
ผบ.ตร.จัดกำลังตร.แสนนายคุมเลือกตั้ง
"ผบ.ตร." จัดกำลัง 1 แสนนายดูแลการเลือกตั้ง เฝ้าระวัง 40 เขต 24 จังหวัด ทำลายป้าย 1,057 ป้าย ย้ำการหาเสียงทางเว็บไซต์ยังไม่พบปัญหา แจงข่าวเงินหายหมื่นล้านไม่เป็นความจริง ตร.ภ.9กวาดล้างอาชญากรรมก่อนเลือกตั้งจับผู้ต้องหา-อาวุธอื้อ
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 7 มิถุนายน พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. กล่าวภายหลังการประชุมศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง (ศรส.ลต.ตร.) ว่า ที่ประชุมได้มีการหารือจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อรักษาความปลอดภัยประจำหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งมีประมาณ 90,200 หน่วยทั่วประเทศ เบื้องต้นจะใช้กำลังตำรวจอย่างน้อย 1 นาย ประจำหน่วยเลือกตั้ง คาดว่าจะต้องใช้กำลังตำรวจ ไม่ต่ำกว่า 1 แสนนาย จากทั้งหมด 2 แสน 1 หมื่นนาย ในวันที่ 3 ก.ค. นี้ ซึ่งทางกกต.จะสามารถสรุปผลเขตเลือกตั้งได้ชัดเจนภายในวัน 10 มิ.ย.
ผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องเงินสดหมุนเวียนในระบบสถาบันการเงินไทยหายไปกว่าหมื่นล้านบาท พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า ได้รับการยืนยันจากนายสรสิทธิ์ สุนทร?เกศ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นการเข้าใจผิดข่าวที่เห็นทางเว็บไซต์หรือสื่ออื่นๆ ยืนยันว่าไม่เคยให้ข่าวไปเช่นนั้น ส่วนคดีที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายเลือกตั้งที่บช.น.มี 4 คดี อาทิ ยิงหัวคะแนนที่บึงกุ่ม, ยิงหัวคะแนนที่หนองจอก, ยิงบ้านหัวคะแนนพรรคประชาธิปัตย์ที่บางบอน, ตร.ภ. 1 กรณียิงนายประชา ประสพดี, ปาระเบิดหัวคะแนนที่จ.สมุทรปราการ, ยิงนายวิโรจน์ตายที่จ.อ่างทอง, ตร.ภ.5 มีลักษณะการทะเลาะวิวาทกันระหว่างสองพรรคใหญ่, ยิงผู้ใหญ่บ้านที่แม่จันเสียชีวิต และยิงหัวคะแนนที่ จ.ลำปาง
สำหรับ พื้นที่ทำลายป้ายหาเสียงมากที่สุดคือ ตร.ภ.1 โดยพื้นที่บช.น.จำนวน 104 ป้าย ตร.ภ.1 จำนวน 301 ตร.ภ.2 จำนวน 86 ป้าย ตร.ภ.3 จำนวน 46 ป้าย ตร.ภ.4 จำนวน 148 ป้าย ตร.ภ.5 จำนวน 142 ป้าย ตร.ภ.6 จำนวน 64 ตร.ภ.7 จำนวน 39 ป้าย ตร.ภ.8 จำนวน 65 ป้ายตร.ภ. 9 จำนวน 57 ป้าย ศชต.จำนวน 11 ป้าย
พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวถึงกรณีผกก.สภ.บึงกาฬ ถูกร้องเรียนวางตัวไม่เป็นกลาง ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบไม่สามารถสรุปได้ ส่วนตำรวจในจ.สุรินทร์ บุรีรัมม์ ศรีสะเกษ มีการร้องเรียนเข้ามาว่ามีการตั้งด่านตรวจค้นอย่างเข้มงวดทำให้เกิดความลำบากในการเดินทางไปฟังการปราศรัยต้องผู้สมัครส.ส.นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความจำเป็นที่จะต้องตั้งด่านอย่างเข้มข้น เพื่อตรวจค้นอาวุธป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำผิดเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้ง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้มีเจตนาที่จะขัดขวางแต่อย่างใด
