ข่าว

เกมซ่อนเงื่อนยิ่งลักษณ์

เกมซ่อนเงื่อนยิ่งลักษณ์

06 มิ.ย. 2554

นอกจากนักการเมืองคู่แข่งแล้ว ภาคประชาชนก็เคลื่อนไหวบดขยี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทยอย่างต่อเนื่องด้วย โดยเฉพาะประเด็นข้อกฎหมายในคดียึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาทของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นพยานสำคัญในคดี โดย นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อหลากสี ที่จะยื่นเรื่องให้นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ นั่นก็เป็นเรื่องการแสดงออกซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ และอาจคาดหวังว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะขาดคุณสมบัติในการเป็นนายกรัฐมนตรี หากเธอได้เป็นเพราะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 174 ที่ว่าไม่เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุก ในขณะที่จำเลยตัวจริงก็เร่งให้การเลือกตั้งเป็นเครื่องมือฟอกตัว

 เจ้าของพรรคตัวจริง ก็ยังช่วยหาเสียงอยู่นอกประเทศ และแสดงความปรารถนาอย่างแรงกล้า ที่จะก้าวข้ามวันที่ 3 กรกฎาคมด้วยชัยชนะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์นิตยสารดิ อีโคโนมิสต์ว่า พรรคเพื่อไทยและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากประชาชน คนระดับรากหญ้า และขณะนี้ก็เริ่มได้รับการสนับสนุนจากชนชั้นกลางและชั้นสูง ดังนั้น หากการเลือกตั้งดำเนินไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม พรรคเพื่อไทยก็จะชนะ “ผมถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง และหนทางเดียวที่จะแก้ไขเรื่องนี้คือ ผ่านแนวทางการเมือง ไม่ใช่ผ่านระบบยุติธรรม” พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต้องการให้การเลือกตั้งฟอกตัวเขา เช่นที่เคยตั้งใจให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2549 เคลียร์ข้อกล่าวหา แต่ไม่สำเร็จ

 ถ้าดูผลโพลล์ที่เป็นที่ยอมรับ ในการระดมความเห็นผ่านกรุงเทพธุรกิจฟอรั่ม หัวข้อ “การเมืองเรื่องโพลล์” เมื่อปลายสัปดาห์ก่อน ดร.นพดล กรรณิกา เอแบคโพลล์ อธิบายว่า ใน กทม.กลุ่มตะกอน หรือกลุ่มที่ตกลงใจว่าจะเลือกใคร ก็จะเลือกพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย ในอัตราส่วนที่เท่ากัน คือ 15% และถึงแม้จะไม่รวมคะแนนเสียงที่ไม่ชัดเจน หรือไม่มีความเห็น หรือที่พยายามเชื่อกันว่า คือพลังเงียบ ซึ่งโดยปกติก็จะเป็นพลังเงียบไปจนถึงวันเลือกตั้ง เพราะคนกรุงเทพแท้ๆ นิยมออกความเห็น แต่ไม่นิยมออกเสียง ก็พอจะคาดหมายได้ว่า หลังการเลือกตั้งชัยชนะจะเป็นของพรรคการเมืองใด เพราะคนภาคเหนือและอีสานส่วนใหญ่ที่มีความภักดีต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่นิยมออกความเห็น แต่เหนียวแน่นในการออกเสียงเลือกตั้ง

 มีความพยายามที่จะโค่น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ด้วยการปูทางไปสู่การยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานภาพของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เช่นที่เคยเกิดขึ้นกับนายสมัคร สุนทรเวช คือให้ผ่านไปก่อน แล้วสอยภายหลัง ถึงแม้ในข้อกฎหมาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ใช่คู่ความในคดี ไม่ได้อยู่ในข่ายขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ แต่หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยไม่ว่าในเรื่องนี้ หรือในเรื่องอื่นๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นเพื่อสกัดกั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ เกมนี้กลับจะเป็นผลดีกับพรรคเพื่อไทย เพราะกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยทั้ง 111 คน ที่จะพ้นโทษแบนในเดือนพฤษภาคม 2555 ก็จะฟื้นคืนชีพ กลับมายึดกุมอำนาจการบริหารพรรคเต็มรูปแบบ นั่นอาจหมายถึงการกลับสู่บ้านของนักการเมืองที่แยกตัวออกไปสร้างบ้านรอเวลาด้วย