
ยอดเปลี่ยนใช้ก๊าซแอลพีจี-ซีเอ็นจีพุ่ง
ขนส่งทางบกระบุเดือน พ.ค. เจ้าของรถแจ้งเปลี่ยนชนิดเชื้อเพลิงเป็นแอลพีจี-ซีเอ็นจีสูงกว่า 1.5 หมื่นคัน เพิ่มขึ้นกว่า 16%
นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ปัจจุบันราคาน้ำมันมีการผันผวนและแนวโน้มจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เจ้าของรถยนต์หันมาติดตั้งอุปกรณ์สำหรับใช้ก๊าซธรรมชาติอัด (ซีเอ็นจี) หรือก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์เพิ่มขึ้น โดยจากสถิติจำนวนรถจำแนกตามชนิดเชื้อเพลิงทั่วประเทศสะสมจนถึงวันที่ 29 พฤษภาคม 2554 ปรากฏว่า มีจำนวนรถที่ใช้ก๊าซแอลพีจีเป็นเชื้อเพลิงจำนวน 732,612 คัน และรถที่ใช้ก๊าซซีเอ็นจีเป็นเชื้อเพลิงจำนวน 217,593 คัน เฉพาะเดือนพฤษภาคม พบว่ามีเจ้าของรถมาดำเนินการแจ้งเปลี่ยนชนิดเชื้อเพลิงเป็นก๊าซแอลพีจีจำนวน 15,189 คัน และแจ้งเปลี่ยนเป็นก๊าซซีเอ็นจีจำนวน 763 คัน เมื่อเทียบกับเดือนก่อนเพิ่มขึ้นรวม 16.64%
อย่างไรก็ตาม เจ้าของรถที่ประสงค์จะเปลี่ยนชนิดเชื้อเพลิงเป็นก๊าซซีเอ็นจี หรือแอลพีจี ต้องนำรถเข้ารับการติดตั้งอุปกรณ์สำหรับใช้ก๊าซทั้งสองชนิดในรถยนต์ กับผู้ติดตั้งที่ได้รับความเห็นชอบจากกรม ซึ่งสามารถมั่นใจได้ในขั้นตอนวิธีการติดตั้งที่ถูกต้อง ปลอดภัย อีกทั้งอุปกรณ์ที่ใช้ก็ได้มาตรฐานตามที่กำหนด โดยปัจจุบันมีผู้ติดตั้งที่ได้รับความเห็นชอบอยู่ทั่วประเทศแล้วจำนวน 880 ราย และผู้ตรวจและทดสอบจำนวน 221 ราย เมื่อติดตั้งเรียบร้อยแล้วเจ้าของรถจะต้องนำรถเข้ารับการตรวจและทดสอบความปลอดภัยกับผู้ตรวจและทดสอบที่ได้รับความเห็นชอบจากกรมการขนส่งทางบกอีกครั้ง จากนั้นจึงไปดำเนินการแจ้งเปลี่ยนชนิดเชื้อเพลิงในสมุดคู่มือจดทะเบียนรถให้ถูกต้อง ณ กรมการขนส่งทางบก หรือสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ
ทั้งนี้ เจ้าของรถที่ประสงค์ใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิง ขอให้ตรวจสอบรายชื่อผู้ติดตั้งหรือผู้ตรวจและทดสอบที่ได้รับความเห็นชอบทางเว็บไซต์ www.dlt.go.th/ngv ก่อนนำรถเข้ารับบริการ



