ข่าว

สอบเก็บภาษีซานติก้าย้อนหลังพร้อมค่าปรับคาดเป็นเม็ดเงิน200ล.

สอบเก็บภาษีซานติก้าย้อนหลังพร้อมค่าปรับคาดเป็นเม็ดเงิน200ล.

21 เม.ย. 2552

"พฤฒิชัย” สั่งกรมสรรพสามิตเก็บภาษีซานติก้าผับ พร้อมเบี้ยปรับย้อนหลัง คาดเป็นเงินไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท ระบุให้เป็นบรรทัดฐานเก็บภาษีสถานบันเทิงอื่นๆ ที่เข้าข่ายลักษณะเดียวกัน

 นายสถิต ลิ่มพงศ์พันธุ์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง กรณีสถานบริการซานติก้าผับ เปิดเผยว่า คณะกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ซานติก้าผับต้องเสียภาษีสรรพสามิตสถานบริการในอัตรา 10% ของรายรับ ซึ่งคณะกรรมการได้ส่งผลสอบให้นายพฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง พิจารณาแล้ว และนายพฤติชัยสั่งการให้กรมสรรพสามิตไปดำเนินการเก็บภาษีซานติก้าผับพร้อมทั้งค่าปรับย้อนหลังโดยเร็วที่สุด

 ทั้งนี้ คณะกรรมการได้ตรวจสอบทั้งพยานบุคคลและพยานวัตถุ และตีความตามข้อกฎหมายแล้ว เห็นว่า เข้าข่ายที่จะต้องเสียภาษี เพราะเป็นสถานประกอบการบันเทิง มีสถานที่เต้นรำ และมีเจตนาให้ลูกค้าดื่มกินและเต้นรำ ซึ่งตามหลักของกฎหมายแล้วจะพิจารณาจากกรรมเป็นตัวชี้เจตนา เมื่อซานติก้าผับปล่อยให้มีการเต้นรำตลอดเวลาที่ผ่านมา ก็ต้องถือว่ามีเจตนาให้เต้นรำได้ แม้ว่าจะไม่มีฟลอร์เต้นรำก็ตาม ไม่ว่าจะมีการจดทะเบียนเป็นสถานบริการหรือไม่ นอกจากนี้ คณะกรรมการอีกชุดที่กรมสรรพสามิตจัดตั้งก็มีข้อสรุปออกว่าจะต้องเสียภาษีเช่นกัน กรมสรรพสามิตจึงต้องเข้าไปตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมดของซานติก้าผับและให้ถือเป็นบรรทัดฐานในการตรวจสอบผับที่มีลักษณะเดียวกันด้วย
 
 รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ข้อสรุปที่ออกมานั้น มีผลทำให้ซานติก้าผับจะต้องเสียภาษีในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา 30-40 ล้านบาท และเมื่อรวมกับเบี้ยปรับที่นับตั้งแต่วันที่ไม่จ่ายภาษีอีก อาจรวมกันถึง 200 ล้านบาท อีกทั้งผลสรุปของคณะกรรมการชุดนี้จะเป็นมาตรฐานการปฏิบัติสำหรับการเก็บภาษีธุรกิจสถานบริการ ผับ ร้านเหล้า บาร์ และสถานบริการกินดื่มทั่วประเทศ ไม่ว่าจะมีฟลอร์เต้นรำหรือไม่มี แต่ถ้ามีการเปิดดนตรี เต้นรำกันเป็นประจำก็ต้องเสียภาษี 10% จากรายรับที่เกิดขึ้น