เพื่อจะอนุมัติ ส่วนการจ่ายเงินชดเชยร้อยละ 60 ของต้นทุน จะใช้เงินจากกองทุนผู้ประสบภัย ซึ่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้พิจารณา โดยคาดว่าอาจใช้งบประมาณไม่เกิน 60 ล้านบาท แต่จะต้องมีการสำรวจให้ชัดเจนอีกครั้ง สำหรับการกู้เรือนั้น จะใช้โป๊ะและบอลลูน ซึ่งนายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รมช.คมนาคม บอกว่าจะต้องใช้เวลาถึงวันที่ 11 มิ.ย.นี้
เมื่อถามว่าการที่น้ำตาลเป็นอันตรายต่อแม่น้ำ ในตอนนี้ลดผลกระทบลงบ้างหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า น่าจะไปเกือบหมดแล้ว ไม่น่าจะเป็นปัญหา เมื่อถามต่อว่าสามารถหาตัวเจ้าของบริษัทเรือที่เกิดเหตุได้แล้วหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมแจ้งว่าได้พูดคุยกับทางบริษัทดังกล่าวในเรื่องของการชดเชยแล้ว
ครม.มีมติให้คมนาคมรวบรวมความเสียหาย
นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฎิบิติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าที่ประชุมได้พิจารณาแก้ไขเพื่อปัญหา กรณีเรือบรรทุกน้ำตาลล่มในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณ ตำบลภูเขาทอง อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สรุปตั้งวันที่ 31 พ.ค.เวลา 17.00 น. ที่เรือบรรทุกน้ำตาลล่มในแม่นำเจ้าพระยา โดยขณะนี้ได้มีการพยายามกู้เรือ แต่เนื่องจากปริมาณน้ำยังสูงอยู่ จึงให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งการกู้เรือจะใช้ระบบบอลลูนเพื่อที่จะเป็นโป๊ะในการกู้เรือ โดยคาดว่าจะสูบน้ำออกได้ทั้งหมด 5 - 6 ชั่วโมง ซึ่งในวันเสาร์ที่ 11 มิ.ย.นี้จะสามารถกู้เรือได้หากไม่มีการเปลี่ยนแลงในเรื่องของกระแสน้ำ
โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมมีมติ คืออนุมัติให้มีการใช้กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตามข้อเสนอของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการเยียวยาในพื้นที่ที่เป็นเขตภัยพิบัติ ซึ่งเป็นไปตามมาตรการ ที่เป็นกรอบของกระทรวงการคลัง ซึ่งเกณฑ์ในการช่วยเหลือ หากเป็นเรื่องของปลา จะมีเกณฑ์คือจะช่วย 60 เปอร์เซ็นต์ ของต้นทุนของผู้ประกอบการ รวมทั้งครม.ยังมีมติให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิจารณาผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งทางตรงและทางอ้อมภายใต้กฎหมาย และให้กระทรวงคมนาคมเป็นหน่วยงานหลักรวบรวมความเสียหายที่เกิดขึ้นจากทุกหน่วยงาน เพื่อดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ประกอบการที่เป็นผู้ขออนุญาตขนส่งน้ำตาล
นายปณิธาน กล่าวต่อว่า ครม.ยังมีมติให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุเรือน้ำตาลล่ม โดยดำเนินการติดตามและฟื้นฟูคุณภาพน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่จุดที่เกิดเหตุบริเวณจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนถึงปากแม่น้ำบริเวณจังหวัดสมุทรปราการ และให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณาดำเนินการเพื่อปล่อยสัตว์น้ำ ทดแทนสัตว์น้ำที่ตายจากอุบัติเหตุดังกล่าว
ทหารเรือส่งทีมประดาน้ำสำรวจเตรียมกู้เรือมั่นใจกู้ได้
ความคืบหน้ากรณีการกูเรือน้ำตาลล่ม ที่ ม.2 ต.ภูเขาทอง อ.พระนครศรีอยุธยา นาย วิทยาผิวผ่อง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย พ.อ.ชาติชาย ขันธสุวรรณ รองผู้บัญชาการ จังหวัดทหารบกสระบุรี ได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้ากรณีการกู้เรือ พบว่าทางทีมกู้เรือบริษัท เอแซส ที่ลงไปเสริมบังใบ ทำการเสริมได้เพียงด้านเดียว และต้องหยุดการทำงานเมื่อช่วงเย็นวันที่ 6 มิ.ย. เนื่องจากกระแสน้ำแรงมาก ไม่สามารถที่จะเสริมได้ ทางกรมเจ้าท่าได้เรียกผู้เกี่ยวข้องของกรมเจ้าท่าเข้าประชุมด่วน เพื่อหาทางที่จะกู้เรือ
