ข่าว

"บิ๊กกร๊อง"ท้อแต่ยังไม่ถอยเดินหน้าชิงนายกเซ็งวงการแตกสามัคคี

"บิ๊กกร๊อง"ท้อแต่ยังไม่ถอยเดินหน้าชิงนายกเซ็งวงการแตกสามัคคี

06 มิ.ย. 2554

สงครามนายกสมาคมฟุตบอลไทยรุนแรงเกินคาดหมาย “บิ๊กกร๊อง” วิรัช ชาญพานิชย์ ผู้ท้าชิงบ่น “ท้อ” หลังคนลูกหนังแตกแยก แถมมีอำนาจการเมืองเข้ามาวุ่นวาย จนบุคคลที่สามต้องเดือดร้อน แต่ยืนยันไม่ถอนตัวจากการชิงตำแหน่งประมุขฟุตบอลไทยอย่างแน่นอน

 ภายหลังจากที่ “บังยี” วรวีร์ มะกูดี รักษาการนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย อ้างมติของกรรมการบริหารสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ล้มการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2553 เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา ก่อนจะกำหนดการประชุมครั้งใหม่ในวันที่ 17 มิถุนายนนี้ โดยมีวาระสำคัญคือ การเลือกตั้งนายกสมาคม ที่หมดวาระมาตั้งแต่วันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา และจากข่าวที่ “คม ชัด ลึก” นำเสนอมาตามลำดับ มีการร้องเรียนให้การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เข้ามาตรวจสอบเรื่องกรณีหนังสือขอรายละเอียดสโมสรสมาชิกที่บางสโมสรไม่ได้รับ รวมไปถึงมีอำนาจการเมืองเข้ามาเกี่ยวพันวุ่นวาย เพื่อหวังเพียงหนังสือมอบอำนาจไปไว้ในครอบครองนั้น

 ล่าสุด “บิ๊กกร๊อง” วิรัช ชาญพานิชย์ รักษาการอุปนายกฝ่ายพัฒนาเทคนิค และในฐานะผู้ท้าชิงตำแหน่งนายกลูกหนังไทย ออกมากล่าวว่า ไม่น่าเชื่อว่าการชิงตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย จะเล่นกันรุนแรงถึงเพียงนี้ เพราะหลายคนบ่นให้ฟังว่ามีการข่มขู่ด้วยรูปแบบต่างๆ แม้แต่สื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวยังไม่เว้น

 “ผมยอมรับว่าท้อมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะการชิงชัยครั้งนี้รุนแรงเกินความคาดหมาย ทำให้คนอื่นที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ด้วยพลอยได้รับความเดือดร้อน อย่างข้าราชการชั้นผู้น้อยที่ไม่เกี่ยวข้องกับวงการฟุตบอลเลยแม้แต่น้อย พลอยมาถูกหางเลข”

 ผู้ท้าชิงหมายเลข 1 ของ “บังยี” กล่าวต่อไปว่า แม้จะท้อกับเรื่องราวปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ยืนยันได้ว่าไม่มีถอดใจหรือคิดที่จะถอนตัวจากการชิงตำแหน่งนี้เด็ดขาด เพราะยังเชื่อว่าความยุติธรรมยังมีในประเทศนี้ และที่สุดแล้วทุกคนจะหันมาเข้าสู่กรอบกติกา เพื่อให้การเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ทุกวงการ และผู้ที่ได้รับตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้จะมีความภาคภูมิใจได้อย่างเต็มที่ ไม่ใช่การได้มาซึ่งอำนาจด้วยความไม่เป็นธรรม

 นอกจากนี้แหล่งข่าววงในยืนยันว่า ขณะนี้ได้มีคำสั่งจากผู้มีบารมีนอกวงการลูกหนัง ส่งตรงถึงบรรดาสถาบันการศึกษา เพื่อให้เซ็นหนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนให้ผู้ถือสารไปแล้วหลายแห่ง พร้อมกำชับหากไม่ปฏิบัติตามอาจถึงขั้นสั่งย้ายภายใน 24 ชั่วโมงแล้ว ทำให้คนในวงการลูกหนังไทยต่างเอือมระอากับสิ่งที่เกิดขึ้น ถึงกับบ่นว่า ต่อไปนี้หากวงการฟุตบอลไทยยังเป็นเช่นนี้ การเลือกตั้ง หรือการบริหารงานสมาคมคงไม่มีความหมาย เพราะถึงที่สุดแล้วอาศัยอำนาจการเมืองเข้ามาเป็นตัวตัดสิน หรือต่อไปหากใครเข้าถึงนายกรัฐมนตรีให้มีคำสั่งได้ คงทำให้ฟุตบอลไทยถอยหลังเข้าคลอง