
"กสิกรไทย"รับลูกขึ้นดบ.เงินกู้-ฝากกรุงศรีฯปัดขายหุ้น
แบงก์กสิกรไทยขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ 0.12-0.15% ส่วนเงินฝากขึ้น 0.10-0.25% สนองนโยบายทางการ ด้านแบงก์กรุงศรีฯ แจงไม่ได้ขายหุ้นให้แบงก์อาร์เอชบีจากมาเลย์
นายสมเกียรติ ศิริชาติไชย รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากอีก 0.10- 0.25% และเงินกู้ 0.12-0.15% เพื่อตอบรับนโยบายการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของทางการ และเพื่อให้สอดคล้องกับภาวะการแข่งขัน มีผลตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายนนี้ พร้อมทั้งปรับขึ้นดอกเบี้ยตั๋วแลกเงิน (บี/อี) อีก 0.15-0.25%
ทั้งนี้ ธนาคารได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 3 เดือน อีก 0.10% -0.20% เป็น 1.50% -1.80%, เงินฝากประจำ 6 เดือน ปรับขึ้น 0.20% เป็น 1.95%-2.20%, เงินฝากประจำ 12 เดือน ปรับขึ้น 0.15%-0.20% เป็น 2.20%-2.45% เงินฝากประจำ 24 เดือน ปรับขึ้น 0.05%-0.25% เป็น 2.75%-3.00% และเงินฝากประจำ 36 เดือน ปรับขึ้น 0.10% -0.20% เป็น 3.10% -3.20%
สำหรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ธนาคารได้ทำการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้น 0.12%-0.15% โดยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (เอ็มแอลอาร์) ปรับจาก 6.75% เป็น 6.87% อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เบิกเกินบัญชีสำหรับลูกค้าชั้นดี (เอ็มโออาร์) ปรับจาก 7.00% เป็น 7.15% และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (เอ็มอาร์อาร์) จาก 7.50% เป็น 7.65%
ด้านนายแดน ฮาร์โซโน ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านการตลาดองค์กร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ชี้แจงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าธนาคารอาร์เอชบีของประเทศมาเลเซียมีความสนใจเข้าซื้อหุ้นธนาคารว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เนื่องจากธนาคารยังมีศักยภาพในการดำเนินงานที่ดีอยู่ และไม่มีความจำเป็นที่ผู้ถือหุ้นจะต้องขายหุ้นออกไป
สำหรับการดำเนินธุรกิจในปีนี้ ธนาคารมีแผนที่จะปรับปรุงและรีแบรนด์ผลิตภัณฑ์และรูปลักษณ์สาขาของธนาคารใหม่ โดยเตรียมงบประมาณไว้ 1,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับงบประมาณในปี 2553 และจะเริ่มปรับปรุงสาขาในปีนี้ 66 แห่ง แบ่งเป็น สาขาในเขตกรุงเทพฯ 33 สาขา และต่างจังหวัดอีก 33 สาขา รวมถึงธนาคารมีแผนที่จะรีโนเวทสาขาที่เพลินจิต ซึ่งในอดีตเคยเป็นสาขาสำนักงานใหญ่ โดยใช้งบลงทุน 400-500 ล้านบาท



