ข่าว

หมอลำอีสานกว่า 200 คน ร่วมสืนบสาน "ฮิตฮอยหมอลำ"
@ ยินเสียงพิณแคนห้าว ชาวอีสานเฮาม่วนซืน

หมอลำอีสานกว่า 200 คน ร่วมสืนบสาน "ฮิตฮอยหมอลำ" @ ยินเสียงพิณแคนห้าว ชาวอีสานเฮาม่วนซืน

07 มิ.ย. 2554

“มาเมืองอีสานบ่ได้ยินเสียงแคน เสียงลำ ซำมาบ่ฮอดอีสานเด้อ“

  พ่อเคน ดาเหลา ศิลปินแห่งชาติ ปี 2534 สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ไทย-หมอลำ) บอกให้ฟังในงาน มหกรรมสืบสานฮีตฮอยหมอลำ เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา ณ ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น โดยมีเจ้าภาพใหญ่ คือ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น

 งานนี้เป็นการรวมตัวกันของศิลปินหมอลำจากทั่วฟ้าแดนอีสานกว่า 200 ชีวิต แถมยังมีการโชว์หมอลำจากประเทศเพื่อนบ้าน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (ส.ป.ป.ลาว) อย่าง หมอลำสมาน สุวรรณศรี ซึ่งเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาหมอลำ จากนครหลวงเวียงจันทน์อีกด้วย

 บรรยากาศในงานมีแต่เสียงพิณ เสียงแคน ดังไม่ขาดสาย เพราะศิลปินที่มาล้วนแล้วแต่เป็นหมอลำชื่อดัง เริ่มต้นด้วยการสาธิตการยกอ้อ ยอครู ที่มีศิลปินรุ่นครู 3 คน คือ เคน ดาเหลา, ฉวีวรรณ ดำเนิน และ ป.ฉลาดน้อยส่งเสริม ซึ่งเป็นศิลปินแห่งชาติ มาสาธิตการไหว้ครู

 แม่ฉวีวรรณ บอกว่า การไหว้ครูนั้น หมอลำจะมีครูอยู่ 2 สาย คือ สายครูธรรม กับ ครูแถน (สายเทวดา) โดยส่วนใหญ่หมอลำเกือบ 70 เปอร์เซ็นต์ จะนับถือครูธรรม และมีส่วนน้อยที่นับถือครูแถน

 การไหว้ครูธรรมจะคล้ายๆ กับไหว้ครูแถน แต่ครูธรรมไม่มีผ้านุ่งใส่ประกอบเครื่องคาย การไหว้ครูธรรมก่อนออกแสดงของหมอลำจะต้องเตรียมอุปกรณ์ประกอบด้วย ผ้าขาว เหล้าขาว ขันธ์ 5 ไข่ เงินใส่ขัน 6 สลึง ถึง 6 บาท กระจกส่องหน้า เครื่องประดับ กำไล ส่วนครูแถนนั้น สิ่งที่เพิ่มมาคือ ผ้านุ่ง โดยต้นตำรับหมอลำที่นับถือครูแถน คือ หมอลำเคน ดาเหลา นี่เอง

 "สาเหตุที่เราต้องไหว้ครู เพราะศิลปะ และศิลปิน ทุกคนมีครูทั้งนั้น เพราะครูเป็นผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้เรา เป็นผู้ยึดเหนี่ยวจิตใจลูกศิษย์ ก่อนแสดงเราไหว้ครูเพื่อขอกำลังใจ เชื่อมั่นในการแสดง" แม่ฉวีวรรณ บอก

 นอกจากนั้นในงานยังมีการพูดถึงภูมิธรรม ภูมิปัญญาหมอลำ โดยมีนักวิชาการอีสาน อดีตผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น อย่าง ผศ.ชอบ ดีสวนโคก กล่าวว่า หมอลำเป็นเรื่องทันสมัย คนสมัยก่อนฟังหมอลำแล้วต้องกลับบ้านไปคิดไปไตร่ตรอง โดยเฉพาะการฟังหมอลำผญา ซึ่งมีข้อคิด คำสอนสอดแทรกมาด้วย คำแต่ละคำ ประโยคแต่ละประโยค ที่หมอลำพูดจะต้องผ่านกระบวนการคิด และไตร่ตรองมาก่อน ผู้ใหญ่ฟังแล้วกลับไปถกกัน แม้แต่หมอลำเองเวลาลำยังต้องโยนลูกกันไปมา เป็นการถามเพื่อปริศนา ตรงนี้แหละทำให้เกิดความรู้ขึ้นมา และพอฟังแล้วอยากติดตามก็ทำให้กลับมาฟังหมอลำอีก

 ส่วน ดร.สนอง คลังพระศรี จากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิลดล ที่ค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องหมอแคน บอกว่า หากไม่มีหมอแคนก็จะไม่มีหมอลำ เพราะเป็นของคู่กัน หมอลำจะลำได้ดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับหมอแคนเช่นกัน

