
ปปง.เล็งสอบการเงินช่วงหาเสียงเลือกตั้ง
ปปง.เตรียมตรวจสอบธุรกรรมการเงินช่วงหาเสียงเลือกตั้ง เล็งวิเคราะห์แยกเป็นรายจังหวัด พิสูจน์ข้อครหาเงินหายจากระบบกว่าหมื่นล้าน นักธุรกิจเชื่อเงินหายระบบถูกนำมาใช้ซื้อเสียง
ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) วันที่ 7 มิ.ย. พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ รักษาการเลขาธิการปปง. เปิดเผยถึงการตรวจสอบกระแสเงินในช่วงหาเสียงเลือกตั้งว่า ขณะนี้ ปปง. กำลังรอข้อมูลธุรกรรมการเงินทั้งหมดจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อนำมาวิเคราะห์ข้อมูลธุรกรรมทางการเงินของแต่ละธนาคารว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และมีเงินหายออกไปจากระบบจริงหรือไม่ โดยจะใช้เวลาประมาณ 1สัปดาห์ ซึ่ง ปปง.วิเคราะห์ธุรกรรมการเงินโดยแยกเป็นรายจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด คาดว่าในวันจันทร์ที่ 13 มิ.ย.จะแถลงให้รับทราบได้ว่าพบข้อมูลอย่างไร ทั้งนี้โดยส่วนตัวไม่อยากให้สื่อเร่งนำเสนอข่าวเพราะเกรงว่าหากมีการนำเงินออกจากระบบจริง ผู้กระทำการหรือที่เกี่ยวข้องอาจจะเลี่ยงลงโดยใช้วิธีการมุดลงใต้ดินหมด
พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวอีกว่า ตามปกติหากมีการเบิกจ่ายเงินผิดปกติ สถาบันการเงินจะไม่แจ้งข้อมูลตรงมาที่ ปปง.แต่จะส่งหลักฐานมาให้ตรวจสอบในกรณีที่พบว่ามีเงินจำนวนมากหายออกไปจากระบบจริง และต้องมีการตรวจสอบข้อมูลจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ควบคู่กันไปด้วย ในส่วนของ ปปง.จะตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลการทำธุรกรรมใน 2 ช่วง คือ ช่วงที่พบว่าเงินหายออกจากระบบ ซึ่งอยู่ระหว่างการหาเสียงของพรรคการเมือง และช่วงโค้งสุดท้ายก่อนที่จะมีการเลือกตั้งประมาณ 2 สัปดาห์ คือ ในวันที่ 15 มิ.ย.นี้ และเชื่อว่าเมื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ทั้ง 2 ช่วงก็ทำให้เห็นภาพได้ว่า มีการนำเงินออกไปใช้จ่ายเกี่ยวกัยการซื้อเสียงในการเลือกตั้งหรือไม่
ก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.ระพีพัฒน์ ปาละวงศ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และหัวหน้าชุดป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ได้เรียกประชุม รอง ผบก.ที่รับผิดชอบ และหัวหน้าชุดเคลื่อนที่เร็วประจำ สน.ทุกพื้นที่ ในความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจนครบาล เข้าร่วมประชุมมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา พร้อมทั้งระบุว่าเบื้องต้นได้รับแจ้งว่า มีเงินสดที่หมุนเวียนในระบบหายไปกว่าหมื่นล้านบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องสืบหาให้ได้ว่า เงินที่หายไปนั้นไปอยู่ที่ใด ถ้าหากเงินเหล่านั้นหายไปเพราะเป็นการนำไปซื้อเสียงเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องรีบเข้าไปดำเนินการจับกุมผู้ที่กระทำผิดทันที ขณะที่ธปท.ออกมาปฏิเสธว่าไม่มีเงินหายออกจากระบบมากถึงหมื่นล้านบาท
นักธุรกิจเชื่อเงินหายระบบถูกนำมาใช้ซื้อเสียง
นายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ รองประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและเลขาธิการหอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า ข้อสังเกตุถึงเงินใช้จ่ายหมุนเวียนในประเทศไทนที่หายไปจากระบบ ทราบว่าก่อนหน้านี้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง( กกต.)ได้พูดถึงกรณีนี้ตั้งแต่ก่อนที่จะมีการยุบสภาว่า มีกระแสการเคลื่อนย้ายเงินออกมาในพื้นที่ต่างจังหวัดโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นจำนวนมาก
"ในขณะนี้มีกระแสข่าวว่าในแต่ละพื้นที่มีการแจกเงินให้กับแกนนำในหลักหมื่นบาทต่อหัว ฉะนั้นเมื่อแกนนำได้เงินระดับหลักหมื่น ประชาชนก็ต้องได้ถึงหลักพัน ซึ่งในแต่ละเขตจะมีประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 1.2 แสนคนก็จะมีการแจกเงินให้กับประชาชนทั่วไปเกินกว่า 100 ล้านในทุกเขตเลือกตั้ง เฉพาะในแต่ละเบอร์ ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้ทั้งในส่วนของกระแสการต่อสู้ทางการเมืองที่รุนแรงและกระแสการสะพัดของเงินสดจะมากเป็นพิเศษ ดังนั้นมาถึงวันนี้เชื่อว่าเรื่องเงินในระบบที่หายไป เนื่องจากเงินที่ดึงออกไปนอกระบบก่อนหน้านี้ไม่พอที่จะใช้ในการสู้ศึกเลือกตั้งแล้ว จึงจำเป็นที่จะต้องดึงเงินออกจากระบบธนาคารลงมาเพิ่ม"นายทวิสันต์ กล่าว



