ข่าว

เมล์สาย39เบรกแตกชนขรก.คุรุสภาดับ

เมล์สาย39เบรกแตกชนขรก.คุรุสภาดับ

05 มิ.ย. 2554

รถเมล์สาย 39 เบรกแตก หักหลบรถเมล์สาย 8 ก่อนแฉลบปีนฟุตบาท ชนสาวใหญ่ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกองค์การการค้าคุรุสภาวัย 50 ปีดับ ลูกสาวเหยื่อเผยนาทีระทึก ระบุแม่เห็นรถเมล์จะพุ่งชน จึงผลักกระเด็นทำให้รอดตายหวุดหวิด

ภัยเมืองกรุง รถเมล์เบรกแตกพุ่งขึ้นฟุตบาทจนมีผู้เสียชีวิตรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 5 มิถุนายน ร.ต.ท.ไพรัช ทองดอนน้อย พงส.(สบ 1) สน.บางซื่อ รับแจ้งเหตุรถประจำทางชนคนเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณป้ายรถประจำทาง ทางขึ้นสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสะพานควาย ถนนพหลโยธินขาออก แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่สายตรวจ สน.บางซื่อ แพทย์ รพ.พระมงกุฎเกล้า และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

 ที่เกิดเหตุพบรถประจำทางสาย 39 สีฟ้าขาว หมายเลขข้างรถ 39-21 ทะเบียน 12-0043 กรุงเทพมหานคร วิ่งระหว่าง ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต-อนุสาวรีย์ชัยฯ โดยมีนายนคร ผาติวิทย์ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19/80 หมู่ 4 แขวงหลักสอง เขตบางแค กทม. เป็นคนขับ พุ่งชนป้ายรถประจำทางพังเสียหาย ด้านข้างของรถพบรถประจำทางสาย 8 สีฟ้าขาว หมายเลขข้างรถ 35-115 ทะเบียน 10-9777 กรุงเทพมหานคร วิ่งระหว่างตลาดแฮปปี้แลนด์-สะพานพุทธ โดยมีนายจำเนียร หวานเย็น อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 306 หมู่ 14 แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ กทม. เป็นคนขับ

 ตรวจสอบใต้ท้องรถประจำทางสาย 39 พบผู้บาดเจ็บ ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.พรทิพย์ ประชาญสิทธิ์ อายุ 25 ปี ได้รับบาดเจ็บแผลฉีกขาดที่ขาซ้าย เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่ง รพ.เปาโลเมโมเรียล สะพานควาย ส่วนบนฟุตบาทข้างรถประจำทางสาย 39 พบผู้ได้รับบาดเจ็บ ทราบชื่อคือนางนันทิยา พวงสุวรรณ อายุ 50 ปี ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกระดับ 5 สังกัด ผสก.สลช.2 ฝช.ภช.องค์การการค้าคุรุสภา นอนหายใจรวยริน เจ้าหน้าที่จึงรีบให้การช่วยเหลือ แต่ผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา

 จากการสอบสวนนายนคร โชเฟอร์รถประจำทางสาย 39 กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุขับรถประจำทางคันดังกล่าวมาจาก ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โดยรับผู้โดยสารมาตลอดทาง เมื่อขับมาสักระยะรู้สึกว่ารถเริ่มเบรกไม่ค่อยอยู่ เมื่อติดสัญญาณไฟแดงบริเวณแยกสะพานควาย จึงลงมาตรวจสอบดู ก็ไม่พบว่ามีอะไรผิดปกติ จึงขับเข้าเลน 2 มาเรื่อยๆ โดยมีรถประจำทางสาย 8 ขับนำหน้า กระทั่งใกล้ถึงที่เกิดเหตุ ก็เหยียบเบรก แต่ปรากฏว่าเบรกไม่อยู่ และใกล้พุ่งชนรถประจำทางสาย 8 จึงตัดสินใจหักหัวรถขึ้นฟุตบาทจนไปชนผู้ที่ยืนรอรถอยู่ดังกล่าว

