ข่าว

ทลายคลังแสง"แพลนท์ปูน""อส." เอี่ยวค้าอาวุธสงคราม

ทลายคลังแสง"แพลนท์ปูน""อส." เอี่ยวค้าอาวุธสงคราม

06 มิ.ย. 2554

หลังจากตำรวจปราณบุรีพบเบาะแสยืนยันว่า ภายใน "แพลนท์ปูน" ของ บริษัท ปราณบุรี คอนกรีต จำกัด เลขที่ 304 หมู่ ต.หนองตาแต้ม อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีอาวุธปืนสงครามซุกซ่อนอยู่จำนวนมาก จึงขอหมายศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เข้าตรวจค้นบริษัทดังกล่าว ซึ่งเป็นข

 พ.ต.อ.บุญธรรม วรรณรัตน์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.สมชาย รักเสนาะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.วันชัย ธารณธรรม ผกก.สภ.ปราณบุรี พ.ต.ท.สมชาญ พิณคันเงิน รอง ผกก.ป.สภ.ปราณบุรี พ.ต.ต.ธัชพงษ์ ชลภาพ สารวัตรปกครองป้องกัน พร้อมกำลัง นปพ.ตร.ประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกันนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 50 นาย เข้าตรวจค้น โดยพบ นายสมภาล สายรัตน์ อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 50 หมู่ 4 ต.เมยวดี อ.เมยวดี จ.ร้อยเอ็ด พนักงานรักษาความปลอดภัยของบริษัท ปราณบุรี คอนกรีต จำกัด ให้ความร่วมมืออย่างดี

 เมื่อตรวจสอบภายในรถกระบะโตโยต้า สีดำ ทะเบียน 8428 ประจวบคีรีขันธ์ พบอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนซุกซ่อนอยู่ 9 กระบอกพร้อมลูกกระสุนบางส่วน นายสมภาล ยอมรับว่าเป็นของตนที่ไว้ขายต่อ และยืนยันต่อตำรวจด้วยว่าในชีวิตไม่เคยก่อคดีที่ไหนมาก่อน เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนขยายผล จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นอีกครั้ง จึงพบอาวุธปืนชนิดต่างๆ อีก 10 กระบอก และกระสุนปืนซุกอยู่ตามพงหญ้าริมกำแพง จึงตรวจยึดเอามาที่ สภ.ปราณบุรีทันที

 ในเบื้องต้นพนักงานสอบสวน สภ.ปราณบุรี ตั้งข้อกล่าวหานายสมภาล มีอาวุธปืน เครื่องกระสุน ปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง, มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและมีเครื่องยุทธภัณฑ์ (เสื้อเกราะกันกระสุน) และสะเก็ดระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมทำการสืบสวนสอบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดีผู้ที่นำอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนมาไว้ทั้งหมด

 พล.ต.ต.วิเชียร ตันติวิริยะ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงรายงานให้ พล.ต.ท.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 รับทราบและได้เดินทางมาดูของกลางทันที ซึ่งเป็นอาวุธปืนสั้น-ยาว รวม 19 กระบอก ได้แก่ อาวุธปืนคาร์บินขนาด .30 จำนวน 11 กระบอก, อาวุธปืนทอมสันขนาด .45 จำนวน 4 กระบอก, อาวุธปืนยาวไรเฟิล 2 กระบอก, ปืนลูกซองยาวขนาด 12 จำนวน 1 กระบอก, อาวุธปืนพกสั้นขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืนสงครามอีก 1,021 นัด เครื่องกระสุนปืนธรรมดา 28 นัด นอกจากนี้ยังมีเสื้อเกราะกันกระสุนและสะเก็ดระเบิดอีก 3 ตัว

 "อาวุธทั้งหมดนี้เป็นอาวุธสงครามถึง 17 กระบอก อาวุธปืนธรรมดา 2 กระบอก ถือเป็นการตรวจยึดอาวุธที่มากที่สุด และนายสมภาลยอมรับเป็นผู้ครอบครอง เพื่อขายให้แก่ผู้ต้องการอาวุธเพียงอย่างเดียว และนายสมภาลไม่เคยมีประวัติก่อคดีที่ไหน มาทำงานที่นี่ได้ประมาณ 5 ปีกว่า แต่เพิ่งมาสะสมอาวุธปืนเมื่อ 3-4 เดือนที่ผ่านมา โดยมีคนมาฝากขาย ซึ่งจะได้หัวคิวจากอาวุธปืนที่ขายได้กระบอกละ 5,000-10,000 บาท" พล.ต.ต.วิเชียรกล่าว

 พล.ต.ต.วิเชียรกล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบเรื่องนี้โดยตรง มอบหมายให้ พ.ต.อ.สมชาย เป็นหัวหน้าชุดสืบสวน และ พ.ต.อ.บุญธรรม เป็นหัวหน้าชุดสอบสวน เบื้องต้นผลการสอบสวนพบว่า อาสามัคร หรือ "อส." รายหนึ่งในพื้นที่ อ.ชะอำ มีส่วนพัวพันกับอาวุธที่ตรวจยึดได้ ซึ่ง อส.รายนี้ เป็นผู้นำอาวุธปืนมาฝากขายที่นายสมภาล พร้อมเสื้อเกราะกันกระสุน ล่าสุดได้ออกหมายจับแต่ อส.รายนี้ได้หลบหนีออกนอกพื้นไปแล้ว ซึ่งตำรวจกำลังติดตามตัวอยู่ ล่าสุดทางกองพิสูจน์หลักฐานของภาค 7 ได้มาตรวจสอบอาวุธปืนแต่ละกระบอกเพื่อให้ทราบหมายเลข เพื่อแกะรอยเส้นทางปืนแต่ละกระบอก รวมถึงการสอบสวนเจ้าของแพลนท์ปูนดังกล่าวด้วย

 ด้าน พล.ต.ท.พงษ์สันต์ระบุว่า ในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ การแข่งขันในการเลือกตั้งนั้นไม่รุนแรง และจากการตรวจสอบเรื่องมือปืนที่จะเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ช่วงหาเสียงเลือกตั้งก็ยังไม่มี แต่พื้นที่ที่น่าห่วงอยู่ใน จ.กาญจนบุรี และ จ.ราชบุรี มากกว่า ส่วนการตรวจยึดอาวุธสงครามในครั้งนี้ ได้สั่งการให้ตำรวจตรวจสอบที่มาของอาวุธ และใครอยู่เบื้องหลังและขยายผลให้ได้เพื่อหาเจ้าของปืนที่แท้จริงมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
      - อภิชาติ หงษ์สกุล -