นายวิทยา ผิวผ่อง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า มีความเป็นห่วงเรื่องการทำเขื่อนป้องกันน้ำเซาะตลิ่งที่จุดเกิดเหตุ เนื่องจากยังมีการพังทลายของดินเป็นระยะ ขณะนี้ได้ประสานขอกำลังพลจากกองทัพภาคที่ 1 ให้ส่งทหารช่างเข้ามาช่วย และเตรียมที่จะหารือกับกองทัพเรือในเรื่องของวิศวกรรมในการกู้เรือ
เวลา 16.00 น.วันเดียวกัน พล.ร.ต.สุรพงษ์ อำนรรฆสรเดช ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพเรือ ได้เดินทางมาประชุมร่วมกับนาวาโท รชต ผกาฟุ้ง ขนส่งทางน้ำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทหารจากกองโรงงานวัตถุระเบิด ทหารช่างพัฒนา และป้องกันและบรรเทาภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในการวางแนวทางที่จะกู้เรือน้ำตาล ซึ่งหลังจากประชุมอยู่เป็นเวลานานกว่า 2 ชั่วโมง จึงได้ตัดสินใจให้ทีมประดาน้ำของกองทัพเรือลงน้ำไปสำรวจบริเวณรอบลำเรือ
พล.ร.ต.สุรพงษ์ เปิดเผยว่าแนวทางที่วางไว้คือการทำให้เรือลอยขึ้น ซึ่งจะใช้วิธีการสร้างเป็นห้องแล้วใช้บอลลูนอัดลม เพื่อให้เรือลอยขึ้น ทำการปะในส่วนที่เป็นรอยแตก โดยทางทีมกองทัพเรือเตรียมอุปกรณ์มาแล้ว แต่ยังมีปัญหาเรื่องของแผ่นชิปพลายซึ่งจะนำมาเสริมบังใบ ซึ่งต้องขอความร่วมมือจากทีมกู้เรือเอกชนหรือทีมเอแซส หากอุปกรณ์พร้อมก็สามารถลงมือทำได้ในวันที่ 8 มิ.ย. และเพียงวันเดียวก็จะทำให้เรือลอยขึ้นมาได้ ซึ่งเรื่องของกระแสน้ำไม่ใช่ปัญหา
นายธเนศ วีระศิริ วิศกรชำนาญการจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การให้ผู้ชำนาญการของกรมเจ้าท่าและวิศวกรได้หารือกันในเรื่องการทำให้น้ำเปลี่ยนทิศทาง เพื่อลดแรงกระแทกของกระแสน้ำที่พัดเข้าฝั่ง ส่วนเรื่องการกู้เรือก็มั่นใจว่าทางกองทัพเรือ จะใช้วิธีนำถุงลมยกเรือขึ้นได้อย่างแน่นอน
ปลาราหูตัวที่5ลอยตายเกยติดโป๊ะเทียบเรือท่าช้าง
เมื่อเวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่อยู่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาว่าได้พบปลากระเบนราหูขนาดใหญ่เส้นผ่าศูนย์กลางไม่ต่ำกว่า 2 เมตร เสียชีวิตซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดจากเหตุเรือน้ำตาลล่มที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเมื่อหลายวันก่อน โดยซากปลากระเบนราหูตัวดังกล่าวได้ลอยมาติดใต้โป๊ะเทียบเรือ ที่บริเวณท่าเทียบเรือท่าช้าง แขวงบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยประดาน้ำมูลนิธิปอเต็กตึ้ง และเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่า
ที่เกิดเหตุท่ามกลางประชาชนทั้งไทยและเทศต่างมามุงดูซากปลาขนาดใหญ่ดังกล่าวที่คาดว่าเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่าหนึ่งวัน โดยซากมีน้ำหนักกว่า200กก.เจ้าหน้าที่ไม่สามารถนำขึ้นมาบนท่าเทียบเรือได้ทางเจ้าหน้าที่จึงประสานไปยัง สำนักสิ่งแวดล้อม กทม.เพื่อขอเรือมาลากจูงซากเพื่อไปทำลาย ที่ท่าน้ำดาวคะนอง ต่อไป
น.ส.ผึ้ง เจริญสุข อายุ 40 ปี เจ้าหน้าที่ปล่อยเรือ เผยว่าตนและชาวบ้านได้พบปลาดังกล่าวลอยมาติดอยู่ที่บริเวณใต้โป๊ะเทียบเรือท่าช้างตั้งแต่ช่วงใกล้เที่ยง ชาวบ้านพยายามที่จะนำซากขึ้นฝั่งแต่เนื่องจากมีนำหนักมากจึงต้องแจ้งไปยังกรมเจ้าท่าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการดังกล่าว
สำหรับปลากระเบนราหูตัวดังกล่าวเป็นตัวที่ 5 ที่เสียชีวิต หลังจากเหตุการณ์เรือน้ำตาลล่มที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นเหตุให้ปลาใหญ่ลอยตายเป็นจำนวนมาก เนื่องจากน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาขาดออกชิเจนทำให้ปลาขาดอากาศหายใจ



