
พันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อ
สองสามสัปดาห์ที่แล้ว ผมมีโอกาสพูดถึงเรื่องเงินเฟ้อให้ฟัง พร้อมกำชับให้เพื่อนๆ นักอ่านจับตาความเคลื่อนไหว อย่าได้ปล่อยให้เลยผ่าน เพราะอาจสร้างปัญหาระยะยาว กระทบเศรษฐกิจของชาติ
มาวันนี้ขอพูดเรื่องที่เกี่ยวเนื่องสักหน่อย เพราะกระทรวงการคลังเพิ่งออกโรงแถลง เคลมเป็นชาติแรกในอาเซียน เดือนกรกฎาคมนี้ออกขายพันธบัตรที่ว่ามีอายุสิบปี วงเงินสูงถึงสี่หมื่นล้านบาท
แต่ก่อนจะขยายความ ต้องขอปูพื้นก่อนว่าพันธบัตรหรือบอนด์ที่หลายคนรู้จัก คือตราสารการเงินประเภทหนึ่งที่รัฐออกมา เป็นทางเลือกเพื่อระดมเงินออมของภาคประชาชน
พูดให้ง่ายขึ้น ก็ต้องบอกว่ารัฐจะอยู่ในสถานะของลูกหนี้ หยิบยืมเงินพวกเราไปใช้ และจ่ายผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะสูงกว่าเงินฝาก เพื่อไม่ให้ดูขี้เหร่ และจูงใจชาวบ้านให้ได้
ถ้าพูดตามทฤษฎี การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง แม้จะกับภาครัฐก็ตาม แม้ในทางปฏิบัติผมคนหนึ่งแหละที่มองว่าความเสี่ยงน้อยมาก เงินจะสูญก็ต่อเมื่อประเทศล้ม
ด้วยเหตุนี้ จากข่าวที่ผมติดตาม พันธบัตรรัฐจะเนื้อหอมเป็นพิเศษ ออกทีไร ส่วนใหญ่ก็สำเร็จ คนตอบรับและแห่เข้าคิวซื้อกับแบงก์ที่ได้คัดเลือกให้เป็นผู้จัดจำหน่าย
มาครั้งนี้ ผมเดาว่าความฮอตก็จะยังไม่แพ้ เผลอๆ อาจจะแรงกว่าด้วยซ้ำไป เพราะแนวคิดของพันธบัตรที่ว่าน่าสนใจทีเดียว โดยผลตอบแทนจะผันแปรไปตามอัตราเงินเฟ้อในแต่ละปี
สมมติว่าผมตัดสินใจซื้อ และในอีกสิบปีข้างหน้าปรากฏเงินเฟ้อสูงมาก รัฐบาลก็จะชดเชยส่วนต่างจากราคาดอกเบี้ยหน้าตั๋วที่การันตีไว้ร้อยละหนึ่ง และจ่ายให้ก่อนทุกหกเดือน
มองในมุมรัฐ ผมว่าที่กล้าออกมาการันตีแบบนี้ เพราะน่าจะมีกลไกการบริหารที่ดี ไม่ให้เงินเฟ้อสูงเกินจำเป็น เพราะยิ่งสูงเท่าไร ก็เท่ากับต้องรับผิดชอบมากขึ้นเท่านั้น
พูดง่ายๆ ก็คือ ถ้าเฟ้อไปสามเปอร์เซ็นต์ ก็ชดเชยมาสาม แต่หากวิ่งไปแปด ก็ชดเชยแปด แต่หากเงินฟ้อติดลบ ซึ่งน่าจะยากในทางปฏิบัติ ยังไงก็ได้ดอกหนึ่งเปอร์เซ็นต์ยืนพื้นอยู่ดี
และไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลใหม่ หากพันธบัตรออกมาแล้ว ก็มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ จัดหาเงินมาจ่ายคืนเมื่อถึงกำหนดไถ่ถอน
สิริรวม ฟังดูก็เข้าท่า กระตุกต่อมคนชอบออมได้เป็นอย่างดี
ตามข่าวยังบอกอีกว่า หากออกมาขายได้แค่ไหน ก็เอาแค่นั้น เพราะฐานะการคลังไม่จำเป็นต้องกู้ เพียงแต่ต้องการยกระดับตลาดตราสารหนี้ไทยไปสู่สากล แม้ลึกๆ แหล่งข่าวแจ้งว่าน่าจะเป็นการชดเชยการขาดดุลงบประมาณในปีสองห้าห้าสี่ก็ตาม
ผมว่านี่คือทางเลือกในการออมที่ดูดีไม่แพ้อันอื่นๆ ยิ่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเงินฝากจะมีผลบังคับใช้ พันธบัตรที่ว่า ก็ยิ่งดูเข้าตากรรมการมากขึ้น
แต่อย่างที่บอก ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง จะลองศึกษาเปรียบเทียบกับทางเลือกการออมอื่นๆ ดู ก่อนตัดสินใจ ก็จะดีไม่น้อย
และหากสนใจจริง ก็เตรียมตัวรอประกาศวันจอง และธนาคารที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนจัดจำหน่ายในครั้งนี้
ที่สำคัญ เตรียมเงินให้พร้อมด้วย เพราะงานนี้ลงทุนขั้นต่ำหนึ่งแสนบาท เดี๋ยวเตรียมไม่ทัน จะหาว่าไม่บอกกันครับ
ชัยพล กฤตยาวาณิชย์
[email protected]



