
ชงแก้ก.ม.ใช้แรงงานต่างด้าวเพิ่มกกร.จี้รัฐบาลใหม่สางปัญหาแรงงานขาดกว่า1แสนคน
กกร.เตรียมเสนอรัฐบาลใหม่ แก้กฎระเบียบของบีโอไอ เปิดช่องใช้แรงงานต่างด้าวได้มากขึ้น หลังปัญหาแรงงานวิกฤติขาดแคลนกว่า 1 แสนคน พร้อมหารือปลัดคมนาคม แก้ปัญหาปรับปรุงท่าเรือกรุงเทพล่าช้า ชี้ผู้ประกอบการเสียหายกว่า 600 ล้านบาทต่อเดือน
นายสมมารต ขุนเศรษฐ รองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชนร่วม 3 สถาบัน (กกร.) ว่า กกร.ได้เตรียมเสนอรัฐบาลแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลน โดยแก้ไขกฎระเบียบของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่ปัจจุบันห้ามบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจ้างแรงงานต่างด้าวเข้าทำงาน ยกเว้นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีทุนจดทะเบียนนับหมื่นล้านบาท ส่งผลให้กิจการที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมาก เช่น อุตสาหกรรมอาหาร เสื้อผ้า รองเท้า สิ่งทอ ซึ่งมีการจ้างงานแรงงานรวมกว่า 1 ล้านคน ต้องประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานกว่า 1 แสนคน
"อยากให้ภาครัฐพิจารณาถึงความต้องการแรงงานมากกว่าจำนวนทุนจดทะเบียนเท่านั้น โดยให้พิจารณาโรงงานที่มีความต้องการใช้แรงงานต่างด้าว 200-500 คนขึ้นไป ซึ่งความต้องการแรงงานต่างด้าวในภาพรวม น่าจะมีตัวเลขหลักแสนคนขึ้นไป" นายสมมารตกล่าวและว่า วันที่ 7 มิถุนายนนี้ คณะกรรมการ ส.อ.ท.จะมีการสัมมนาเฉพาะกิจเรื่องปัญหาการขาดแคลน และแรงงานต่างด้าว รวมถึงนโยบายเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำของพรรคการเมืองต่างๆ ว่าจะทำได้จริงและตอบสนองต่อความต้องการของภาคแรงงานหรือไม่ โดยเมื่อได้ข้อสรุปแล้ว จะนำไปหารือร่วมกับกระทรวงแรงงานในสัปดาห์หน้า
สำหรับประเด็นสำคัญที่นำมาหารือในที่ประชุมครั้งนี้คือ ปัญหาการปรับปรุงท่าเรือกรุงเทพล่าช้า สร้างความเสียหายให้ผู้ส่งออกและนำเข้าสินค้า โดยกกร.จะไปหารือกับปลัดกระทรวงคมนาคม เพื่อขอความชัดเจนในการแก้ปัญหา รวมทั้งการชดเชยค่าเสียหายให้ผู้ประกอบการ เพราะขณะนี้การขนส่งสินค้าไปยังเรือแม่มีความล่าช้ากว่า 7 วัน ทำให้มีภาระต้นทุนการบริหารเรือที่เพิ่มขึ้น ทั้งค่าเสียเวลาเรือเสียเวลาประมาณ 480 ล้านบาทต่อเดือน ค่าน้ำมันส่วนเพิ่มจากการเร่งความเร็วของเรืออีก 10-20% หรือมีมูลค่า 163 ล้านบาทต่อเดือน เป็นต้น
ทั้งนี้ แนวทางแก้ไขปัญหาระยะสั้น คือ ต้องวางแผนร่วมกันกับผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออกสินค้าระหว่างที่มีการปรับปรุงทุกสัปดาห์ ส่วนระยะยาว คือ ขอให้เปิดทำการท่าเรือ 24 ชั่วโมง ในระหว่างที่มีการปรับปรุง และจัดหาเครื่องปั่นไฟชั่วคราวสำหรับสินค้าที่เป็นห้องเย็น
นอกจากนี้ ในปัจจุบันผู้ประกอบการยังประสบปัญหาการขอเคลมเงินประกันภัยจากภัยพิบัติล่าช้า ซึ่งทาง กกร.ต้องการให้ย่นระยะเวลาเหลือประมาณ 1 เดือน โดยปัจจุบันผู้ประกอบการต้องจ่ายเงินค่าประกันภัยพิบัติคิดเป็น 2-3% ของมูลค่าสินทรัพย์ ทั้งนี้กกร.จะเร่งสรุปหัวข้อหารือกับ คปภ. และคาดว่าเรื่องนี้จะมีความชัดเจนภายใน 3 เดือนนี้



