
มาร์คจ้อNHKลั่นพาปท.ก้าวข้ามแม้ว
"อภิสิทธิ์" ให้สัมภาษณ์ NHK สื่อญี่ปุ่น ลั่นพาประเทศก้าวข้าม "ทักษิณ " "ปชป." อัดปรองดอง ยิ่งลักษณ์ หวังแค่ทำเพื่อทักษิณ "ยิ่งลักษณ์"หาเสียงบึงกาฬหว่านนโยบายแจกแทปเลต "หน.เพื่อไทย" ป้องยิ่งลักษณ์มารไม่มีบารมีไม่เกิด
(6มิ.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าว NHK ของประเทศญี่ปุ่นระหว่างช่วยผู้สมัครหาเสียงที่ตลาดฝั่งโขงเขตดอนเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่เดิมของพรรคเพื่อไทยตอนหนึ่งว่า จากการลงพื้นที่ที่ผ่านมาเสียงตอบรับค่อนข้างดี ในส่วนนโยบายของพรรคนั้นคิดว่านโยบายเรื่องการประกันรายได้เกษตรกรตรงใจกับประชาชน และยืนยันว่านโยบายของพรรคประชาธิปัตย์มุ่งเดินหน้าแก้ไขปัญหาของประเทศ ทำให้ประเทศเดินหน้าและก้าวข้ามความขัดแย้งและคนชื่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯไปให้ได้
"ปชป.อัดปรองดอง"ปู"แค่ทำเพื่อ“ทักษิณ”
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการลงพื้นที่หาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ ( ปชป .) ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า ได้รับต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประชาชนส่วนใหญ่ที่ต้องการให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคปชป.ได้หาเสียงตามปกติ แต่ยังปรากฎมีเหตุการณ์ขัดขวางการหารเสียงตามวิถีทางประชาธิปไตย และเริ่มมีการดำเนินการในลักษณะส่อเค้าความรุนแรงต่อผู้สมัคร อาทิ ที่พิษณุโลก เป็นต้น เรื่องนี้ปชป.เคยร้องขอโดยตรงไปยังพรรคเพื่อไทย ( พท .) และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่ออันดับที่ 1 พรรคพท.ให้ทำความเข้าใจกับแกนนำเสื้อแดงที่ลงสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพท.แล้ว และแม้มีการรับปากว่าได้พูดคุยแล้ว แต่เหตุการณ์ยังเกิด แสดงให้เห็นชัดว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่สามารถปรองดองได้ตามที่สังคมตั้งความหวังไว้ จึงทำให้สังคมสงสัยว่าปรองดองที่นส . ยิ่งลักษณ์ วางเอาไว้หมายถึงเฉพาะการล้างผิดให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯใช่หรือไม่
น.พ.บุรณัชย์ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพท. และแกนนำเสื้อแดงยังคงสร้างความขัดแย้งด้วยการปลุกระดม โดยเฉพาะต่อกองทัพ แม้น.ส.ยิ่งลักษณ์จะแสดงท่าที่ด้วยการพร้อมคุยกับกองทัพ แต่การเคลื่อนไหนของแกนนำเสื้อแดงยังพยายามดึงกองทัพมาเกี่ยวข้องการเมือง จึงขอฝากให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ระวังการดึงกองทัพมาเกี่ยวการเมือง เพราะไม่เกี่ยวกับการหาเสียง ไม่ควรสร้างประเด็นขัดแย้งกับองค์กรหรือสถาบันที่ไม่เกี่ยวกับการเมืองรวมถึงศาลด้วย ไม่อย่างนั้นการเลือกตั้งจะไม่สามารถสร้างปรองดองชาติได้ เพราะยังมีการเคลื่อนไหวสร้างความแตกแยกร้าวลึกให้ประเทศอยู่