 แคน ถือเป็นเครื่องดนตรีที่มหัศจรรย์ ไม่สามารถไปบอกว่า มหัศจรรย์อย่างไร เป็นเครื่องดนตรีเก่าแก่อายุไม่ต่ำกว่า 3,000 ปี หมอลำเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตคนอีสาน และวิถีชีวิตคนที่นี่ นี่คือวัฒนธรรมและเป็นภูมิปัญญาของเรา และแคนนี่แหละที่ทำให้การลำเปลี่ยนไป จะมาลำช้าแบบผญาโบราณไม่ได้แล้ว มีแคนทำให้กลอนลำเปลี่ยนทำนอง เปลี่ยนวาด เร็วขึ้น กระชั้นขึ้น และทำให้หมอลำไม่สูญหายไป เพราะมีวิวัฒนาการตลอดเวลา พร้อมทั้งทำให้การพัฒนาหมอลำจากยุคหมอลำพื้น ที่มีจังหวะช้า ลายใหญ่ หรือ ลายอ่านหนังสือใหญ่ มาเป็นจังหวะเร็ว ช่วงเดินกลอนเร็ว และมาเป็นหมอลำกลอน หมอลำผญา ในยุคต่อๆ มาอีกด้วย

  สำหรับ หมอลำพื้นที่ ถือว่าเป็นศิลปะโบราณชั้นครูของอีสาน ที่หลงเหลือให้เห็นอยู่ทุกวันนี้ มีเพียง หมอลำทองเยี่ยม ประสมพืช ชาว อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่นเท่านั้น โดยพ่อทองเยี่ยม บอกว่า หมอลำพื้นได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมในครั้งนี้ถือว่าน่าชื่นชมมาก เพราะหมอลำพื้นหายไปกว่า 50 ปีแล้ว ลูกหลานคนเกิดทีหลังไม่รู้จักเลย เพราะมันหายไปนานแล้ว ดีใจที่หายไปแล้ว แต่ยังมีคนคิดถึง ไม่คิดว่าจะมีวันนี้ ที่มีการกลับมาอนุรักษ์ และพูดถึงอีก

 สำหรับหมอลำพื้นนั้น จะเป็นการแสดงทั้งโดยหมอลำเพียงคนเดียว ที่สามารถแสดงได้ทั้งตัวพระ ตัวนาง ตัวพระยา อำมาตย์ ซึ่งคนแสดงจะต้องเก่งและจำกลอนลำได้อย่างดี ซึ่งทุกวันนี้ไม่มีคนสืบสานต่อแล้ว

 พ่อทองเจริญ ดาเหลา เป็นน้องชายศิลปินแห่งชาติ เคน ดาเหลา และหมอลำบุญช่วง เด่นดวง หมอลำกลอน  บอกว่า ดีใจที่หมอลำกลอนได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรม เพราะหมอลำไม่ใช่คนรวย แต่เป็นคนบ้านนอก ทำให้ได้มาเป็นหมอลำ เกิดภูมิปัญญาขึ้น โดยหมอลำทั้งหลายแหล่เกิดจากการเทศนาของพระสงฆ์ เป็นภูมิปัญญาที่พัฒนาอีกระดับหนึ่ง ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์

 บรรยากาศพิณแคนลำในวันนั้นม่วนซื่นยิ่งนัก โดยเฉพาะการมีโอกาสได้ขึ้นเวทีร่วมสาธิตของ หมอลำสมาน สุวรรณศรี ศิลปินแห่งชาติจากส.ป.ป.ลาว ยิ่งเรียกเสียงปรบมือได้ไม่น้อย และยิ่งรู้มาอีกว่า หมอลำสมานนั้นไม่ใช่ใครมี่ไหน เป็นชาวอีสานที่ไปได้ดิบได้ดีที่ประเทศลาว คนลาวยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ ยิ่งสร้างความปลาบปลื้มให้คนอีสานที่ได้ฟังอีกด้วย

 "หมอลำไทย กับหมอลำลาว แทบไม่ต่างกัน เพราะมาจากรากเหง้าเดียวกัน แต่จะต่างกันบ้างตรงที่หมอลำลาวจะไม่มีคำหยาบคาบ หรือสองแง่สามง่าม แต่หมอลำอีสานจะให้ความสำคัญของตรงนี้มากไปหน่อย ทำให้ไม่งาม หากนำไปพูดกับวัยรุ่น เด็กรุ่นใหม่ จะทำให้ดูไม่ดี แต่ยินดีที่ประเทศไทยได้ให้ความสำคัญกับศิลปะการแสดงแขนงนี้ และผมจะเอาเรื่องที่ประเทศไทยจัดงานยิ่งใหญ่แบบนี้ กลับไปบอกเล่าให้คนที่ประเทศลาวได้ฟังด้วยว่า ไม่ว่าจะลาวหรือไทย เสียงพิณ เสียงแคน เสียงลำที่ได้ยิน ก็ล้วนแล้วแต่ท่วงทำนองเดียวกัน และมาจากรากเหง้าเดียวกันทั้งนั้น" หมอลำสมาน บอก

"สุมาลี โพธิ์พยัคฆ์"