ข่าว

พาณิชย์ทยอยหั่นราคาไข่10สตางค์นัดถกราคาเนื้อหมู-น้ำมันปาล์มขวดสัปดาห์นี้

พาณิชย์ทยอยหั่นราคาไข่10สตางค์นัดถกราคาเนื้อหมู-น้ำมันปาล์มขวดสัปดาห์นี้

06 มิ.ย. 2554

พาณิชย์หั่นราคาไข่ไก่ 10 สตางค์ต่อฟอง ส่งผลไข่คละหน้าฟาร์มเหลือ 2.80 บาทต่อฟอง คาดอีก 2 สัปดาห์ลดได้อีก 10 สตางค์ พร้อมเรียกผู้ประกอบการเนื้อหมูร่วมประเมินสถานการณ์สัปดาห์นี้ ด้านรมว.พาณิชย์สั่งเรียกประชุมคณะอนุกรรมการน้ำมันปาล์ม จี้ลดราคาน้ำมันปาล์มขวด

 นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์แม่พันธุ์ไก่ไข่ในขณะนี้ออกไข่มากขึ้นหลังสภาพอากาศไม่แปรปรวน กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จึงปรับลดราคาแนะนำไข่ไก่อีกฟองละ 10 สตางค์ ให้มีผลตั้งแต่วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน 2554 เป็นต้นไป ซึ่งจะส่งผลให้ราคาไข่คละหน้าฟาร์มลดลงเหลือฟองละ 2.80 บาท และปริมาณไข่ไก่น่าจะเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้คาดว่าอีกประมาณ 2 สัปดาห์ราคาไข่จะปรับลดลงได้อีก 10 สตางค์ จึงไม่จำเป็นจะต้องเรียกประชุมผู้ประกอบการไข่ไก่แล้ว

 ทั้งนี้ ราคาแนะนำไข่ไก่ขายปลีกที่กรมการค้าภายในประเทศ ดังนี้ ไข่ไก่เบอร์ 4 ราคาฟองละ 3.20 บาท, เบอร์ 3 ราคาฟองละ 3.30 บาท, เบอร์ 2 ราคาฟองละ 3.40 บาท, เบอร์ 1 ราคาฟองละ 3.50 บาท และเบอร์ 0 ราคาฟองละ 3.70 บาท

 ส่วนสถานการณ์ราคาเนื้อหมูในขณะนี้พบว่า ราคาเริ่มปรับลดลงเล็กน้อย ส่งผลให้ราคาหมูเนื้อแดงอยู่ที่กิโลกรัมละ 130-135 บาท ขณะที่ราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มอยู่ที่กิโลกรัมละ 69-70 บาท โดยกรมการค้าภายในจะเรียกผู้ประกอบการหมูทั้งระบบมาประเมินสถานการณ์ราคาหมูในสัปดาห์นี้อีกครั้ง

 ด้านนายฉัตรชัย ชูแก้ว ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ ได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในเร่งจัดประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาราคาปาล์มน้ำมันในสัปดาห์นี้ เพื่อหารือถึงการปรับราคาขายปลีกน้ำมันบรรจุขวดให้สอดคล้องกับต้นทุนผลปาล์มดิบที่ลดลง จากปัจจุบันจำหน่ายในราคาขวดละ 47 บาท หลังจากนั้นจะนำเสนอผลการปรับราคาให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มแห่งชาติ (กนป.) พิจารณาอย่างเร่งด่วน

 "ตอนนี้ให้กรมการค้าภายในเร่งหาข้อมูล และประชุมว่าราคาปาล์มจะปรับเป็นเท่าไร เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เปลี่ยนแปลง หลังจากนั้นจะเสนอให้คณะกรรมการชุดใหญ่เพื่อขอความเห็นชอบอีกครั้ง ขณะเดียวกันสั่งการให้กรมการค้าภายในเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบราคาขายปลีกผลปาล์มอย่างละเอียดยิ่งขึ้น โดยให้สอบถามราคาจากเกษตรกรผู้ขายทั้งรายย่อย รายกลาง ไม่ใช่เพียงแค่สอบถามจากโรงสกัดที่รับซื้อเพียงอย่างเดียว เพื่อให้ได้ราคาต้นทุนที่แท้จริง" นายฉัตรชัยกล่าว

 นายฉัตรชัยกล่าวต่อว่า หากเกษตรกรรายใดถูกเอารัดเอาเปรียบในการขายผลปาล์ม หรือถูกกดราคารับซื้อปาล์มอย่างไม่เป็นธรรม คือ ปริมาณน้ำมัน 17% ไม่ถึงกิโลกรัมละ 6 บาท ตามที่ กนป.กำหนด ให้สามารถร้องเรียนเข้ามายังสายด่วนโทร.1569 ได้ เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบ และหากพบกระทำผิดจะรีบดำเนินคดีเด็ดขาด