ข่าว

ศึกขายเสียว

ศึกขายเสียว

07 มิ.ย. 2554

หมากกับคนไทยเป็นของคู่กันมานานนับร้อยๆ ปี ในหมากแต่ละคำมีเครื่องปรุงเครื่องผสมหลายอย่าง ไม่ใช่มีเพียงหมากอย่างเดียวตามชื่อเรียก เริ่มตั้งแต่ใบพลูที่ใช้สำหรับห่อเครื่องหมาก ตัวหมากที่เป็นผลไม้เปลือกแข็งลำต้นคล้ายต้นมะพร้าวแต่สูงชะลูดกว่า ส่วนผสมสำคัญที่สุ

 นักนิยมหมากหลายท่านติดหมากมากๆ จนถึงขนาดต้องตำหมากห่อด้วยใบพลูพับเหน็บเอาไว้เวลาเดินทาง อยากขึ้นมาเมื่อไหร่ก็คว้าขึ้นมาใส่ปากเคี้ยวได้ทันทีทุกที่ทุกเวลา แต่สำหรับคนที่อยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือนไม่ได้เดินทางไปไหนมาไหน เมื่ออยากกินหมากก็คว้าส่วนผสมมาใส่ลงไปในตะบันทองเหลือง แล้วตำให้แหลกเข้ากันก่อนจะกระทุ้งดันออกมาเคี้ยว

 หลังจากเคี้ยวหมากจนรสจืดสนิทคาปากแล้ว เศษที่เหลือซึ่งเรียกว่าชานหมากจากปากของพระสงฆ์หรือผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือเช่นพ่อหรือแม่ ยังถือเป็นเครื่องรางของขลังที่ชายไทยยามออกรบนิยมพกกันติดตัวอีกด้วย หรือมิฉะนั้นก็จะใช้ผ้าเช็ดปากที่มีคราบน้ำหมากติดเป็นสีแดง นำไปคาดคล้องทำเป็นผ้าประเจียดสำหรับคุ้มภัย

 คนไทยกินหมากกันมาช้านาน นอกจากจะช่วยคลายเครียดลักษณะเดียวกันกับฝรั่งสูบบุหรี่แล้ว ผลที่ได้ตามมาซึ่งสำคัญยิ่งคือ โรคที่เกี่ยวกับฟันของคนไทยยุคนั้นมีน้อย สืบเนื่องมาจากการได้บริหารช่องปากและฟันให้แข็งแรงจากการเคี้ยวกันทั้งวัน และส่วนผสมเครื่องปรุงในหมากที่มักจะมีความเผ็ดร้อน เป็นตัวช่วยกำจัดเชื้อโรคบางอย่างได้ด้วย โรคฟันผุและเสียวฟันจึงไม่ค่อยเกิดขึ้นกับคนไทยที่เคี้ยวหมาก

 ปากแดงคราบฟันดำกลายเป็นของล้าสมัยน่ารังเกียจ ในสมัยของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ทันตวิทยาสมัยใหม่เข้ามาบอกกับคนไทยทั้งหลายว่า จงแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง คือตอนตื่นนอนยามเช้าและก่อนเข้านอนยามค่ำ ยิ่งใครแปรงฟันหลังอาหารทุกมื้อได้ยิ่งดี

 รสนิยมของคนไทยที่เกี่ยวกับยาสีฟัน จึงต้องการชนิดที่มีฟองฟอดยามแปรงไปมา แถมยังต้องแปรงเสร็จแล้วรู้สึกโล่งปากมองเห็นฟันขาวใส กว่าจะรู้กันว่าการแปรงฟันด้วยความรุนแรง บวกกับยาสีฟันที่มีผงขัดฟันผสมอยู่มากและแปรงแต่ละครั้งนานๆ เป็นตัวการที่ทำให้เคลือบฟันเสียไป หรือเท่ากับว่าเป็นการเร่งให้เกิดอาการเสียวฟันง่ายขึ้นนั่นเอง

 ซึ่งอาการเสียวฟันดังกล่าวนั้นหากเกิดขึ้นในยุคก่อนก็ยังพอทำเนา เพราะอาหารการกินของคนไทยสมัยนั้น ยังเป็นอาหารประเภทเผ็ดร้อนเป็นหลัก ต่างจากสมัยนี้ที่มีไอศกรีมเย็นเจี๊ยบหรือน้ำดื่มก็ต้องแช่เย็นและใส่น้ำแข็ง ซึ่งทำให้อาการเสียวฟันแสดงผลให้เกิดความรับรู้ง่ายกว่า คนยุคใหม่กับอาการเสียวฟันจึงเป็นเรื่องใหญ่ที่ทำให้เกิดทุกข์  

 ยาสีฟันชนิดลดอาการเสียวฟันจึงเกิดมา เพื่อเติมเต็มความต้องการของผู้บริโภคยุคนี้ โดยมี เซ็นโซดายน์ เป็นเจ้าตลาดของยาสีฟันลดความเสียว มียอดจำหน่ายเฉพาะประเทศไทยปีละ 300-400 ล้านบาท ในขณะที่ คอลเกต เป็นเจ้าตลาดครองยอดจำหน่ายสูงสุดของยาสีฟันรวมทุกประเภทมานาน ต่างคนต่างแยกกันอยู่แบบตลาดของใครของมัน

 แต่หากใครมีโอกาสได้ดูโทรทัศน์แบบสมาชิกบอกรับเสียเงินรายเดือน โดยเฉพาะในช่องภาพยนตร์ต่างประเทศ ซึ่งโดยปกติต้องไม่มีการโฆษณาสินค้าใดๆ อยู่แล้วตามกฎหมาย คงจะเริ่มสังเกตเห็นโฆษณายาสีฟันคอลเกต ชนิดสำหรับลดอาการเสียวฟันโดยเฉพาะ ที่เป็นโฆษณาสำหรับต่างประเทศในภูมิภาค แต่แอบๆ ปล่อยออกมาให้คนไทยได้ดูกันทุกเมื่อเชื่อวันและเริ่มถี่ยิบยิ่งขึ้น

 จนน่าจะจับตาดูว่าตลาดยาสีฟันแก้เสียวในประเทศไทย จะถึงเวลาร้อนระอุจนเสียวไปทั่วหน้า ทั้งผู้นำอย่างเซ็นโซดายน์และผู้มาใหม่ในสังกัดค่ายยักษ์อย่างคอลเกตหรือยัง เพราะด้วยมูลค่าในตลาดนับพันล้านบาท คงไม่มีใครยอมให้รายใดรายหนึ่งโกยเอาไปกินอยู่เพียงรายเดียวอย่างแน่นอน ศึกความเสียวในช่องปากครั้งนี้คงจะร้อนแรงมากยิ่งขึ้น จนอาจจะต้องถึงขั้นตะลุมบอนแบบแจกหมากกันในเร็ววันนี้มังครับ

พัฒนเดช  อาสาสรรพกิจ