ข่าว

"วิสุทธิ์”อยากเห็นหาเสียงอย่างสร้างสรรค์

"วิสุทธิ์”อยากเห็นหาเสียงอย่างสร้างสรรค์

06 มิ.ย. 2554

"วิสุทธิ์" อยากเห็นผู้สมัครส.ส.หาเสียงอย่างสร้างสรรค์นำเสนอนโยบาย ไม่ใช่การด่าทอ ขู่ จนท.ไม่เป็นกลางทำผิดโทษหนัก ชี้ ป้ายโหวตต้องดูเข้าป้ายหาเสียงหรือไม่ ย้ำต้องมีเรื่องร้องมาก่อน

 ที่ห้องกำแพงเพชร เจ.เจ.มอลล์ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ  วันที่ 6 มิ.ย.  นายวิสุทธิ์ โพธิแท่น กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการการมีส่วนร่วม ให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกตั้ง ว่า อยากให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งและพรรคการเมืองหาเสียงแบบสร้างสรรค์เสนอนโยบายของตัวเองให้ประชาชนเห็นว่าตัวเองควรจะได้รับเลือกตั้งอย่างไร ไม่ควรด่าทอกัน การแพ้หรือชนะเลือกตั้ง ทุกคนก็อยู่ในประเทศเดียวกัน ความสมานฉันท์อยู่ที่มีความแตกต่างทางความคิดและมีเอกภาพมีความสามัคคีแข่งกันแบบนักกีฬายอมรับกติกาดังนั้นปัญหาจะน้อยลงการทุจริตก็จะไม่เกิด
 
 เมื่อถามว่า การจัดเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์จะทำให้ลดกระแสตอบโต้ของ 2 พรรคใหญ่หรือไม่ นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า เราก็หวังแต่การตอบโต้ก็มีหลายประเภท ตอบโต้ด้วยความรักและพูดกันด้วยดีก็ได้โดยวิจารณ์กันธรรมดาไม่เป็นไรแต่ด่าทอไม่ใช่วิถีประชาธิปไตย ดังนั้นถ้าเรารักประชาธิปไตยอย่าด่าเราพูดด้วยความรักกันได้จึงขอให้สมานฉันท์ปรองดองกัน

 ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ วางตัวไม่เป็นกลางให้กำนันผู้ใหญ่บ้านจูงใจให้มีการเลือกพรรคการเมือง นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ถ้าเป็นกำนันผู้ใหญ่บ้านถือเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องเป็นกลางทางการเมืองแต่ละคนจะมีสิทธิเข้าคูหาจะกาใครก็เป็นเรื่องของตนเอง แต่เมื่อเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐจะไปหาเสียงให้ใครคงไม่ได้ แต่ข่าวที่ว่ามีตลอดแต่ก็เข้าใจว่าข้าราชการจะตระหนักกับบทบาทเพราะถ้าเจ้าหน้าที่รัฐทำอะไรผิดโทษก็จะหนัก ซึ่งตนไม่อยากให้ใครมีโทษ

 "ถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐตรงไปตรงมาก็สบายใจ เราชอบใครก็เรื่องของเราแต่เจ้าหน้าที่รัฐไปออกนอกหน้าเชียร์คนนั้นเชียร์คนนี้อาจผิดวินัยและอาญาอยากจะฝากไว้ด้วยในอดีตท่านจะเป็นอย่างไรก็ในอดีตแก้ไม่ได้ แต่ปัจจุบันและอนาคตท่านต้องคำนึงถึงเรื่องเหล่านี้อยากให้ทุกคนทุกฝ่ายปลอดภัยจากข้อกล่าวหาทั้งหลาย" นายวิสุทธิ์ กล่าว

 เมื่อถามย้ำว่า กกต.เป็นห่วงพื้นที่ใดเป็นพิเศษที่ข้าราชการวางตัวไม่เป็นกลาง นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า กกต.ยังไม่ได้ประชุมเรื่องซึ่งตนในฐานะที่เป็นกกต.คนหนึ่งถ้าคนเข้าใจก็ไม่อยากห่วงอะไรเพราะคนเราก็โตกันแล้ว

 เมื่อถามถึงกรณีพรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้กกต.ปลดป้ายโหวตโนว่า เรื่องนี้ต้องวินิจฉัยว่าป้ายดังกล่าวเป็นป้ายหาเสียงหรือไม่ เพราะยังมีกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้อง ถ้าเป็นป้ายหาเสียงก็ต้องเข้าเกณฑ์ ถ้าไม่ใช่ป้ายหาเสียงก็เป็นเรื่องของเจ้าของพื้นที่ตามพ.ร.บ.รักษาความสะอาด ซึ่งต้องขออนุญาตก่อน และกกต.ถึงจะวินิจฉัยได้ แต่ถ้ายังไม่มีเรื่องถ้าพูดขึ้นมาเฉยๆใครก็พูดได้ ดังนั้นต้องมีเรื่องมาก่อนถึงจะวินิจฉัยได้ ทั้งนี้กกต.มี5 คนถ้าเรื่องเข้ามาก็ต้องให้เจ้าหน้าที่ดูข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายก่อนแล้วถึงวินิจฉัยได้ ดังนั้นถ้าจะปลดป้ายดังกล่าวก็ต้องวินิจฉัยก่อนว่าเป็นป้ายชนิดไหนเข้าข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงหรือไม่จะฟันธงอย่างที่คิดไม่ได้