ส่วนเรื่องการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งนั้น พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่าสถิติการทำลายป้ายประกาศหาเสียงเลือกตั้งทั้งหมด 1,057 ป้าย ได้ถูกดำเนินคดีแล้ว 4 คดี เกิดขึ้นที่บช.ก. จำนวน 2 คดี ตร.ภ.3 จำนวน 1 คดี และ ตร.ภ.6 จำนวน 1 คดี ซึ่งมีการแจ้งความมาทั้งหมด 20 เลขคดี มักเป็นคดีที่มีการแจ้งความฟ้องฝ่ายตรงข้ามจากการพูดจาใส่ร้ายป้ายสี เพิ่มจำนวนเขตการเฝ้าระวังทั้งหมด 40 เขต 24 จังหวัด ต้องเฝ้าระวังพิเศษคือ 3 เขตเดิม คือ จ.นครสวรรค์ เชียงราย นราธิวาส ขณะนี้มีผู้สมัครส.ส.รักษาความปลอดทั้งหมด 256 ราย จึงการส่งกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยแก่ผู้สมัครไปทั้งสิ้น 540 นาย
พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวต่อว่า ให้ทางบช.ก.และสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (สทส.ตร.) จากการมอนิเตอร์ได้ พบว่ามีการหาเสียงผ่านทางโซลเชี่ยนมีเดียกว่า 200 เว็บไซต์ บางส่วนเป็นทวิทเตอร์ บางส่วนเป็นเฟชบุ๊ก การตรวจสอบเบื้องต้น เป็นการบันทึกว่าผู้สมัครรายใดได้ใช้โซลเชี่ยนมีเดียบ้าง เพื่อเป็นข้อมูลในการตรวจสอบต่อไป ขณะนี้ยังไม่พบการกระทำผิดในเรื่องของการกล่าวให้ร้ายซึ่งกันและกัน ตรวจสอบข้อความแล้วยังเป็นเพียงการหาเสียงตามปกติ
พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ที่ปรึกษาสบ 10 กล่าวว่า เรื่องของการหาเสียงทางเว็บไซต์และโซลเชี่ยนมีเดียผบ.ตร.สั่งการให้มีการตรวจสอบทุกวัน โดยบช.ก.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตองยอมรับว่าการตรวจสอบข้อความการหาเสียงทางเว็บไซต์นั้น ค่อนข้างยากแต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้พยายามแบ่งแยกว่า ข้อความใดเป็นการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง หรือสนับสนุนพรรคการเมือง ซึ่งหากข้อความเหล่านี้เป็นข้อความที่เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ อย่างไรก็ตามประชาชนสามารถการกระทำที่ผิดกฎหมายให้แจ้งเบาะแสเข้ามาที่หมายเลข 1599 ซึ่งขณะนี้พบว่าเริ่มมีประชาชนให้เบาะแสกับการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ทางตำรวจจะนำข้อมูลดังกล่าวประสานไปยังกกต. อีกทั้งยังสามารถแจ้งเบาะแสการซื้อสิทธิ์ขายเสียงที่หมายเลข 1171 ของกกต.ได้ด้วย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการซ้ำซ้อนกันในการทำงานและจะดำเนินการภายใน 7 วัน
เมื่อถามที่จ.สมุทรปราการ มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงโดยให้เงินหัวละ 500 บาทมีการตรวจสอบอย่างไร พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ถ้ามีข้อมูลผ่านมาทางหมายเลข 1599 และมีการตรวจสอบกับกกต.ทุกกรณี หรือกกต.มีข้อมูลที่จะให้ตำรวจตรวจสอบและสืบสวนขยายผลเพื่อทำงานร่วมกัน หากมีการแจ้งความทางเจ้าหน้าที่จะเร่งดำนเนินคดีแล้วแจ้งให้ทางกกต.ทราบ อย่างไรก็ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งระบุว่า ผู้ที่รับเงินและมาแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือกกต.ภายใน 7 วัน หลังจากวันเลือกตั้งก็จะไม่มีความผิด จึงขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน ถ้าพบเบาะแสว่ามีการให้ทรัพย์สินหรือสัญญาว่าจะให้ก็ให้มาแจ้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้
พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวเตือนถึงการทำลายป้ายหาเสียงเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงสืบสวนขยายผลว่าเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามหรือไม่ แม้เจ้าของป้ายหาเสียงจะไม่เอาความก็ตาม เป็นการกระทำด้วยคึกคะนอง ซึ่งหากการสืบสวนของตำรวจพบบว่ามีการจ้างวานให้ทำลายป้ายหาเสียงฝ่ายตรงข้ามก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย ถ้าหากมีการพาดพิงตามมาตรา 53 ตามกฎหมายเลือกตั้งโทษสูงสุดถึงขั้นยุบพรรคการเมือง เรื่องของการทำลายป้ายทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังมีการเฝ้าระวังอยู่ และขอร้องไปยังพรรคการเมืองให้เฝ้าระวังป้ายขอตัวเองด้วย หากมีเบาะแสที่จะสาวถึงตัวคนร้ายให้เปิดเผยกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรณีที่จ.ชลบุรีตรวจสอบแล้วว่าเป็นเพียงความคึกคะนองของเด็กวัยรุ่น และอีกแห่งหนึ่งเป็นการกระทำที่เกิดจากการเมาสุรา ซึ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องการกระทำหรือกลั่นแกล้งจากฝ่ายตรงข้าม
ภาค9ล้างอาชญากรรมก่อนเลือกตั้งจับผู้ต้องหา-อาวุธอื้อ
เมื่อเวลา10.00 น. ที่สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พล.ต.ต. ชินทัต มีศุข รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 9 และ พล.ต.ต.ชนสิษฏ์ วัฒนวรางกูล ผบก.ภ.จว.สงขลา พร้อมด้วยหัวหน้าสถานีตำรวจทั้ง 16 อำเภอของจ.สงขลา ร่วมกันแถลงข่าว ผลการกวาดล้างอาชญากรรมในช่วงการเลือกตั้ง ทั้งช่วงที่ 1 ระหว่างวันที่ 12 พ.ค. - 26 พ.ค. และช่วงที่ 2 ระหว่างวันที่ 30 พ.ค. -13 มิ.ย. ในพื้นที่ทั้ง 16 อำเภอของจ.สงขลา
โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมคนร้ายคดีโจรกรรมรถ ประกอบด้วย ลักรถ จยย. 5 ราย ผู้ต้องหา 5 คน ลักรถยนต์ 1 ราย ผู้ต้องหา 1 คน ปล้นรถ จยย. 1 รายผู้ต้องหา 5 คน และยักยอกรถ จยย. 2 ราย ผู้ต้องหา 2 คน,และสามารถยึดรถ จยย.คืนมาได้กว่า 100 คัน และรถยนต์กระบะอีก 1 คัน การจับกุมความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด 137 ราย ผู้ต้องหา 177 คน พร้อมของกลางยาบ้า ยาไอซ์ ใบกระท่อม และยาน้ำแก้ไอจำนวนหนึ่ง
การจับกุมคนร้ายคดีสำคัญ ทั้งคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ 5 ราย ผู้ต้องหา 9 คน และเกี่ยวกับอาวุธปืน 38 ราย ผู้ต้องหา 40 คน และสามารถยึดอาวุธปืนสงครามและปืนปกสั้นรวมทั้งปืนไทยประดิษฐ์กว่า 200 กระบอกและเครื่องกระสุนจำนวนมาก ระเบิด 2 ลูก และยังสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับที่ออกไว้ 50 คดี ผู้ต้องหา 40 คน
พล.ต.ต. ชินทัต มีศุข รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 9 เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 16 อำเภอของจ.สงขลา ยังคงระดมกวาดล้างอาชญากรรมในช่วงก่อนการเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจับตาความเคลื่อนไหวของกลุ่มมือปืนทั้งในพื้นที่จ.สงขลาและพื้นที่ใกล้เคียง และจะประสานการทำงานกับ กกต.สงขลา เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย อย่างไรก็ตามในภาพรวมของจ.สงขลา นั้นยังไม่มีสิ่งบ่งชี้ว่าจะเกิดเหตุรุนแรงเพราะไม่ใช่พื้นที่ที่มีการแข่งขันกันสูง



