
ชาญวิทย์เผยผลโพลล์เฉือนคู่แข่งเขตมีนบุรี
วิชาญให้ข้อมูล กกต.เร่งสอบโครงการปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล "ไพฑูรย์"ลงพื้นที่พิจิตรหาเสียงช่วยลูกชาย "ผอ.เลือกตั้งภท." เผยพรรคส่งผู้สมัครลงพื้นที่ ชี้แจงนโยบาย กำชับต้องขยัน สับนโยบาย พท.สร้างหนี้ โวลั่น มั่นใจ ได้ส.ส. กทม.ชี้ผู้สมัครรู้ปัญหาใกล้
(7มิ.ย.) นายชาญวิทย์ วิภูศิริ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 17 มีนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ เดินสายหาเสียงในพื้นที่บริเวณชุมชนการเคหะแห่งชาติมีนบุรี โดยมีประชาชนออกมาให้การต้อนรับเป็นจำนวนมาก นายชาญวิทย์กล่าวว่า กระแสตอบรับจากประชาชนมีมากขึ้นเรื่อยๆ ดังปรากฏจากผลสำรวจหรือโพลล์ของบางสำนัก ซึ่งได้ย้ำกับประชาชนถึงนโยบายของพรรคโดยเฉพาะการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 25% ภายใน 2 ปี การขึ้นเงินเดือนข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ การคงเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 60 ปี เดือนละ 500 บาท โครงการเรียนฟรี 15 ปี เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา 250000 บาท/คน/ปี
“วิชาญ”ให้ข้อมูล กกต.เร่งสอบโครงการปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทยและผู้สมัครส.ส.กทม. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางมาให้ข้อมูลกับฝ่ายสืบสวนสอบสวน ของกกต. ในคำร้องให้ตรวจสอบการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ทหารในโครงการปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลในคำสั่งที่ ( ฉก.ปส. 315) ว่า มีจุดประสงค์แอบแฝงหรือไม่ โดยตั้งข้อสังเกตว่ามีการดำเนินการเฉพาะพื้นที่ซึ่งเป็นฐานเสียงของพรรคเพื่อไทย ดังนั้นการกระทำในลักษณะดังกล่าวอาจเข้าข่ายข่มขู่ และไม่เหมาะสมในบรรยากาศที่กำลังจะมีการเลือกตั้ง จึงอยากถามกลับไปยังนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงว่าหากต้องการปราบปรามยาเสพติด เหตุใดไม่ดำเนินการมาก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ตน ได้มอบหลักฐานเป็นภาพถ่ายพร้อมพยานบุคคลที่เป็นประชาชนในพื้นที่ให้กับทางกกต . ไว้ด้วย
นายวิชาญ กล่าวว่า นอกจากนี้จะมีการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณในโครงการดังกล่าวกว่า 5 พันล้านด้วย โดยในวันพรุ่งนี้ ( 7 มิ.ย.) จะมอบหมายให้ผู้อำนวยการเลือกตั้งเขตของพรรคเพื่อไทยมายื่นหนังสือต่อกกต. ให้มีการตรวจสอบการกระทำที่อาจเป็นการทุจริตการเลือกตั้งรูปแบบใหม่ ที่มีการจดเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ไปตรวจสอบหากพบเป็นคนในเขตเลือกตั้งจะมีการโอนเงินจำนวน 100 บาทเป็นค่ามัดจำ โดยหลังเลือกตั้งจะมีการโอนเงินที่เหลือให้การกระทำดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับการให้โบนัสหรือแชร์ลูกโซ่
"ไพฑูรย์"ลงพื้นที่พิจิตรหาเสียงช่วยลูกชาย