น.พ.บุรณัชย์ ยังกล่าวกรณีนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ขู่ฟ้องหมิ่นประมาทคำสัมภาษณ์ของนายอภิสิทธิ์ที่ระบุพ.ต.ท.ทักษิณใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือ ว่า นายนพดลพูดไม่มีข้อเท็จจริง ยืนยันว่าการเดินหน้าประเทศไทยด้วยการเลือกตั้งอย่างสร้างสรรค์ เป็นแนวทางสำคัญที่พรรคปชป.เชื่อว่าเป็นทางออก และสังคมและสื่อมวลชนก็เริ่มตั้งคำถามมากขึ้นว่า กลุ่มเสื้อแดงและพรรคพท.มีแนวทางการเคลื่อนไหวสอดคล้องกันอย่างไร หลังแกนนำเสื้อแดงได้ลงสมัครส.ส.ซึ่งชัดเจนว่าหลังเลือกตั้งครั้งนี้ หากพท.สามารถรวบรวมเสียงข้างมากได้ แกนนำเสื้อแดงจะมีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีเป็นผู้บริหารประเทศ จึงมองว่าความเคลื่อนไหวของเสื้อแดงผ่านพรรคพท.ที่บงการโดยพ.ต.ท.ทักษิณจะทำให้การเอาวิกฤติออกจากการเมืองโดยการเลือกตั้งไม่สำเร็จ เพราะเอาเสียงประชาชนเป็นเครื่องมือเพื่อขับเคลื่อนการล้างผิด วันนี้ทุกฝ่ายอยากได้ความชัดเจนจากพรรคพท.ถึงบทบาทการเป็นพรรคการเมืองกับกลุ่มเสื้อแดง
"องอาจ"หยันโพลพท.ได้ 270เสียงแค่ปั่นราคา
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ และประธาน ส.ส.ภาค กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีพรรคเพื่อไทยระบุถึงผลการสำรวจลับ ( โพลลับ ) โดยอ้างการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคเพื่อไทย (พท.) จะได้ ส.ส.เกินกึ่งหนึ่งถึง 270 ที่นั่ง ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จะได้ ส.ส.ไม่ถึง 150 ว่า เป็นเพียงกระบวนการปั่นราคาก่อนมีการเลือกตั้ง เพื่อให้เข้าใจว่าพท.จะชนะปชป.ขาดลอย ซึ่งเมื่อผลการเลือกตั้งออกมาตรงกันข้ามก็จะกล่าวโทษว่ามีการโกงการเลือกตั้งเกิดขึ้น รวมถึงผู้ออกมาระบุประเด็นนี้ยังหวังผลกลุ่มประชาชนที่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร ซึ่งผลสำรวจระบุว่ามีไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ดังนั้นถ้าพท . มั่นใจว่าโพลดังกล่าวเชื่อถือได้และพท . เสียงจริง ขอท้าให้พท . บอกที่มาว่าจำนวน 270 เสียง นั้นมาจากตรงส่วนไหนบ้าง อย่างไร เช่นเดียวกับกรณี 150 เสียงของปชป . ที่ควรแสดงถึงที่มาก่อนจะกล่าวอ้าง
"ยิ่งลักษณ์"หาเสียงบึงกาฬหว่านนโยบายแจกแทปเลต
น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางมาที่โรงเรียนบึงกาฬ เพื่อช่วยนายเชิดพงษ์ ราชป้องขันต์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 จ.บึงกาฬ เมื่อเดินทางมาถึงเวทีปราศรัย นักเรียนต่างพากันวิ่งกรูเข้ามาพร้อมส่งเสียงกรี๊ด และขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึก โดยมีประชาชนและคนเสื้่อแดง มารอฟังการปราศรัยกว่า 1 พันคน และได้กล่าวบนเวทีปราศรัยว่า ขอฝากเนื้อฝากตัวเป็นลูกหลานชาวบึงกาฬ และรู้สึกดีใจที่ประชาชนยังคงคิดถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถ้ารักพี่ชายต้องให้โอกาสน้อง เมื่อปราศรัยเสร็จได้เดินไปที่ห้องเรียน โดยมีนักเรียนรอให้การต้อนรับตามบันไดทางขึ้นและหน้าห้องเรียนจำนวนมาก โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินเข้าไปในห้องเรียน และแนะนำเกี่ยวกับนโยบายแจกแทปเลต โดยจะมีระบบอินเตอร์เน็ตไวไฟล์ เรียนก่อนผ่อนทีหลัง ซึ่งตนเข้าใจดี เพราะมีลูกที่กำลังศึกษาอยู่ และตนเคยทำงานกับเยาวชนมาก่อน พร้อมอวยพรนักเรียนให้ตั้งใจเรียน
