ข่าว

แก้วสรรนำยื่นส.ว.ถามคืบหน้าคดี"แม้ว"

แก้วสรรนำยื่นส.ว.ถามคืบหน้าคดี"แม้ว"

07 มิ.ย. 2554

"แก้วสรร"นำ คนท. ยื่น ส.ว.จี้ถามป.ป.ช., ก.ล.ต., อสส. ความคืบหน้าคดี“ทักษิณ”ซุกหุ้น พร้อมแถลงจุดยืนล่าชื่อประชาชนกล่าวโทษ “ยิ่งลักษณ์” หวังสะกัดนิรโทษกรรมความผิดตระกูล “ชินวัตร” ด้าน“แก้วสรร” ระบุหากเขากลับมาฉิบหายแน่ ปัดเคลื่อนไหวไม่เอี่ยวการเมือง เพราะ

(7มิ.ย.) ที่รัฐสภา เครือข่ายพลเมืองพลเมืองคัดค้านนิรโทษกรรมคอรัปชั่นทักษิณ (คนท.) นำโดยนายแก้วสรร อติโพธิ นักวิชาการและอดีตคณะกรรมการครวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.)ในฐานะเครือข่ายพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน และ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำเครือข่ายคนเสื้อหลากสี ยื่นหนังสือต่อ น.ส.สุมล สุตวิริยะวัฒน์ ส.ว. ฐานะรองประธานคณะกรรมการธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องทุกจริตและเสริมสร้างธรรมภิบาล วุฒิสภา เพื่อขอให้ติดตามการทำงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), อัยการสูงสุด (อสส.) และสำนักงานตลาดหลักทรัยพ์ (กลต.) ต่อคดีที่ คตส. ได้ตรวจสอบ คดีความของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทำหน้าที่ตามกระบวนของกฎหมาย

นายแก้วสรร กล่าวว่า ขอให้ทางส.ว. ช่วยสอบถามจากผู้ที่เกี่ยวข้องเป็ฯการเฉพาะด้วยว่า เมื่อศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ชี้ขาดในคดียึดทรัพย์ ตามคำพิพากษา ที่ อม. 1/2553 ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ หลีกเลี่ยงกฎหมายโดยใช้ชื่อบุตร และน้องสาวถือหุ้นชินคอร์ปแทนตนนั้น ดคีข้างเคียง ได้แก่ 1. คดีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ แจ้งบัญชีทรัยพย์สินอันเป็นเท็จต่อง ป.ป.ช. 2. คดี ภริยา, บุตร และน้องสาว ของพ.ต.ท.ทักษิณ ให้การเท็จต่อ คตส. และเบิกความเท็จต่อศาลฎีกา   3. คดีแจ้งข้อมูลธุรกรรมหุ้นชินคอร์ปเป็นเท็จต่อตลาดหลักทรัพย์ และ 4. คดีพนักงานเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจชินคอร์ป โดยขอให้สอบถามไปยัง ป.ป.ช., สำนักงานตลาดหลักทรัพย์, อัยการสูงสุด

หลังจากนั้นได้ร่วมกันแถลงข่าวโดยนายแก้วสรร กล่าวว่า เหตุที่ต้องออกมาเคลื่อนไหวขณะนี้ เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้พูดชัดเจนว่าจะแก้กฎหมายเพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับตนเอง และเปิดหน้าบุคคลที่จะมาทำหน้าที่หุ่นเชิดคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งการกระทำดังกล่าวเท่ากับว่านำการเลือกตั้งเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการหาประชามติ หรือหาเสียงข้างมาก เพื่อผลักดันร่างแก้ไขกฎหมายมานิรโทษกรรมความผิดให้กับคนในตระกูล ซึ่งไม่ใช่เป็นการกลั่นแกล้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง

 “การนิรโทษกรรมคดีคอรัปชั่นทำไม่ได้เด็ดขาด ต่อให้คุณชนะถึง 500 ที่นั่ง ก็ทำไม่ได้ เพราะคดีนี้เป็นคดีที่มีความผิดต่อแผ่นดิน การเริ่มต้นตรงนี้เนื่องจากพวกเรามองไปถึงจุดที่ว่าการเลือกตั้งเป็นสเตปหนึ่งของประชามติของกฎหมู่ของตระกูลชินวัตร หากเขาได้เสียงข้างมากไปสิ่งที่เขาจะทำต่อ คือ ผลักร่างกฎหมายเข้าสู่สภา เราต้องการสะกัดตรงนั้นว่า ถ้าคุณเป็นนายกฯ หรือเป็นรัฐมนตรีเมื่อใด คุณตรากฎหมายเพื่อนิรโทษกรรมตัวเอง คุณทำไม่ได้ เรื่องพวกนี้ไม่ต้องรอให้สิ้นเลือกตั้ง ส่วนคะแนนเลือกตั้งจะเป็นอยางไรเป็นดุลยพินิจของประชาชน ไม่ใช่ความรับผิดชอบของเรา” นายแก้วสรร กล่าวและว่า

 สำหรับการเคลื่อนไหวและมีบางฝ่ายมองว่าเป็นการต่อสู้เพื่อพรรคประชาธิปัตย์ ตนสงสัยว่าทำไมการต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องผูกขาดอยู่กับคนพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนตัวมองว่าหากสามารถฝากความหวังกับพรรคประชาธิปัตย์ได้ เรื่องดังกล่าวคงไม่รอดมาถึงทุกวันนี้ และที่สำคัญตนต้องเข้ามาเคลื่อนไหว เพราะเป็นผู้ทำคดีดังกล่าวมากับมือ รู้ความจริงที่ไม่สามารถพูดได้ นอกจากนั้นตนมองว่าหากเขากลับมาได้ฉิบหายแน่

  ผู้สื่อข่าวถามว่าเป้าหมายที่ว่าส่งเรื่องให้ดีเอสไอ และดีเอสไอต้องส่งอัยการทันที ถือว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ทำความผิดสำเร็จแล้วใช่หรือไม่ นายแก้วสรร กล่าวว่า เป็นความผิดที่ได้ทำสำเร็จแล้ว ด้วยการให้การอันเป็นเท็จในคดีซุกหุ้น แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ยอมดำเนินการ จนทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ลงสมัครรับเลือกตั้ง และเป็นร่างทรงให้พี่ชาย เพื่อต้องการต่อสู้คดีอีก ทั้งนี้หากมีการกล่าวโทษ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะตกเป็นผู้ต้องหา และทำให้การนิรโทษกรรมที่พรรคเพื่อไทยชูเป็นนโยบายนั้นเป็นการนิรโทษกรรมให้กับน.ส.ยิ่งลักษณ์

 “หากคุณได้รับเลือก เป็นนายกฯ หรือเป็นรัฐมนตรี แล้วใช้อำนาจนั้นผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมตนเอง ดังนั้นถ้าดีเอสไอ เขารับคำกล่าวโทษ ดคีนี้เกี่ยวข้องกับพ.ร.บ.ตลาดหลักทรัพย์ ถือเป็นคดีพิเศษโดยสภาพ ซึ่งเป็นหน้าที่ของดีเอสไอ โดยสภาพ ดังนั้นเราก็หวังว่าดีเอสไอจะทำหน้าที่ หากไม่ทำก็จะไปบอก ป.ป.ช. ว่าท่านละเว้นการปฏิบัติหน้าที่” นายแก้วสรร กล่าว

 เมื่อถามว่า หากเป็นเช่นนี้หากพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ควรรับตำแหน่งนายกฯ นายแก้วสรร กล่าวว่า อย่านำเรื่องการเมืองมาถามพวกตน เพราะการตัดสินเลือกผู้แทนเป็นสิ่งที่ประชาชนจะตัดสินใจ แต่สิ่งที่ทำคือ ต้องการดักทาง แม้ว่าประชาชนจะมีฉันทามติเลือกมาเป็นรัฐบาล แต่ไม่สามารถทำนิรโทษกรรมได้ เพราะมีส่วนได้ส่วนเสีย

 ด้านนพ.ตุลย์ กล่าวถึงทวิตข้อความของพ.ต.ท.ทักษิณที่ระบุว่า คนท. เป็นขาประจำที่ไม่อยากให้บ้านเมืองปรองดอง ว่า ตนไม่ปรองดองกับคนที่ทำผิด และส่วนตัวมองว่าหากจะสยบความแตกแยกได้ ต้องดำเนินกับคนที่พยายามปกปิดความผิดของตนเอง  

        “ที่มาเป็นขาประจำ เพราะเราขอมาล้างส้วมของบ้านเมืองให้สะอาด เพราะไม่อยากเข้าห้องน้ำที่สปรกอีกต่อไป ใครจะด่าก็ด่า สำหรับกลุ่มในเฟซบุ๊ค ที่มีคนโพสต์ของความด่า ผมทราบมาว่าทางนี้เขามีวอร์รูม มีหน่วยคอมพิวเตอร์ 50 เครื่องจ้างให้คนนมาโพสต์ซ้ำๆ ดังนั้นเรื่องนี้มองว่าไม่ใช่เป็นบุคลลที่ไม่เห็นด้วยตามปกติ แต่เป็นหน่วยเฉพาะที่จัดตั้งมาโต้ตอบ เป็นเรื่องที่ไร้สาระ แต่สำหรับบุคคลที่มีลักษณะพาดพิงเข้าขั้นหมิ่นประมาท ตนเตรียมดำเนินการฟ้องร้องทางกฎหมาย” นพ.ตุลย์ กล่าว

   ส่วนนายแก้วสรร กล่าวในประเด็นกันว่า สำหรับขาประจำ ต้องมีทั้งดีประจำและชั่วประจำ สำหรับทราบว่าสมัยพ.ต.ท.ทักษิณ อำนาจเงินมีมากถึงขนาดทำวุฒิสภาสมัยนั้นเจ๊งมาแล้ว ซึ่งตนขมขื่นกับการกระทำดังกล่าว และทราบว่า คนๆ นี้เป็นอย่างไร ทำให้ตนต้องเข้ามาเป็นขาประจำ เพราะตนรู้ว่าเจ๊งแน่ๆ   หากเขากลับมา อย่างไรก็ตามในวันที่ 18 มิ.ย. เวลา 14.00 น. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจัน จะมีการรวบรวมรายชื่อประชาชนที่เข้าชื่อกล่าวโทษ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก่อนยื่นให้กับดีเอสไอ ในวันที่ 21 มิ.ย.

 

“เชาวรินทร์”วอนยุติกล่าวโทษ“ยิ่งลักษณ์”

  ร.ต.ท.เชาวรินทร์ ลัทธศักดิ์ศิริ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แถลงที่รัฐสภาว่า กลุ่มคนดังกล่าวเป็นพวกสมองหมาปัญญาควาย คือ เป็นคนบ้าและโง่ที่ไม่มีเหตุผล ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับประเทศไทย ดังนั้นขอให้หยุดการกระทำ และปล่อยให้ประชาชนตัดสินใจในการเลือกตั้งที่จะมาถึง สำหรับความเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์ที่กล่าวว่าพรรคเพื่อไทยต้องการเป็นรัฐบาล เพื่อล้างความผิดให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น ยอมรับว่าผู้สมัครพรรคเพื่อไทยได้รับผลกระทบในด้านคะแนนนิยม ดังนั้นถ้าผู้นำหรือสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ยังดำเนินการต่อ ตนและผู้สมัครทั่วประเทศ จะแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ให้เอาผิดตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว. มาตรา 53 (5)