นายไพฑูรย์ แก้วทอง ผู้อำนวยการเขตเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ เขตภาคเหนือ พร้อมทีมงานได้เดินทางไปหาเสียงในพื้นที่ ต.โพธิ์ประทับช้างและ ต.วังจิก อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ให้กับนายนราพัฒน์ แก้วทอง บุตรชาย ผู้สมัคร ส.ส.พิจิตร เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ ที่อบต.ประประทับช้าง ซึ่งมีสมาชิก อบต.โพธิ์ประทับช้างได้ให้การต้อนรับ โดยนายไพฑูรย์ ได้แจกแผ่นพับแนะนำตัวนายนราพัฒน์ ให้กับสมาชิก ชาวบ้าน ซึ่งบรรยากาศการหาเสียงคึกคักเป็นอย่างมาก
นายไพฑูรย์ กล่าวว่า กรณีกระแสของพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่ลดลงนั้น ตรงนี้เราไม่ได้ทิ้งพื้นที่ กระแสของเรายังดีอยู่ อย่างนายนราพัฒน์ ก็เดินออกหาเสียงในพื้นที่ทุกวัน ตั้งแต่เช้าถึงเย็น ตอนนี้ก็เหลือเพียงไม่กี่ตำบลที่เราเดินเข้าหาประชาชน ก็หยุดปราศรัยเป็นช่วงๆ ตนคิดว่ากระแสของเรายังห่างคู่แข่ง อย่างพรรคเพื่อไทยมาก และผมมั่นใจว่าสามารถชนะได้ไม่มีปัญหาเนื่องจากนโยบายพรรคโดนใจเกษตรกรชาวนาในเรื่องของประกันราคาข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการเดินหาเสียงของนายไพฑูรย์ ในครั้งนี้ เนื่องจากขณะนี้กระแสพรรคเพื่อไทยมาแรงเพราะว่านายพงษ์ศักดิ์ เหลืองวิจิตร พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นหลานชายของ น.ส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร อดีต ส.ส.พิจิตร เขต 2 พรรคเพื่อไทย มีฐานเสียงในพื้นที่ดี อันเป็นฐานเสียงเก่าจาก น.ส.สุณีย์ เป็นตัวชี้วัด ทำให้นายไพฑูรย์ แก้วทอง อดีต ส.ส.พิจิตร 9 สมัย ต้องเกาะติดสถานการณ์การเลือกตั้ง ส.ส.ในเขต 2 อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการเดินออกหาเสียงช่วยลูกชายในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งได้แบ่งทีมออกหาเสียงทั้งนายไพฑูรย์ และนายนราพัฒน์ ให้ครบทุกตำบล ทุกพื้นที่ในเขต 2
ผู้สมัครส.ส.ปชป.ปากน้ำปรับแผนหาเสียง
นายสิริวัฒน์ ชรารินทร์ ประธานสาขาพรรคประชาธิปัตย์ เขต 4 สมุทรปราการ เปิดเผยว่า การหาเสียงของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.สมุทรปราการ ของพรรคประชาธิปัตย์ ต้องมีการประชุมปรับแผนกันเป็นระยะ เนื่องจากการลงพื้นที่หาเสียงของผู้สมัคร ส.ส. สมุทรปราการ มักจะถูกก่อกวนจากกลุ่มคนเสื้อแดง หากจุดไหนเห็นว่าไม่ปลอดภัยก็ต้องมีการยกเลิกและเปลี่ยนจุดในการหาเสียงในทันที และจะไม่มีการแจ้งกำหนดการการปราศรัยล่วงหน้า เพราะเกรงจะเป็นเป้าในการดักทำร้ายหรือก่อกวนของผู้ไม่หวังดี
นายสิริวัฒน์ ยังกล่าวต่อว่า ส่วนเรื่อง ป้ายหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ ใน จ.สมุทรปราการ ที่ถูกทำลายนั้น ในขณะนี้ตำรวจ สภ.บางพลี พอทราบตัวคนที่ก่อเหตุแล้ว อยู่ในระหว่างการออกหมายเรียกมาพบพนักงานสอบสวน และจากการตรวจสอบจนถึงขณะนี้ยังไม่พบว่ามีการทำลายป้ายหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ใน จ.สมุทรปราการ เพิ่มเติมแต่อย่างใด แต่ก็ไม่ได้ชะล่าใจพยามที่จะออกตรวจตราป้ายหาเสียงอยู่อย่างเข้มงวด ในส่วนป้ายที่ถูกทำลายไปก่อนหน้านี้ ทางพรรคไม่ได้ทำการซ่อมแซมแต่อย่างใด แต่จะรอป้ายแบบใหม่มาติดแทน
ผอ.เลือกตั้งภท.กระตุ้นผู้สมัครลงพื้นที่ชี้แจงนโยบาย
นายสรยุทธ เพ็รชตะกูล ผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า จากการประชุมผู้สมัครวานนี้ ( 6 .มิ.ย.) ทางพรรคได้กำชับให้ผู้สมัครทุกคนขยันทำพื้นที่เข้าหาประชาชนให้มากขึ้น และเน้นปราศัยย่อยอธิบายนโยบายต่างๆให้ประชาชนเข้าใจ เพราะวันนี้ นโยบายทุกพรรคคล้ายคลึงกันมาก ทางพรรคจึงให้ผู้สมัครไปชี้แจงในรายละเอียด ว่าประชานิยมของพรรคมีความแตกต่าง เช่น การช่วยเหลือเกษตรกร เราพูดถึงการประกันราคาข้าว ว่ามันดีอย่างไร และ กองทุนประกันราคาสินค้าเกษตร ข้าวเปลือกตันละ 20 , 000 บาท พรรคทำได้ และจะผลักดันให้เป็นโครงสร้างระยะยาว เมื่อทำได้เกษตรกรเดินได้ในอนาคต เพราะพรรคไม่เห็นด้วยกับการจำนำราคาข้าว และ การใช้บัตรเครดิตเกษตรกร มันเป็นสร้างภาระหนี้สิน ทั้งนี้ทางพรรคเตรียมที่จะเปิดนโยบายสำคัญอีก 1 นโยบาย เพื่อช่วยแก้ปัญหาของเศรษฐกิจในฐานของคนมีรายได้น้อย ในเร็วๆนี้
นายสรยุทธ ยังกล่าวต่อว่า แม้กทม.พรรคส่ง ผู้สมัครเพียงคนเดียว คือ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี เขต 11 กทม. ทางพรรคมั่นใจ เพราะนางสาวศุภมาส เป็นส.ส.ในพื้นที่ดูแลประชาชนในพื้นที่มานาน เข้าใจประชาชนในพื้นที่ แต่พรรคการเมืองอื่นไม่เคยคำนึงเรื่องนี้ โดยเลือกคนมีชื่อเสียง ฐานะทางสังคมสูง โดยไม่คำนึงถึงประชาชน ทำให้ประชาชนไม่ได้รับประโยชน์ โดยวันศุกร์ที่ 10 มิ.ย. นาง พรทิวา นาคาศัย เลาธิการพรรค จะลงพื้นที่ช่วยนางสาวศุภมาส หาเสียง และ อธิบาย เรื่องปากท้องประชาชน นโยบายการจ้างงาน ลดภาษีมูลค่าเพิ่ม 2% การสร้างอาชีพ การสร้างที่ทำกิน และ ในวันอาทิตย์ 12 มิ.ย. นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค พร้อมผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ จะลงพื้นที่หาเสียงในเขตหลักสี่ ทั้งนี้ ขณะนี้ทางคณะทำงานอยู่ในขั้นตอน การวางแผนการหาเสียงใน กทม. โดยจะเน้นการลงพื้นที่ย่านธุรกิจ พื้นที่ ของคนรุ่นใหม่ เราจะแบ่งทีมลงพื้นที่ และผลักดันคนรุ่นใหม่ในพรรคให้ทำงานการเมือง อย่างไรก็ตามการลงพื้นที่ทางพรรคก็เชื่อว่าจะได้รับการตอบรับจากประชาชน
เมื่อถามว่า ผ่านมาครึ่งทางในการเลือกตั้งดูเหมือนกระแสของภูมิใจไทย ยังไม่ขึ้น นายสรยุทธ กล่าวว่า กระแสคือกระแส มันมาเป็นช่วง มีขึ้นมีลง เราจะชัดเจนในเรื่องของนโยบาย ถึงจุดหนึ่งประชาชนจะใช้สติ 1 เสียง ที่เขาจะลงคะแนนเขาต้องคิด ว่าใครจะทำประโยชน์ของประเทศชาติ ดังนั้นอย่าไปคิดมากเรื่องกระแส ทางพรรคก็ไม่ได้ละเลย ไม่ได้ประมาท พรรคก็ได้เตือนผู้สมัครไปแล้วว่า ต้องขยันกว่าเดิม



