
ทน.ลำปางลงนามจีนแก้"ขยะ" อัดงบ1พันล.-ศึกษาตั้งศูนย์ฯผลิตไฟฟ้า
ลำปาง - ทน.ลำปาง ลงนามบันทึกข้อตกลงรัฐวิสาหกิจจีน ศึกษาจัดตั้งศูนย์จัดการขยะใช้ผลิตพลังงานไฟฟ้า คาดใช้เวลาศึกษา 1 ปี ระบุหากผลศึกษาฉลุยจีนอัดงบลงทุนกว่า 1 พันล้าน ก่อสร้างบนพื้นที่ 500 ไร่ รองรับขยะจังหวัดใกล้เคียง
นายนิมิตร จิวะสันติการ นายกเทศมนตรีนครลำปาง เปิดเผยว่า ปัจจุบันการจัดการขยะของเทศบาลนครลำปาง (ทน.ลำปาง) จะใช้วิธีฝังกลบ บนพื้นที่จัดการขยะกว่า 500 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณ ต.กล้วยแพะ อ.เมือง ซึ่งตอนนี้มีขยะที่ฝังกลบได้ดินกว่า 4-5 แสนตัน ทั้งนี้ จากการพูดคุยกับทางรัฐวิสาหกิจจากประเทศจีนมีความสนใจและเล็งเห็นว่าขยะดังกล่าวสามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงจากขยะในการผลิตกระแสไฟฟ้าได้ ซึ่งประเทศจีนประสบความสำเร็จอย่างมากในการบริหารจัดการขยะในลักษณะดังกล่าว
ดังนั้น จึงได้มีการทำบันทึกข้อตกลงศึกษาความเป็นไปได้เรื่องการจัดตั้งศูนย์การจัดการขยะเพื่อใช้ผลิตพลังงานไฟฟ้าระหว่างเทศบาลนครลำปาง กับรัฐวิสาหกิจของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยได้บันทึกข้อตกลงขึ้นเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา กรอบระยะเวลาการศึกษา 1 ปี โดยรัฐวิสาหกิจจีนเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด และศึกษาครอบคลุมเรื่องความเป็นไปได้ในทางเศรษฐกิจและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สิ่งที่เน้นประการสำคัญคือกระแสและเสียงสะท้อนจากชาวบ้านในพื้นที่ว่าเห็นด้วยให้ดำเนินการหรือไม่
ทั้งนี้ หากการศึกษาประสบผลสำเร็จ มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจของรัฐวิสาหกิจจีนที่จะได้รับจากการผลิตกระแสไฟฟ้าจากขยะ ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และได้รับความเห็นชอบจากชาวบ้านก็จะดำเนินการก่อสร้างโรงงานได้ทันทีในพื้นที่จัดการขยะปัจจุบัน คาดว่าจะใช้เงินลงทุนมูลค่า 800-1,000 ล้านบาท ระยะเวลาการดำเนินงาน 30 ปี โดยรัฐวิสาหกิจจีนจะเป็นผู้ลงทุนทั้งหมด ทั้งเครื่องจักรอุปกรณ์ การก่อสร้าง
สำหรับศูนย์การจัดการขยะเพื่อใช้ผลิตพลังงานไฟฟ้าแห่งนี้แต่ละครั้งจะผลิตกระแสไฟฟ้าได้ต้องใช้ขยะไม่น้อยกว่า 500 ตัน ซึ่งขณะนี้ในส่วนของเทศบาลนครลำปางมีขยะเพียงวันละ 100 ตันเท่านั้น จึงมีแนวคิดที่จะศึกษาความเป็นไปได้ที่จะนำขยะนอกพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง เช่น แพร่ พะเยา น่าน ลำพูน เชียงใหม่ ฯลฯ เข้ามาจัดการในพื้นที่ ส่วนปัญหาในการขนย้ายขยะจะก่อให้เกิดกลิ่นเหม็นคละคลุ้งหรือเศษขยะตกหล่นนั้น จะมีการบดอัดขยะก่อนข้ามเขต จะไม่เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมขึ้นแน่นอน
นายนิมิตร กล่าวต่ออีกว่า สำหรับไฟฟ้าที่ผลิตได้อาจจะขายให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย อีกส่วนหนึ่งอาจจะขายให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ขณะเดียวกันในส่วนของเศษที่เป็นเถ้าถ่านละเอียดจากกระบวนการผลิตไฟฟ้าจะขายให้แก่ปูนซีเมนต์ และส่วนที่ไม่สามารถนำมาผลิตกระแสไฟฟ้าได้ก็จะนำมาทำปุ๋ยเพื่อจำหน่าย อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอบจากชุมชน ประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก และต้องไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม



