ข่าว

เด็กอ้วนราย2โผล่11ขวบ140กิโลกรัม

เด็กอ้วนราย2โผล่11ขวบ140กิโลกรัม

07 มิ.ย. 2554

เด็กวัย 11 ขวบ เมืองโคราช ถูกส่งตัวเข้า รพ.มหาราช หลังน้ำหนักตัวพุ่ง 140 กก. ขณะที่ "น้องต๊ะ" เด็กอ้วนจากชัยภูมิ เข้ารพ.เพียงสัปดาห์เศษ น้ำหนักลดไปแล้ว 7 กก.จาก 123 กก. แพทย์พบภาวะแทรกซ้อน น้ำตาล-ไขมันในเลือดสูง โครงร่างกระดูกเริ่มคดงอ วางแผนลดระยะยาวหวั

 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าของเด็กชายธนกร หรือน้องต๊ะ วงษ์รัตนะ อายุ 10 ขวบ อยู่บ้านเลขที่ 136 หมู่ 6 ต.บ้านเพชร อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ นักเรียนชั้น ป.4 โรงเรียนบ้านทองคำพิงวิทยา อ.บำเหน็จณรงค์ ซึ่งมีน้ำหนักตัวมากถึง 123 กิโลกรัม ส่วนสูง 147 เซนติเมตร วัดรอบเอว 52 นิ้ว เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม ที่ผ่านมา 

 ล่าสุด เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 6 มิถุนายน ที่ห้องกุมารเวชกรรม ชั้น 1 อาคารตึก 8 ชั้น โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา นพ.ทศพล ศิริโสภิตกุล หัวหน้ากุมารแพทย์ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา แจ้งว่า มีเด็กชายอายุไล่เลี่ยกันชื่อ ด.ช.คมสันต์ นากุดนอก หรือ “น้องบายส์” อายุ 11 ขวบ อยู่ชั้น ป.5 โรงเรียนบ้านค้างพลูใต้ อยู่บ้านเลขที่ 25/1 บ้านค้างพลูเหนือ หมู่ 1 ต.ค้างพลู อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา ซึ่งนางใย เฟือสันเทียะ อายุ 51 ปี ผู้เป็นแม่ พาเข้ามารักษาโรคอ้วนตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน ที่ผ่านมา ด้วยน้ำหนักตัว 140 กิโลกรัม สูง 153 เซนติเมตร วัดรอบเอวได้ 55 นิ้ว การกินข้าวก็เป็นปกติทั่วไป แต่ชอบกินขนมจุกจิกทุกวันหลังเลิกเรียน เช่น ช็อกโกแล็ต และขนมอื่นๆ

 นพ.ทศพล เปิดเผยว่า คนแรกที่เข้ามารักษาคือ ด.ช.ธนกร หรือน้องต๊ะ ตอนนี้น้ำหนักลดลงจาก 123 กิโลกรัม เหลือ 115 กิโลกรัมแล้ว หายไปประมาณ 7.5 กิโลกรัม ในระยะเวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์เศษ การดูแลรักษาน้องต๊ะค่อนข้างยากลำบากพอสมควร เพราะไม่ค่อยให้ความร่วมมือในตอนกลางคืนที่จะใส่เครื่องช่วยหายใจหรือไบแพ็ต เพราะเวลานอนหลับจะหยุดหายใจเป็นช่วงๆ เด็กจะมีอาการตื่นกลัว แต่แพทย์ก็ต้องพยายาม โดยต้องให้จิตแพทย์เด็กมาช่วยกันดูแลอีกทางหนึ่ง ซึ่งการลดน้ำหนักเป็นไปตามแผนเดิม ต้องอยู่โรงพยาบาลอีกอย่างน้อยประมาณ 3 เดือน 6 เดือน

 สำหรับน้องบายส์ รายใหม่ที่มีอายุไล่เลี่ยกัน มีน้ำหนักตัว 140 กิโลกรัม  มากกว่าน้องต๊ะ โดยเราจะค่อยๆ ลดลงเหมือนกัน แต่น้องบายส์ลดได้เร็วกว่า ขณะนี้ลดไปได้ 5 กิโลกรัมแล้ว ในระยะเวลาเพียงแค่สัปดาห์เดียว น้ำหนักเหลือเพียง 135 กิโลกรัม เพราะคณะแพทย์ต้องกำจัดแคลอรีและกระตุ้นให้ออกกำลังกาย ซึ่งน้องบายส์ให้ความร่วมมือมากกว่า ในช่วงตอนกลางคืนคณะแพทย์จะให้ใส่เครื่องช่วยหายใจ ซึ่งจะทำให้เด็กนอนหลับสบาย ทั้งนี้เด็กทั้งสองคนเต็มใจที่จะให้แพทย์รักษาอยู่แล้ว ซึ่งคิดว่าจะต้องร่วมมือกันทุกฝ่ายด้วย และร่วมมือกันในการลดน้ำหนักลงให้ได้

 ส่วนขั้นตอนในการลดน้ำหนักใช้หลักการเดียวกันกับน้องต๊ะ โดยการควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย รักษาภาวะแทรกซ้อน และกระตุ้นให้เด็กมีพัฒนาการสมวัย เรื่องการเรียนก็ยังจะให้ครูมาช่วยดูแลด้วย ส่วนการลดน้ำหนักให้เหลือ 100 กิโลกรัม โดยช่วงแรกจะลดเร็วอย่างนี้ แต่หลังจากนั้นจะลดสัปดาห์ละประมาณ 1-2 กิโลกรัม ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ส่วนสาเหตุที่ทำน้ำหนักตัวของเด็กทั้ง 2 คนลดลงอย่างรวดเร็วนั้น เนื่องจากคณะแพทย์ได้จัดให้นักโภชนาการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาเข้าควบคุมดูแลเรื่องอาหารที่เด็กทั้ง 2 คน รับประทานในแต่ละวัน อีกทั้งได้ควบคุมอาหารประเภทไขมันให้น้อยที่สุด ส่วนการควบคุมการออกกำลังกายในแต่ละวันก็เพื่อเผาผลาญไขมันในร่างกาย

 นพ.ทศพล กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องที่เด็กทั้ง 2 คนต้องการลดให้น้ำหนักตัวเหลือ 65-80 กิโลกรัมนั้น สามารถเป็นไปได้ และก็หวังจะลดให้ต่ำกว่านั้น แต่ต้องใช้เวลา โดยคณะแพทย์ต้องการให้เด็กทั้ง 2 คน มีน้ำหนักตัวเหลือประมาณกว่า 40 กิโลกรัม หรือไม่เกิน 50 กิโลกรัม ส่วนไขมันในเด็กจะเป็นลักษณะออกกำลังกาย การควบคุมแคลอรี และให้เบิร์นออกไปคือให้เผาผลาญพลังงานออกไป ซึ่งการที่จะไปผ่าตัดกระเพาะ หรือดูดทิ้งไปนั้นเป็นสิ่งที่มีโอกาสเสี่ยงต่อโรคตามมา

 "ภาวะแทรกซ้อนที่ตรวจพบทั้งสองคนนั้น มีน้ำตาลในเลือดสูง ไขมันในเลือดสูง ความดันสูงไม่มาก แล้วมีการนอนแล้วหยุดหายใจ หรือว่าหยุดหายใจขณะนอนหลับ โครงร่างกระดูกเริ่มมีคดงอ โดยเฉพาะข้อเข่า ซึ่งต้องรักษาอย่างน้อย 3-6 เดือน ขึ้นกับว่าเด็กลดเร็วหรือไม่ เป็นห่วงอย่างเดียวเวลากลับไปบ้านอยู่ในสิ่งแวดล้อมเดิมๆ จะเป็นเหมือนเดิมอีกหรือเปล่า ดังนั้นถ้าอยู่ในสิ่งแวดล้อมเดิมๆ ใช้ชีวิตเหมือนเดิม และจะแก้ไขยากมาก เราถึงต้องให้มีจิตแพทย์มาช่วยดูแลด้วย" นพ.ทศพล กล่าว

 ด้าน น้องบายส์ กล่าวว่า เมื่อมาครั้งแรกน้ำหนักอยู่ที่ 140 กิโลกรัม ตนกินข้าวน้อยกว่าน้องต๊ะ แต่กินขนมมากกว่า กินเรื่อยๆ จนมารู้สึกว่าตัวเองอ้วนมาก แต่ไม่รู้สึกอึดอัด ลุกเดิน นั่งได้ แต่อยากลดแล้ว ดีใจที่ลดได้แล้ว 5 กิโลกรัม หนูต้องการให้หมอช่วยรักษาให้ลดลงเหลือสัก 80 กิโลกรัม หรือลดกว่านั้นก็จะดี ส่วนเมื่อลดได้ตามต้องการแล้วจะไม่กินแบบเดิมอีกแล้ว เพราะกลัวอ้วน

 "หนูเต็มใจมากให้หมอรักษา ขอสู้ เพื่อเอาชนะความอ้วน สู้ครับ ตอนนี้มีเพื่อนแล้วคือ น้องต๊ะ และน้องต๊ะบอกว่าจะลดให้เหลือ 65 กิโลกรัม จากน้ำหนัก 123 กิโลกรัม เขาดีใจมากที่ลดไปแล้ว 7 กิโลกรัม หนูขอให้คุณหมอมีความสุขมากๆ ครับ" ด.ช.คมสันต์ กล่าว