 ด้าน น.ส.พัชรนันท์ พวงสุวรรณ อายุ 16 ปี ลูกสาวนางนันทิยา กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุขณะไปเรียนพิเศษอยู่ภายในซอยวัดไผ่ตัน เมื่อเลิกเรียนแม่ก็มารับแล้วมายืนรออยู่ที่ป้ายรถประจำทางดังกล่าว ระหว่างนั้นแม่เห็นรถประจำทางสาย 39 พุ่งมาที่ตนด้วยความเร็ว แม่จึงผลักตนกระเด็นออกมา แต่แม่หลบไม่ทันจึงถูกรถชนเสียชีวิต

 จากการสอบถามพยานที่ยืนรอรถประจำทางทราบว่า ระหว่างเกิดเหตุรถประจำทางสาย 8 จอดรอรับคนและกำลังเคลื่อนตัวออกไป จากนั้นรถประจำทางสาย 39 ซึ่งขับตามหลังมาด้วยความเร็วก็พุ่งขึ้นฟุตบาทชนคนเสียชีวิต

 เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่ารถประจำทางสาย 8 กำลังจอดรับคนอยู่ ระหว่างนั้นรถประจำทางสาย 39 ซึ่งวิ่งมาด้วยความเร็วและโชเฟอร์อ้างว่าเบรกแตก จึงเบรกไม่อยู่ ก่อนตัดสินใจหักหัวรถขึ้นฟุตบาทจนเป็นเหตุดังกล่าว หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะเรียกตัวผู้ขับรถประจำทางทั้ง 2 คัน รวมทั้งพยานในที่เกิดเหตุและพยานแวดล้อมมาทำการสอบปากคำอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุที่แท้จริง พร้อมแจ้งข้อหานายนครว่า ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 ด้านนายสมคิด โตสอย อายุ 30 ปี คนขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างในที่เกิดเหตุ เล่าว่า เห็นรถเมล์สาย 39 พุ่งเข้ามาชนเสาไฟฟ้าบริเวณป้ายรถประจำทางอย่างแรง โดยที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน และพุ่งชนผู้โดยสารสองแม่ลูกที่ยืนรอรถประจำทางอยู่ ตอนนั้นทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างตะลึง รถเมล์สาย 39 ยังลากร่างผู้หญิงที่ติดใต้ท้องรถไปประมาณ 5 เมตร เหตุการณ์รวดเร็วมาก พอชนเสร็จก็รีบเข้าไปช่วยดึงเอาคนเจ็บออกมา รู้อีกทีว่าเสียชีวิตแล้ว น่าสงสารมาก ชาวบ้านมายืนรอรถเมล์ไม่รู้อะไรด้วยก็มาตายต่อหน้าต่อตา

 "ปกติถนนเส้นนี้มีรถเมล์ชนกันบ่อย ส่วนมากจะแข่งกันมาแย่งรับผู้โดยสาร เท่าที่เจอบริเวณป้ายสถานีรถไฟฟ้าจตุจักรบ่อยมาก อยากให้ทางการเข้ามาดูแลเรื่องความปลอดภัย และควรมีแผงเหล็กมากั้นไว้หน่อย อย่างน้อยก็ช่วยรักษาชีวิตของประชาชนได้" คนขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างกล่าวในที่สุด

 แม่ค้าขายลูกชิ้นทอดหน้าร้านสะดวกซื้อห่างจุดเกิดเหตุไม่ถึง 2 เมตร กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า ไม่เคยเจอเหตุการณ์สยดสยองหวาดเสียวแบบนี้มาก่อน และไม่อยากคิดว่าหากเกิดกับตัวเองบ้างจะเป็นอย่างไร นี่ยังโชคดีที่พุ่งมาชนเสาไฟป้ายโฆษณาหักเสียก่อน มิเช่นนั้นร้านลูกชิ้นทอดของตนคงจะพังยับเยิน