ผู้สื่อข่าวรายงาน ระหว่าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินผ่านกลุ่มนักเรียนชั้นมัธยม มีบางคนพูดออกมาว่า "อยากจะถอดชุดนักเรียน และใส่เสื้อแดงตอนนี้เลย"
จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางไปหาเสียงต่อที่ สถานีตำรวจ อ.เซกา จ.บึงกาฬ
"หน.เพื่อไทย" ป้อง“ยิ่งลักษณ์”มารไม่มีบารมีไม่เกิด
ที่ม.หอการค้าไทย นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มเสื้อหลากสี จะยื่นเรื่องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ให้สอบสวนน.ส.ยิ่งลักษณ์ กรณีเบิกความเท็จในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดียึดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 4.6 หมื่นล้านบาท กรณีซุกหุ้นชินคอร์ปว่า มารไม่มีบารมีไม่เกิด ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวไม่มีอะไรที่น่าวิตก พรรคได้เตรียมตัวและทราบมาตั้งแต่ต้นแล้วว่าเป็นขบวนการจ้องทำลายพรรคตลอดเวลา เราต้องพยายามทำทุกอย่างด้วยความระมัดระวังในการก้าวเดินแต่ละก้าว เชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจ และไม่ส่งผลกระทบทำให้พรรคได้รับคะแนนความนิยมลดลง แต่ในทางกลับกันคะแนนนิยมจะเพิ่มขึ้น ดูได้จากมวลชนที่เพิ่มขยายตัวอย่างรวดเร็วตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา เพราะประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจว่ากลุ่มคนที่เคลื่อนไหวนั้นมีเป้าหมายและมีจุดยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับพรรคเพื่อไทย โดยพยายามจ้องทำลายทุกอย่าง
นายยงยุทธ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์จะไปพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เพื่อเดินหน้าเรื่องปรองดองนั้น ถือเป็นความปรารถนาและเป็นความรู้สึกทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยที่ต้องการเป็นมิตร และไม่ใช่เฉพาะกองทัพ แต่จะไปพบกับทุกฝ่าย คาดว่าจะไปพบหลังการเลือกตั้ง เพราะต้องดูความสะดวกของทั้ง 2 ฝ่ายด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า จำเป็นต้องมีทีมกฎหมายมาดูแลให้โดยเฉพาะหรือไม่ นายยยงยุทธกล่าวว่า ต้องมี และพรรคจะใช้คนที่มีความรู้ความสามารถและความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายโดยเฉพาะ จะได้มีความเข้าใจในเรื่องที่เกิดขึ้นเพื่อความรอบคอบ ส่วนกรณีที่แผนบันได 4 ขั้นนั้น นายยงยุทธกล่าวว่า เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าเป็นการกุเรื่องขึ้นมาเพื่อทำลายพรรคเพื่อไทยโดยเฉพาะ และต้องการทำลายน.ส.ยิ่งลักษณ์ด้วย ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้นึกถึงเรื่องการนิรโทษกรรมเป็นอันดับแรก แต่นึกถึงประชาชนก่อน ซึ่งหากพรรคได้เป็นรัฐบาลจะดูแลเรื่องปากท้องก่อนเป็นอันดับแรก และไม่ได้มุ่งเป้าที่จะต้องช่วยเหลือใคร ดังนั้นเชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจ



