
หมู่บ้านตกหล่นไร้เงาผู้สมัครหาเสียง
ภายหลังการรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบแบ่งเขตเลือกตั้งเป็นทางการแล้ว ผู้สมัครต่างเร่งลงพื้นที่เพื่อรณรงค์หาเสียงอย่างเต็มที่ เพราะวันชี้ชะตา 3 กรกฎาคม 2554 กระชั้นชิดมาทุกขณะ แม้การเลือกตั้งครั้งนี้จะแบ่งเขตเลือกตั้งเหลือเขตเดียวเบอร์เดียว
ทำให้พื้นที่หาเสียงเล็กลง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าผู้สมัครส.ส.จะสามารถลงพื้นที่ได้ครบทุกหมู่บ้าน ผู้สมัครส่วนใหญ่จึงเน้นการใช้หัวคะแนนจัดตั้ง และเรียกชาวบ้านไปฟังการปราศรัยเป็นจุดรวม ทำให้ผู้สมัครสามารถแถลงนโยบายได้แบบ ‘เหมาเข่ง’ โดยไม่สนใจสภาพพื้นที่ปัญหาของชาวบ้าน
แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้สมัคร ส.ส.บางคนแทบจะไม่ได้ลงพื้นที่สัมผัสกับปัญหา ดังเช่น ‘หมู่บ้านตกหล่น’ หรือ ‘ชายขอบ’ ที่ถูกมองข้ามไปเพราะมีผู้ใช้สิทธิ์กลุ่มเล็กๆ การที่จะได้รับการเหลียวแลเอาใจใส่ หลังได้รับเลือกตั้ง จึงเหมือนถูกลืมเลือนไม่เหมือนหมู่บ้านที่มีผู้ใช้สิทธิ์มากๆ เช่นที่ บ.วังบงน้อย หมู่ 11 ต.วานรนิวาส อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร กลับเงียบเหงาไม่มีป้ายโปสเตอร์หาเสียง หรือรถแห่หาเสียงวิ่งผ่าน ทั้งๆ ที่อยู่ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 5 กิโลเมตร แต่ชาวบ้านสนใจเรื่องการเมือง ต้องอาศัยฟังข่าวสารจากวิทยุทรานซิสเตอร์ ที่ยังใช้ถ่าน ไฟฉาย เหตุเพราะหมู่บ้านยังไม่มีไฟฟ้าใช้ สภาพหมู่บ้านไม่ต่างจากยุคเมื่อ 20 ปีก่อน เป็นเพราะหมู่บ้านแยกตัวจากหมู่บ้านวังบง ไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร เส้นทางเข้าหมู่บ้าน ยังเป็นถนนลูกรัง สองข้างทางเป็นพื้นที่สวนไร่นา ที่ตั้งหมู่บ้านอยู่บนเนินมีบ้านปลูกรวมกันอยู่ประมาณ 20 หลังคาเรือน บ้านทุกหลังไม่มีไฟฟ้าและสิ่งอำนวยความสะดวกแม้แต่ชิ้นเดียว การประกอบหุงหาอาหารต้องอาศัยถ่านและฟืน เมื่อตกช่วงกลางคืนชาวบ้านอาศัยแสงไฟดวงเล็กๆ ที่ใช้พลังงานจากหม้อแบตเตอรี่ และไฟจากตะเกียงน้ำมัน
นายสาคร คำน้อย อายุ 41 ปี ผู้ซึ่งอยู่มารุ่นบุกเบิก บอกว่า ชาวบ้านมาอาศัยอยู่ที่นี่ประมาณ 6 ปีแล้ว เพราะออกมาทำนาและทำไร่มันสำปะหลัง จนเริ่มมีการตั้งบ้านเรือนเป็นชุมชนหนาแน่นขึ้น จึงแยกออกมาตั้งหมู่บ้านใหม่ ประมาณ 30 หลัง และมีประมาณ 15 หลังคาเรือนเท่านั้น ที่มีเลขที่บ้าน ชาวบ้านจึงรวมตัวกันทำเรื่องขอไฟฟ้า กับสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคพังโคน ไปแล้วหลายปี แต่ติดขัดตรงที่ต้องใช้งบประมาณกว่า 2 แสนบาท และการไฟฟ้าต้องการให้อบต.ในพื้นที่ช่วยอุดหนุนครึ่งหนึ่ง แต่ทางอบต.วานรนิวาส แจ้งว่ายังไม่มีงบประมาณ ทำให้ชาวบ้านที่นี่ต้องทุกข์กับความลำบาก ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวก เด็กๆ นักเรียนต้องอาศัยแสงตะเกียงทำการบ้าน ทั้งหมู่บ้านอาศัยดูข่าวสารจากทีวีขาวดำเครื่องเดียว ที่ใช้ไฟจากแบตเตอรี่ แต่ก็สัญญาณไม่ชัดเจนมีแต่เสียง บางครั้งก็ดูไม่ได้ การรับข่าวสารหลักๆ จึงอาศัยวิทยุทรานซิสเตอร์ที่ใช้ถ่านไฟฉาย แต่บางครั้งเดินทางเข้าอำเภอก็จะซื้อหนังสือพิมพ์มาติดตามข่าวสารเป็นครั้งคราว
