
ป้ายหาเสียงถูกทำลาย
การเมืองร้อนระอุ ป่วนป้ายหาเสียงมีข้อความและสติกเกอร์หยาบคาย แปะอยู่บนป้ายหาเสียงตลอดแนวจากบิ๊กซี ลาดพร้าว ถึงเดอะมอลล์ บางกะปิ พรรคประชาธิปัตย์เสียหายมากสุด ขณะที่ กทม.แจงเจ้าหน้าที่ต้องเป็นกลาง และรีบแจ้งประชาชนทราบหากเปลี่ยนหน่วยเลือกตั้ง
ทีมงานคุณภาพชีวิต สังเกตป้ายหาเสียงตลอดแนวตั้งแต่ห้างบิ๊กซี ลาดพร้าว ถึงเดอะมอลล์ บางกะปิ พบว่ามีป้ายที่ถูกลำลายหรือตลอดทั้งแนว ซึ่งมีระยะห่างระหว่างป้ายต่อป้ายไม่ห่างกันมากนัก ส่วนใหญ่เป็นช่วงระยะต้นไม้ โดยมีการเอาป้ายมาติดไว้ตามต้นไม้ที่อยู่ข้างทางหรือเสาไฟฟ้า
จากการสังเกตการณ์พบว่า ฝั่งที่ป้ายเป็นปัญหามากสุดเป็นฝั่งจากห้างบิ๊กซี มุ่งหน้ามาเดอะมอลล์ บางกะปิ ส่วนฝั่งจากเดอะมอลล์ไปห้างบิ๊กซี ไม่ค่อยมีป้ายที่ถูกทำลายมากเท่าไหร่ มีให้เห็นประปราย แต่ไม่ถี่เหมือนฝั่งตรงกันข้าม โดยตลอดแนวมีป้ายหาเสียงของทุกพรรคการเมืองติดอยู่ จากที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ป้ายของพรรคประชาธิปัตย์จะเสียหายมากกว่าป้ายหาเสียงของพรรคการเมืองอื่น
โดยจะมีการเอาตัวหนังสือมาพ่นทับ หรือเอาสติกเกอร์มาปิดตาของผู้หาเสียง ซึ่งข้อความแปะอยู่บนสติกเกอร์เป็นข้อความไม่สุภาพ หรือแม้แต่ตัวหนังสือที่เอามาพ่นใส่ก็เป็นคำไม่สุภาพด้วยเช่นกัน
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ยศศักดิ์ โกไศยกานนท์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต กล่าวถึงเรื่องป้ายหาเสียงถูกทำลายให้เสียหายว่า การกระทำเช่นนี้เป็นเรื่องผิดกฎหมาย เพราะป้ายหาเสียงถือเป็นทรัพย์สินที่มีเจ้าของ หากเจ้าของป้ายต้องการเอาผิดก็สามารถดำเนินคดีได้ กรณีที่ป้ายถูกทำลาย เข้าข่ายกระทำความผิดอาญาข้อหาเสียทรัพย์ หรือถ้าเป็นการเขียนคำหยาบลงบนป้าย เข้าข่ายคดีอาญาดูหมิ่น ซึ่งมีความผิดตามกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี แต่เจ้าทุกข์ต้องแจ้งความ และตำรวจก็อาจจะตามจับด้วยการเอาทีวีวงจรปิดที่มาเปิดดูว่า ใครเป็นผู้กระทำ เพราะในกรุงเทพฯ มีกล้องวงจรปิดติดหลายจุดน่าจะช่วยได้มาก
ด้านนางสำอางค์ แม่ค้าซึ่งขายของย่านลาดพร้าว บอกว่า เห็นป้ายแล้วก็รู้สึกหงุดหงิด เพราะไม่ควรเอาสีมาพ่น หรือทำอย่างนี้ ดูแล้วไม่ดีเท่าไหร่ ขนาดหาเสียงยังแข่งขัน ทำร้ายกันขนาดนี้ แล้วอย่างนี้จะปรองดองกันได้อย่างไร ประชาชนเห็นแล้วก็เบื่อหน่าย รู้สึกว่าการเมืองน่าเบื่อ
ทางด้าน น.ส.เฟิร์น บอกว่า ตนเพิ่งจะมีสิทธิ์เลือกตั้งได้ปีนี้ เห็นการแข่งขันที่เกิดขึ้นแล้วดุเดือด ในฐานะคนรุ่นใหม่ เห็นแล้วไม่ค่อยเข้าใจว่า ผู้ใหญ่เขากำลังทำอะไรกัน แค่ป้ายหาเสียงก็แกล้งกันอย่างนี้แล้ว เห็นแล้วเด็กๆ ตนรู้สึกสับสน แต่จะไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เพราะนี่เป็นครั้งแรก ต้องไปใช้สิทธิ์ อยากเลือกคนที่เข้ามาเพื่อช่วยประชาชนจริงๆ ตอนนี้ใครๆ ก็บอกว่าช่วย แต่ไม่รู้ว่าจะช่วยจริงอย่างที่รับปากไว้หรือไม่ สิ่งเดียวที่ทำได้คือ ช่วงนี้พยายามดูว่าใครน่าเชื่อถือมากที่สุดก็จะลงให้คนนั้น
ด้านนายเจริญรัตน์ ชูติกาญจน์ ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวย้ำว่า ให้ผู้อำนวยการเขตทุกเขต กำชับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัดให้วางตัวเป็นกลาง มุ่งมั่นในการทำงานอย่างเต็มที่ ตลอดจนศึกษาทำความเข้าใจกฎกติกาที่เปลี่ยนแปลงไป และอย่าใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ โดยเฉพาะในการรณรงค์เคาะประตูบ้านช่วงโค้งสุดท้าย ขอให้วางตัวเป็นกลางอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดข้อร้องเรียนและเสียความเป็นกลาง พร้อมกันนั้น หากมีการเปลี่ยนแปลงหน่วยเลือกตั้ง ต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่รับทราบที่ตั้งใหม่



