
เกาะติดสนามเลือกตั้ง-ไม่เข้าถ้ำเสือมีหรือจะได้ลูกเสือ
"ออกมาแบบนี้ ยิ่งลักษณ์ คงไม่คิดอะไร แต่สำหรับ ทักษิณ ก็คงจะต้องคิดมุกใหม่ เพื่อปลุกเร้าฐานเสียง และหาทางยึดพื้นที่สื่อให้ต่อเนื่อง"
ไม่ว่าความพยายามของ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 ของพรรคเพื่อไทย ที่มีแนวคิดจะขอเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. จะเกิดขึ้นจากความต้องการจากใจจริง หรือเพราะทีมงานวางกลยุทธ์ แต่มันมีความบังเอิญบางอย่างที่ทำให้มองได้ว่า นี่อาจเป็นหนึ่งในแผนการรณรงค์เลือกตั้งของยิ่งลักษณ์
นั่นเพราะก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่วัน จู่ๆ ทักษิณ ชินวัตร พี่ชายที่แสนดี ก็ออกมาพูดถึงทหาร
แน่นอนย่อมไม่ใช่การพูดยกย่องในการทำหน้าที่ หากแต่ทักษิณออกแนวปราม ไม่ให้ทหารมายุ่งเกี่ยวกับการเมือง เพราะโพลล์หลายสำนักชี้ว่า พรรคเพื่อไทยจะชนะเลือกตั้ง
นี่จึงเท่ากับเป็นการล็อกเป้าทหารเอาไว้ ให้ติดตาตรึงใจมวลชนคนเสื้อแดง ที่ถูกปลุกเร้ามาตั้งแต่ยังไม่มีการยุบสภาแล้วว่า ทหารจะออกมาปฏิวัติ ทั้งที่สภาพตอนนั้นแทบจะไม่มีสัญญาณใดๆ เลยเสียด้วยซ้ำ
แม้กระทั่งหลังยุบสภา มีพระราชกฤษฎีกาประกาศให้มีการเลือกตั้งแล้ว กระแสทหารจะล้มการเลือกตั้งก็ยังถูกเร่งเร้าจากแกนนำกลุ่มเสื้อแดง
ปลุกเร้าเพื่อตรึงกระแส สร้างแรงฮึดให้มวลชนพร้อมชนทหาร...แน่นอนเป็นมวลชนเดียวกันกับที่เป็นฐานเสียง ซึ่งจะมีผลในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้
การออกมาระบุว่า พร้อมที่จะเข้าพบ ผบ.ทบ.ของยิ่งลักษณ์ จึงไม่ใช่ว่าจะไม่มีที่มาที่ไป
หากแต่เป็นการออกมาเหมือนคลื่นระลอกที่สอง หลังจากทักษิณออกมาเปิดประเด็นก่อนหน้านี้
เพราะประเด็นนี้ ทางกองทัพเองก็ "เช็ก" เหมือนกันว่า น่าจะได้ไอเดียมาจากใคร
ไม่ว่ากองทัพหรือเพื่อไทย ต่างก็รู้ว่า ภาพลักษณ์ของทหารสำหรับคนเสื้อแดงแล้วเป็นอย่างไร...ไม่ว่าจะเป็นตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร เรื่อยมาจนถึงการกระชับพื้นที่เมื่อกลางปีที่แล้ว
นี่คือแนวทางการเปลี่ยน "ความเกลียด" ให้เป็น "คะแนน"
ยิ่งได้ยิ่งลักษณ์ ที่ฉายจับด้วยภาพของ "ผู้หญิง" ก็ยิ่งทำให้เกิดความสมบูรณ์มากขึ้น ได้ทั้งคะแนน แถมยึดพื้นที่สื่อได้เบ็ดเสร็จ
ทั้งที่รู้ว่ามีเสือ รู้ว่าเป็นหญิง แต่ยิ่งลักษณ์ก็ยังประกาศจะขอเข้าถ้ำเสือ !
รูปเกมมันก็จะออกมาประมาณนั้น
ไม่แปลกที่สุ้มเสียงจากกองทัพที่ตอบกลับมาจึง "แรง" และ "จบข่าว"
"ไม่เหมาะสม" คือคำตอบจาก พล.อ.ประยุทธ์
คำตอบที่ว่านั้นส่วนหนึ่งนับเป็นการรักษาภาพลักษณ์ของกองทัพ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศมาตลอดว่า ทหารจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง
อีกส่วนก็คือ การหยุดเกมที่จะใช้กองทัพเป็นเครื่องมือในการหาเสียง
ไม่ใช่แค่การเมืองมองทหาร แต่ทหารเองก็มองการเมือง ระดับคีย์แมนของกองทัพบอกว่า คนในพรรคเพื่อไทยบางคนยังตำหนิ ต่อว่าทหารเหมือนเป็นศัตรูในใจ
“ผมเป็นข้าราชการ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ใครมาก็เป็นหน้าที่ที่เราจะต้องปฏิบัติตามผู้ที่เข้ามาเป็นรัฐบาล ถ้าเป็นคำสั่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย"
แต่ไม่ได้หมายความว่า "เขตทหารห้ามเข้า" เพียงแต่ว่า ในช่วงเวลาที่มีการรณรงค์หาเสียงนั้น การวางตัวเป็นกลาง ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะหากเปิดประตูรับยิ่งลักษณ์ ก็ต้องเปิดรับหัวหน้าพรรคอีก 40 พรรคด้วยเช่นกัน
เพื่อจะได้ตอบคำถามแก่สังคมได้ว่า ไม่มีนอกมีใน
แต่เพื่อเป็นการตัดไฟเสียแต่ต้นลม ไม่ให้ตกเป็นส่วนหนึ่งของเกมการเมือง และสร้างความเคลือบแคลงให้แก่สังคม การปฏิเสธที่จะพบกับยิ่งลักษณ์ จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดของกองทัพ
ออกมาแบบนี้ ยิ่งลักษณ์ คงไม่คิดอะไร แต่สำหรับ ทักษิณ ก็คงจะต้องคิดมุกใหม่ เพื่อปลุกเร้าฐานเสียง และหาทางยึดพื้นที่สื่อให้ต่อเนื่อง
ทีมข่าวความมั่นคง



