
เรียงข่าวร้อยคน (พฤหัสที่ 9 มิถุนายน 2554)
00 ปรากฏการณ์เรือขนส่งน้ำตาลล่มกลางแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณ จ.พระนครศรีอยุธยา ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจหลากหลายประเด็นถึงความพร้อมในการรับมือกับเหตุการณ์ใหญ่ๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านเรา ซึ่งใครจะมองอย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวผมมองว่า เหตุการณ์เรือขนส่งน้ำตาลล่มกลางเจ้าพระยาถือเป็นเหตุการณ์ใหญ่ เพราะนอกจากเราจะต้องสูญเสียน้ำตาลไป 2,400 ตัน มูลค่ากว่า 200 ล้านบาทแล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังได้สร้างความสูญเสียให้แก่ระบบนิเวศมหาศาล ปริมาณออกซิเจนในน้ำลดลงจนบางพื้นที่สัตว์น้ำไม่อาจมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ ลอยคอขึ้นมารับออกซิเจน และบางชนิดก็เอาชีวิตไม่รอด ไม่เว้นแม้กระทั่ง "ปลาราหู" ที่ต้องสังเวยไปกับเหตุการณ์นี้ถึง 4 ตัว
00 แต่อย่างน้อยเราก็ได้ประสบการณ์ถึง "ความไม่พร้อม" ในการรับมือกับเหตุการณ์อย่างนี้ เราจึงได้เห็นความล่าช้าในการกู้เรือ และสูบน้ำตาลออกมาจากเรือจนเกิดการรั่วไหลลงเจ้าพระยา เครื่องไม้เครื่องมือก็ไม่พร้อม จึงใช้เวลาเป็นสัปดาห์กว่าจะจัดการได้เรียบร้อย แต่ความเสียหายได้เกิดขึ้นแล้ว และยังหาคนรับผิดชอบไม่ได้ด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นความรับผิดชอบต่อการสูญเสียบ้านเรือนของชาวบ้านอันเกิดจากเรือขนส่งไปชนบ้านจนพัง และกระแสน้ำเปลี่ยนไปกัดเซาะตลิ่งเสียหาย เหล่านี้ใครรับผิดชอบ
00 แต่น่าดีใจในสถานการณ์นี้ ที่นอกจากระบบราชการแล้ว เรายังได้เห็นการรวมตัวของ "กลุ่มจิตอาสา" ที่นัดพบกันที่อิงนทีรีสอร์ท ย่านปทุมธานี เพื่อระดมสรรพกำลัง "โยนลูกบอลอีเอ็ม" ลงในแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วยเติมปริมาณจุลินทรีย์ลงไปกินน้ำตาลในเจ้าพระยา ทำให้น้ำตาลลดน้อยลง และเพิ่มปริมาณออกซิเจนลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยา กลุ่มจิตอาสากลุ่มนี้นำโดย "ปรเมศวร์ มินศิริ" เจ้าของเว็บไซต์ชื่อดัง เคยร่วมมือกันทำกิจกรรมเพื่อสังคมมาแล้วหลายครั้ง ทั้งในพื้นที่ภาคใต้ ในขณะถูกน้ำท่วม และในพื้นที่ จ.ปทุมธานี เหตุเรือน้ำตาลล่มที่อยุธยา เขาจึงติดต่อสื่อสารกันทางทวิตเตอร์ เพื่อหาทางเยียวยาช่วยเหลือ โดยการประสานกับ "กลุ่มอาสาดุสิต" ที่มี ปิยะชีพ วัชโรบล เป็นหัวหน้ากลุ่ม ปรึกษาหารือกันช่วยฟื้นฟูแม่น้ำเจ้าพระยาให้กลับคืนมาอยู่ในสภาพที่ดีเหมือนเดิม
00 กลุ่มจิตอาสากลุ่มนี้รู้ว่า คุณลุงเฉลียว ปานเนียม แห่งศูนย์การเรียนรู้เกษตรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ จ.สุพรรณบุรี ผลิตลูกบอลจุลินทรีย์ ที่สามารถเพิ่มค่าออกซิเจนในน้ำได้ จึงได้ติดต่อให้นำลูกบอลจุลินทรีย์ 5,000 ลูกมาโยนลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยา ...นี่เป็นอีกบริบทหนึ่งที่น่าศึกษายิ่งถึงจิตสำนึกร่วมกันในการรับผิดชอบต่อสังคม ในสถานการณ์ที่ระบบราชการไม่พร้อม
"นายหัวไทร"



