ข่าว

 ถามใจผู้แทนฯ

ถามใจผู้แทนฯ

06 มิ.ย. 2554

การผ่าฝืนกฎหมายของนักการเมือง มีส่วนสัมพันธ์กับการใช้อภิสิทธิ์ความเป็นผู้แทนฯ

 หลายปีที่ผ่านมาบ้านเราทรุดโทรมลงไปมากเพราะการชุมนุมของคนสองสี

ทั้งเผาบ้านเผาเมือง พูดพาดพิงสถาบันเบื้องสูง สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมสอบสวนคดีพิเศษ สั่งดำเนินคดีบรรดาแกนนำทั้งสองสีไปหลายสิบคดี

ทั้งคดีความมั่งคงและหมิ่นสถาบัน

ความแตกแยกทางการเมืองกำลังนำไปสู่ความรุนแรง แม้กระทั่งช่วงเลือกตั้งที่จะถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ จะเป็นตัวตัดสินและชี้วัด

สถานการณ์ภายในประเทศว่าจะสงบหรือนำไปสู่การต่อสู้โดยใช้มวลชนอีกครั้ง

นั่นหมายความว่าโอกาสที่บ้านเมืองจะถูกเผารอบ 2 มีสูง

 อย่าลืมว่า เมื่อการเลือกตั้งเสร็จสิ้น มี ส.ส.ไม่น้อยที่ออกมานำมวลชน เมื่อถูกดำเนินคดีก็ขอใช้อภิสิทธิ์ทางสภา เป็นการยื้อเวลาการดำเนินคดีออกไป

 ดูจากที่ผ่านมาแกนนำทั้งสองสีหรือนักการเมือง โดยเฉพาะกลุ่มที่ขึ้นเวทีปลุกม็อบ คดีความยังไปไม่ถึงไหน

 บางคดีเป็นความส่วนบุคคล มีเจตนากระทำความผิดชัดเจน ก็อาศัยสภาเป็นที่หลบโทษ หนีคุก
 
 รอจังหวะพลิกขั้วอำนาจ นักการเมืองมักเชื่อว่า ถ้าละเมิดกฎหมายได้ มีอำนาจรัฐในมือก็สามารถออกกฎหมายนิรโทษกรรมได้เพราะกุมเสียงข้างมากในสภา

 ตำรวจ อัยการ ศาล ก็ไม่ได้รับการยำเกรงจากผู้แทนฯ พวกนี้ อำนาจทางการเมืองใหญ่กว่ากระบวนการยุติธรรมทั้งหมด

 ส.ส.พวกนี้ก็เหมือนกับนักเลงหัวไม้ทั่วไป พฤติกรรมแตกต่างกันตรงไหน

 ทุกครั้งที่มีการอภิปรายมักได้ยินคำว่า ส.ส.ผู้ทรงเกียรติ อยากให้มีการทำโพลล์สำนักไหนก็ได้ว่า ชาวบ้านเขาได้ยินแล้วรู้สึกยังไงกับวลีนี้

 ความจริง ส.ส.ก็ไม่ต่างจากชาวบ้าน เป็นตัวแทนเข้าไปเป็นปากเสียง (สมัยก่อน)

 ถ้ายกเลิกการใช้อภิสิทธิ์สภา คุ้มครองโจร (บางคน) มั่นใจได้ว่านักการเมืองปากดี คงไม่กล้าอาจหาญเท่าวันนี้

 ต้องถามใจ ส.ส.ส่วนใหญ่ดูว่า ถ้าจะให้บ้านเมืองสงบ หมู่คนอยู่ในกรอบของกฎหมาย ส.ส.ควรทำเป็นตัวอย่าง

 แนวคิดแบบนี้อาจจินตนาการเกินเลยไป เพราะไม่มีโจรคนไหนสนับสนุนให้ออกกฎมามัดคอพวกเดียวกันหรอก!!