ข่าว

ภท.เกทับพท.อัด8หมื่นล.ปลดหนี้กทบ.

ภท.เกทับพท.อัด8หมื่นล.ปลดหนี้กทบ.

06 มิ.ย. 2554

ภท.เปิดนโยบายใหม่เกทับ พท. ล้างหนี้กองทุนหมู่บ้านทั่วประเทศ อัดงบ 8 หมื่นล้านให้ชาวบ้านลืมตาอ้าปาก พร้อมดันนโยบายรักษาฟรีทุกโรค หลังลุยปราศรัย “อำนาจเจริญ - ยโสธร” ลั่นได้ร่วมรัฐบาลยกตำแหน่งรัฐมนตรีให้คนอีสาน เรียกผู้สมัครติวเข้มก่อนถึงช่วงโค้งสุดท้าย เตร

(6มิ.ย.) พรรคภูมิใจไทยได้จัดเวทีปราศรัยหาเสียง ที่สวนมิ่งเมือง อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ ช่วยนายวิเชียร อุดมศักดิ์ ผู้สมัคร ส.ส.อำนาจเจริญ เขต 1 และหน้าที่ว่าการอำเภอเลิงนกทา จ.ยโสธรพรรคภูมิใจไทย ช่วยนายพิกิฏ ศรีชนะ ผู้สมัคร ส.ส.ยโสธร เขต 3 โดยมีแกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ร่วมหาเสียง อาทิ นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรค และนายตระการ พันธุมเลิศรุจี หรือ"ต้น ตระการ" (ดาราชื่อดัง) สมาชิกพรรคภูมิใจไทย โดยมีประชาชนให้ความสนใจอย่างคึกคักทั้ง 2 เวที ประมาณหมื่นคน

 นายศุภชัย กล่าวบนเวทีตอนหนึ่งว่า ที่ผ่านมานายวิเชียรได้ดึงงบประมาณลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนในอำนาจเจริญมาตลอด นอกจากนี้การที่พรรคภูมิใจไทยได้ร่วมรัฐบาลได้ให้คนอีสานมาเป็นรัฐมนตรีทั้งหมด แม้ส่วนตัวจะเป็นคนจังหวัดตรัง ยินดีที่จะสละตำแหน่งรัฐมนตรีให้กับชาวอีสาน เพราะคนอีสานเข้าใจคนอีสานด้วยกัน ดังนั้นจึงขอให้เลือกพรรคภูมิใจไทย ส่วนพรรคอื่นที่บอกว่า จะกลับมาเป็นรัฐบาลนั้น ขอให้ประชาชนคิดดูให้ดีว่าจะมีโอกาสแค่ไหนที่จะได้กลับมาในสถานการณ์อย่างนี้
 
 นายศุภชัย กล่าวปราศรัยที่ จ.ยโสธร ว่า หากเลือกนายพิกิฏ ก็จะสามารถเข้ามาเป็นรัฐบาลผลักดันนโยบายต่างๆ ขณะที่เลือก นายพีรพันธุ์ พาลุสุ ผู้สมัคร ส.ส. ยโสธร พรรคเพื่อไทย ก็จะได้เป็นฝ่ายค้านอย่างแน่นอน

 ด้านนายวิเชียร กล่าวยอมรับว่า การแข่งขันในพื้นที่เขต 1 อ.เมืองและ อ.หัวตะพาน ยังมีคะแนนสูสีกับผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ อย่างไรก็ตามมั่นใจจะสามารถเอาชนะผู้สมัครจากทั้ง 2 พรรคได้ เนื่องจากตนเองเป็นคนในพื้นที่ จากการลงพื้นที่พบปะประชาชน ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี นอกจากนี้นโยบายของพรรคยังทำให้ได้เปรียบคู่แข่ง โดยเฉพาะนโยบายการประกันราคาข้าว โครงการถนนปลอดฝุ่น เชื่อว่า ตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย. นี้ จะมีความชัดเจนว่าใครจะชนะ แต่ส่วนตัวจะใช้ยุทธศาสตร์เข้าถึงประชาชนในการเลือกตั้ง

 ขณะที่นายพิกิฏ ได้กราบประชาชนบนเวที ก่อนปราศรัย ว่า หากเลือกตนเป็น ส.ส. และได้เป็นรัฐบาล จะล้างหนี้ ธกส. และกองทุนหมู่บ้าน ที่ชาวยโสธรเป็นหนี้อยู่จำนวนมาก ให้มีตู้เอทีเอ็มเกษตรกร นอกจากนี้จะผลักดันให้ชาวยโสธรปลูกยางพาราครัวเรือนละ 5 ไร่

 นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม กล่าวปราศรัยที่เวที อ.เลิงนกทา จ.ยโสธรว่า การมาวันนี้ต้องการให้เลือกพรรคภูมิใจไทย ถ้าเลือกเข้าไปพวกตนได้เป็นรัฐบาลแน่นอน เพราะมีคะแนนเป็นที่ 3 โดยพรรคที่ได้ที่หนึ่งต้องเชิญเข้าร่วมรัฐบาลแน่นอน และถ้าปักธง ส.ส.ทั้ง 3 เขต 3 คน ขอรับรองได้ว่า นายรณฤทธิชัย คานเขต ผู้สมัคร ส.ส.ยโสธร เขต 2 ได้เป็นรัฐมนตรีอย่างแน่นอน