“ยิ่งช่วงนี้มีจะมีการเลือกตั้งส.ส. ทำให้ชาวบ้านตื่นตัว ติดตามข่าวสารการเมืองจากวิทยุ โดยเฉพาะคลื่นของรัฐสภาและการจัดรายการจากวิทยุชุมชน ทำให้รับรู้ความเคลื่อนไหวทางการเมืองและหากจะดูทีวีต้องออกไปดูที่หมู่บ้านที่ใกล้ที่สุด ประมาณ 1.5 กิโลเมตร แต่ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะอยู่ที่หมู่บ้าน เพราะต้องทำไร่ ทำสวน จึงอาศัยฟังข่าวจากวิทยุเท่านั้น และที่ผ่านมาในการเลือกตั้งไม่ว่าจะระดับท้องถิ่น อบต. อบจ. หรือแม้แต่ ส.ส. ยังไม่เคยมีใครเข้ามาหาเสียง หรือมีรถแห่หาเสียงเข้ามาในหมู่บ้านเลย ทั้งๆ ที่หมู่บ้านเรามีผู้มีสิทธิ์เกือบ 50 คน” นายสาครกล่าว
เช่นเดียวกับ วิรยา ละอองศรี อายุ 28 ปี ชาวบ้านบ้านเดียวกัน กล่าวถึงความรู้สึกว่า แม้จะมีความน้อยเนื้อต่ำใจบ้างที่เราเป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเหมือนกัน แต่กลับไม่ได้รับการเอาใจใส่จากนักการเมือง แต่ยังยืนยันว่าจะไปเลือกตั้งครั้งนี้ แค่มีความหวังให้มีคนมาดูแล และพัฒนาหมู่บ้านเท่านั้นเอง “อยู่ที่นี่มา 6 ปีแล้ว มีลูกสองคน คนโตอายุ 11 ขวบ ส่วนคนเล็ก 6 ขวบ แม้จะลำบากไม่มีไฟฟ้าใช้เหมือนหมู่บ้านรอบข้าง แต่ก็ต้องทนเพราะบ้านและที่ทำกินอยู่ที่นี่ย้ายไปไหนไม่ได้ ที่ผ่านมา มีการเลือกตั้งไม่ว่าจะระดับอบต. อบจ. หรือ ส.ส. ก็ไปทุกครั้ง ซึ่งชาวบ้านได้รวมตัวยื่นหนังสือให้ทางการ ดูแลเรื่องไฟฟ้าและถนน แต่เรื่องก็เงียบทุกครั้ง แต่ไม่ท้อใจ ยืนยันจะไปเลือกตั้งครั้งนี้แน่นอน"
ด้านนายสมศักดิ์ สุขประเสริฐ นายอำเภอวานรนิวาส ในฐานะประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 6 กล่าวว่า กกต.มีแนวทางรณรงค์ให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลข่าวสารในการเตรียมตัวเลือกตั้งอยู่แล้ว โดยจะมีการกำชับในที่ประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ลงไปในพื้นที่ตนเอง เพื่อชี้แจงแนวทางการเลือกตั้งเป็นระยะ
“ในส่วนบ้านวังบงน้อย ก็จะกำชับผู้ใหญ่ลงไปแบบรายหมู่บ้าน เพื่อให้ชาวบ้านได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร นอกจากนี้ได้ขอความร่วมมือสถานีวิทยุชุมชนในพื้นที่ทุกคลื่น นำแนวนโยบายของพรรคการเมืองไปออกอากาศเป็นระยะ รวมถึงข่าวสารของ กกต. เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เขตเลือกตั้งที่ 6 จะมีคนไปใช้สิทธิ์ไม่ต่ำกว่า 70 เปอร์เซ็นต์" นายสมศักดิ์ กล่าว
ทวีป ศรีสุรชาติ



