
มาร์คปัดแก้วสรร-ตุลย์เคลื่อนไม่พันปชป.
"อภิสิทธิ์" ปัด "แก้วสรร-ตุลย์" เคลื่อนไหวไม่เกี่ยว ปชป. สงสัย "สนธิ ลิ้ม" มีเจตนาอะไรกล่าวหา ปชป. ระวังถูกถามกลับ รุกโหวตโนเพราะไปอยู่กับทักษิณหรือไม่ ปธ.สภาสตรีชี้ประเทศไทยยังเลือกปฏิบัติ เสนอ รบ.ใหม่ ให้ตั้งกระทรวงสตรี
เมื่อเวลา14.30 น. วันที่ 7 มิ.ย จากกรณีที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ระบุนายแก้วสรร อติโพธิ นักวิชาการและอดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.)ในฐานะเครือข่ายพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน และ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำเครือข่ายคนเสื้อหลากสี ที่ออกมาเคลื่อนไหวติดตามความคืบหน้าคดีซุกหุ้น ของ พ.ต.ท. ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์นั้น
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคประชาธิปัตว์ ได้หัวเราะก่อนจะตอบคำถามของผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ไม่มีหรอกครับ ตนก็ทราบจากข่าวว่าบุคคลเหล่านี้มีความเคลื่อนไหวในเรื่องที่เขาเคลื่อนไหวอยู่ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนี้ นพ.ตุลย์ และนายแก้วสรร ถามว่ารู้จักกันหรือไม่ ก็รู้จักทั้งนายแก้วสรร และ นพ.ตุลย์ ซึ่งเห็นตรงกันหลายเรื่อง และเห็นไม่ตรงกันก็หลายเรื่อง แต่ตนไม่ทราบว่านายสนธิ มีเจตนาอะไรที่จะมากล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์
"ถ้าคิดแบบนี้เดี๋ยวคนก็ถาม คุณสนธิบ้างว่า ตกลงกลับไปอยู่กับคุณทักษิณ (ชินวัตร) แล้วหรือเปล่า ถึงพยายามให้คนที่เคลื่อนไหวไม่เอาคุณทักษิณ โหวตโน ถ้าเกิดถามก็ถามกันวุ่ยวายใหญ่ อย่าไปจินตนาการมากเลยครับ" นายอภิสิทธิ์กล่าว
ปธ.สภาสตรีชี้ประเทศไทยยังเลือกปฏิบัติ
เมื่อเวลา 15.00 น. นายอภิสิทธิ์ พร้อมด้วยนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้อำนวยการศูนย์การเลือกตั้งกรุงเทพมหานครพรรคประชาธิปัตย์ คุณหญิงกัลยา โสภณพาณิชย์ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมายังบ้านมนังคศิลา ถนนหลานหลวง เพื่อพบกับ ผู้บริหารสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ นำโดย คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ เนื่องในโอกาสรับรองการเดินทางมาเยี่ยมสภาสตรีแห่งชาติ
ในโอกาสนี้ ประธานสภาสตรีได้เสนอแนวนโยบายด้านดูแลสตรีไทยกับหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า ปัจจุบันสตรีไทยมีบทบาทเพิ่มมากขึ้น ตามปฏิญญาและแผนปฏิบัติการปักกิ่ง (Beijing Platform) คาดหวังให้สตรีเข้ามามีบทบาทและมีส่วนร่วมทางการเมือง 50% แต่ในทางปฏิบัติแล้วประเทศไทยมีสตรีเข้ามีส่วนร่วมทางการเมืองเพียง 12% รวมทั้งหลายเรื่องเกี่ยวกับด้านนิติบัญญัติยังไม่สมบูรณ์ชัดเจน และบางเรื่องยังล้าหลังไม่เป็นรูปธรรมทั้งด้านกฎหมาย ระเบียบกับการปฏิบัติไม่สอดคล้องกัน ความเสมอภาคหรือสถานภาพที่ยังไม่ทัดเทียม ยังมีความรุนแรงและการเลือกปฏิบัติต่อสตรี มีความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม แรงงานสวัสดิการสังคมและกองทุนพัฒนาสำหรับสตรีและการจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรไม่เท่าเทียม ตลอดจนศักดิ์ศรีและความมั่นคงของสตรีซึ่งยังต้องมีการรณรงค์ให้มีการบูรณาการมิติหญิงชายในทุกภาคส่วนของสังคม และให้สตรีเป็นหุ้นส่วน และได้มีโอกาสทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
“พร้อมกันนี้ขอนำเสนอประเด็นให้มีการจัดตั้งกระทรวงสตรีเพื่อให้สามารถดำเนินนโยบายสังคมเพื่อบูรณาการ ดำเนินงานด้านสังคมให้เกิดเป็นรูปธรรมอย่างแม้จริงหรือให้สภาสตรีฯเป็นองค์กรหลักขับเคลื่อนงานของสตรีที่มีสถานภาพ ความมั่นคง มีงบประมาณ มีสถานที่ทำการถาวรสมศักดิ์ศรีของสตรีไทย” ประธานสภาสตรีฯ กล่าว