 รมว.คมนาคม กล่าวปราศรัยว่า หากได้เป็นรัฐบาล จะยกหนี้กองทุนหมู่บ้าน 1 ล้านบาท เพื่อล้างหนี้ให้แก่หมู่บ้านทั้งหมดประมาณ 8 หมื่นแห่งทั่วประเทศ พร้อมจะใส่งบประมาณอีก 8 หมื่นล้านบาทเข้าไป แตกต่างจากพรรคการเมืองอื่นนำเสนอนโยบาย โดยให้งบประมาณหมู่บ้านละ 1 ล้าน โดยที่ยังมีหนี้ค้างอยู่หมู่บ้านละ 1 ล้านบาท เท่ากับแต่ละหมู่บ้านจะเป็นหนี้เพิ่มขึ้นเป็น 2 ล้านบาท นอกจากนี้ พรรคการเมืองหนึ่งจะสานต่อโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค แต่หากเลือกพรรคภูมิใจไทย จะมีโครงการรักษาฟรีทุกโรค ยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทย พูดแล้วทำ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ 2 นโยบาย ยกหนี้กองทุนหมู่บ้านทั่วประเทศ และโครงการรักษาฟรีทุกโรค ถือเป็นนโยบายของพรรคภูมิใจไทย ที่นายโสภณ นำมาเปิดเผยเป็นครั้งแรก

เรียกผู้สมัครติวเข้มก่อนถึงช่วงโค้งสุดท้าย

 นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยภูมิใจไทย ได้เรียกผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเข้าหารือ และสรุปปัญหาอุปสรรคในการหาเสียงที่ผ่านมา เพื่อนำไปแก้ไข โดยปัญหาส่วนใหญ่ยังคงเป็นเรื่องของการต่อสู้กับกระแสของพรรคเพื่อไทยและกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งแกนนำของพรรคแนะนำให้ผู้สมัครใช้ความอดทน และให้นำนโยบายของพรรคที่เหนือกว่าพรรคเพื่อไทยไปชี้แจงกับประชาชน ขณะเดียวกันมีการแจ้งให้ผู้สมัครของพรรครับทราบว่าทางพรรคจะมีการออกสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์นโยบายของพรรคชุดใหม่ โดยเฉพาะเรื่องของการปลดหนี้กองทุนหมู่บ้าน ซึ่งถือเป็นหมัดเด็ดที่จะปล่อยออกมาในช่วงโค้งสุดท้าย นอกจากนี้ในการประชุมยังได้แจกซีดี ซึ่งเป็นการบันทึกการปราศรัยใหญ่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาให้กับผู้สมัครนำไปเปิดในระหว่างการปราศรัย เนื่องจากผู้สมัครของพรรคหลายคนปราศรัยไม่เก่ง อย่างไรก็ตามแกนนำของพรรคยังคงยืนยันตัวเลข ส.ส.ที่คาดว่าจะได้จากการเลือกตั้งในครั้งนี้อยู่ระหว่าง 60 ถึง 70 เสียง

นิด้าโพลล์คะแนนนิยมสองพรรคใหญ่ร่วง
 
 ศูนย์สำรวจความคิดเห็นของประชาชน “นิด้าโพล”  สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) สำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “เกาะติดสถานการณ์การเลือกตั้ง’54 ครั้งที่ 3” ระหว่างวันที่ 1-2 มิถุนายน 2554 จากประชาชนทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ จำนวน 1,230 หน่วยตัวอย่าง กระจายทุกภูมิภาค ทุกระดับการศึกษาและกลุ่มอาชีพ

  นิด้าโพลสำรวจรอบที่สาม พบว่า คะแนนนิยมเพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ และผู้ที่ vote no ลดลง ทั้ง ส.ส.แบ่งเขต และบัญชีรายชื่อ เมื่อเทียบกับผลการสำรวจครั้งที่สอง โดยเฉพาะ ประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ถึงแม้ว่าร้อยละของผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจลดลง แต่จำนวนของผู้ที่ตัดสินใจแล้วแต่ยังไม่ตอบมีมากขึ้น เนื่องจากประชาชนไม่สะดวกใจในการระบุ ส.ส. และพรรคที่จะเลือก

 ในภาพรวม ส.ส.แบ่งเขต เพื่อไทยมีคะแนนความนิยม 16.50% ลดลงร้อยละ 1.49 ส่วนประชาธิปัตย์มีคะแนนความนิยม   9.19% ลดลง 2.88% สำหรับส.ส. บัญชีรายชื่อ (party list) เพื่อไทยมีคะแนน 16.67% ลดลง 1.64 ในขณะที่ประชาธิปัตย์มีคะแนน 9.19% ลดลง 2.56%

   ในขณะเดียวกัน ผลการสำรวจระบุ ประชาชนเริ่มมีแนวโน้มตัดสินใจชัดขึ้น โดยตัวเลขผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกทั้งสองระบบ ลดลง  ตรงกันข้าม กลุ่มพลังเงียบกลับเพิ่มสูงขึ้น โดยส.ส.แบ่งเขต มีผู้ตัดสินใจแล้วแต่ไม่ระบุ 16.42% เพิ่มขึ้นถึง 6.37% ส่วนส.ส.บัญชีรายชื่อ มีผู้ตัดสินใจแล้วแต่ไม่ระบุ 16.91% เพิ่มขึ้น 7.67%