
ดึงภาคเอกชนร่วมก้าวสู่"เออีซี"ปี58
พาณิชย์เตรียมรายงานความคืบหน้าการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ระบุไทยเตรียมพร้อมแล้วกว่า 63% สูงกว่าเฉลี่ยในกลุ่มอาเซียนที่ 52.7% "อลงกรณ์" ตั้งสำนักงานประสานงาน เร่งรัดทุกหน่วยงานปฏิบัติตามแผน หวังให้บรรลุเป้าหมาย พร้อมเตรียมดึงภาคเอกชนเข้ามามี
นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้เตรียมรายงานผลการดำเนินการตามแผนงานการดำเนินการไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี บลูพริ้นท์) ของไทย โดยล่าสุดผลการประเมินรอบที่ 2 ในช่วงปี 2553-เดือนเมษายน 2554 กลุ่มอาเซียนสามารถดำเนินการตามบลู พริ้นท์ ได้ถึง 52.78% แต่สำหรับประเทศไทยดำเนินการก้าวหน้าไปถึง 63.64% โดยมาตรการที่ยังดำเนินการไม่ทันตามกำหนดส่วนใหญ่จะเป็นมาตรการด้านศุลกากร, คมนาคม, มาตรฐานสินค้า การคุ้มครองผู้บริโภคและทรัพย์สินทางปัญญา และจะเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (กนศ.) และคณะรัฐมนตรีรับทราบต่อไป
"สำหรับความคืบหน้าของไทยจะรายงานให้ กนศ. และครม.ได้รับทราบ เพื่อมุ่งหน้าไปสู่การเป็นเออีซี ในปีพ.ศ.2558 ว่าทำไปถึงไหนแล้ว และมีปัญหาอุปสรรค ข้อติดขัดอะไร และหน่วยงานไหนที่ยังทำได้ไม่เป็นไปตามเป้า ซึ่งจะต้องมีการกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนเร่งรัดการปฏิบัติตามแผนงาน เพื่อให้การเป็นเออีซี ไม่สะดุดและเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้” นายอลงกรณ์ กล่าว
ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ ได้มีการจัดตั้งสำนักประสานงานประชาคมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จะทำหน้าที่ติดตามการดำเนินงานให้เป็นไปตามเออีซี บลูพริ้นท์ โดยจะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้การเดินทางไปสู่เออีซีของไทยมีความคืบหน้า และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ
นายอลงกรณ์ กล่าวด้วยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้มีนโยบายผลักดันให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการประชุมอาเซียนครั้งต่อๆ ไปให้ได้มากที่สุด เพราะถือว่ากลุ่มเอกชนจะเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีโดยตรง ดังเช่นที่ได้มีการจัดประชุมสุดยอดภาคธุรกิจระหว่างอาเซียนและสหภาพยุโรปขึ้นเป็นครั้งแรก ในช่วงก่อนการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ผ่านมา เมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งมีผู้เข้าร่วมจากภาคเอกชนค่อนข้างมาก โดยเป็นเวทีและเป็นโอกาสอันดีสำหรับภาคเอกชนในการสร้างเครือข่าย และสะท้อนความคิดและข้อคิดเห็นอันเป็นประโยชน์ต่อการทำธุรกิจร่วมกันต่อไป ซึ่งจะมีการผลักดันให้ภาคเอกชนไทยเข้าร่วมมากขึ้น



