ข่าว

จับตา13จังหวัด"อำนาจเถื่อน"พลิกเกมเลือกตั้ง

จับตา13จังหวัด"อำนาจเถื่อน"พลิกเกมเลือกตั้ง

05 มิ.ย. 2554

ในรอบหลายปีที่ผ่านมาประเทศไทยประสบปัญหาความขัดแย้งอย่างรุนแรง คนไทยแตกความสามัคคีแบ่งเป็นฝักฝ่าย มีสีเสื้อคั่นกลาง ซึ่งมีผลสืบเนื่องมาจากปัญหาทางการเมือง คนไทยจำนวนไม่น้อยคาดหวังว่าการเลือกตั้งในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนแห่งการยุติความแตกแยกแล

หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ประสานให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) จัดแผนดูแลความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้งเพื่อยับยั้งความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น จึงมีการจัดตั้งศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศรส.ลต.ตร.) ขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่ในการควบคุมดูแลความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้งครั้งนี้โดยเฉพาะ โดยมี พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ที่ปรึกษา (สบ10) เป็นหัวหน้าศูนย์  ศรส.ลต.ตร. เพื่อทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้ง ซึ่งอุณหภูมิกำลังคุกรุ่นอยู่ในเวลานี้

  - มองสถานการณ์การเลือกตั้งครั้งนี้อย่างไร

 นับตั้งแต่มีการรับสมัครผู้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นต้นมา จนถึงปัจจุบันการแข่งขันทางการเมืองของพรรคการเมืองต่างๆ ทวีความเข้มข้นและดุเดือดขึ้นทุกขณะ ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดชนิดวันต่อวัน มีการคาดการณ์ว่ายิ่งใกล้วันเลือกตั้งมากขึ้นเท่าไหร่ยิ่งน่าเป็นห่วง เป็นไปได้ว่าคู่แข่งทางการเมืองในพื้นที่ต่างๆ อาจเดินเกมนอกกฎหมาย โดยอาจใช้ความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ เข้าจัดการกับคู่แข่งทางการเมือง ทั้งตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งและหัวคะแนน ซึ่งศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อยฯ ได้จัดเตรียมแผนปฏิบัติการในการป้องกันเหตุร้ายต่างๆ ไว้ 3 ช่วง คือ ก่อนการเลือกตั้ง ระหว่างการเลือกตั้ง และหลังการเลือกตั้ง ซึ่งทุกแผนการมีความยืดหยุ่นสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์และความเหมาะสมเพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

 - แผนปฏิบัติการในการรักษาความสงบการเลือกตั้งครั้งนี้

 มีการเตรียมแผนพิทักษ์การเลือกตั้งครั้งนี้ไว้พร้อมแล้ว โดยจัดให้มีการระดมกวาดล้างอาชญากรรมทุกรูปแบบ เน้นกวาดล้างจับกุมกลุ่มผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้าง และผู้ครอบครองอาวุธที่ผิดกฎหมายทุกชนิด โดยแบ่งช่วงการระดมกวาดล้างไว้ 3 ระยะ คือ ระยะแรกดำเนินการไปแล้วตั้งแต่วันที่ 12-26 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ปรากฏว่า สามารถจับกุมอาวุธปืนได้ 1,081 กระบอก จับกุมปืนสงครามทั้งอาก้า เอ็ม16 และไรเฟิล ได้รวม 16 กระบอก ระเบิดอีก 10 ลูก ส่วนระยะที่ 2 มีขึ้นระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม-13 มิถุนายน และระยะสุดท้าย ก่อนการเลือกตั้ง 3 วัน เพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายลงมือก่อเหตุได้

 - กลุ่มผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้างดำเนินการอย่างไร

 เพิ่งจัดทำปฏิทินมือปืนรับจ้างขึ้นมาใหม่ ออกเผยแพร่สู่สาธารณชนเพื่อให้ช่วยแจ้งเบาะแสของบุคคลอันตรายเหล่านั้นทั้ง 75 คน ถูกจัดแบ่งอยู่ใน 2 กลุ่ม คือ กลุ่มแรกเป็นกลุ่มที่มีพฤติกรรมการก่อเหตุที่อุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ มีหมายจับมากกว่า 2 คดีขึ้นไป มีอยู่ 29 คน มีเงินรางวัลนำจับคนละ 1 แสนบาท ที่เหลืออีก 46 คน เป็นกลุ่มที่สอง มีพฤติกรรมการก่อเหตุรุนแรงน้อยกว่า มีเงินรางวัลนำจับ 5 หมื่นบาท

 ทั้งนี้ ตำรวจพื้นที่ ตำรวจสันติบาล และตำรวจสอบสวนกลาง กำลังเร่งติดตามไล่ล่ากลุ่มมือปืนเหล่านี้อย่างใกล้ชิด พร้อมด้วยกองกำลังตำรวจจากหน่วยคอมมานโด กองปราบปราม 150 นาย พร้อมอาวุธครบมือ ออกปฏิบัติการไล่ล่ามือปืนกลุ่มดังกล่าวแล้ว ล่าสุดมีเบาะแสว่า บางรายติดต่อขอมอบตัว บางรายมีข้อมูลว่าหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว ส่วนที่เหลือก็อยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ ไม่กล้าจะเคลื่อนไหวใดๆ และอยากฝากเตือนไปยังบุคคลที่มีรายชื่อในบัญชีมือปืนชุดนี้ให้รีบติดต่อขอมอบตัวและอย่าได้ขัดขืนการจับกุมของเจ้าหน้าที่เพื่อรักษาชีวิตของตัวเอง เพราะชุดปฏิบัติการทุกนายพร้อมใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด

 - การส่งกำลังตำรวจคุ้มกันนักการเมืองและหัวคะแนน

 รวมอยู่ในแผนพิทักษ์การเลือกตั้ง โดยจะพิจารณาให้ความคุ้มครอง 2 กรณี คือ ผู้สมัครรับการเลือกตั้งพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีความปลอดภัยสามารถร้องขอได้ทันที และกรณีที่ลงไปหาเสียงในพื้นที่แล้วถูกคุกคามตำรวจจะพิจารณาส่งกำลังไปดูแลให้เอง ซึ่งการจัดกำลังไปดูแลความปลอดภัยให้แก่ผู้สมัครรับการเลือกตั้งนั้นจะมีกติกาเหมือนกันทั้งระบบแบ่งเขต และระบบบัญชีรายชื่อ

 โดยผู้สมัคร 1 ราย จะมีตำรวจในเครื่องแบบดูแลความปลอดภัย 2 นาย ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งผู้บังคับการในพื้นที่จะเป็นผู้พิจารณาว่าจะส่งตำรวจคนใดไปดูแลผู้สมัครรับการเลือกตั้งรายใด ผู้สมัครรับการเลือตั้งไม่สามารถระบุเจาะจงได้เพื่อป้องกันไม่ให้นักการเมืองใช้ตำรวจในการหาเสียง แต่กติกาดังกล่าวยกเว้นพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และบางอำเภอใน จ.สงขลา ซึ่งมีปัญหาความไม่สงบ ทุกครั้งที่ผู้สมัครลงพื้นที่หาเสียงในพื้นที่เสี่ยงตำรวจจะจัดชุดปฏิบัติการพิเศษติดตามดูแลความปลอดภัยให้รายละ 1 ชุดปฏิบัติการ มีกำลังประมาณ 10 นายพร้อมอาวุธครบมือ จนถึงขณะนี้มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง 151 ราย จากทุกพรรคการเมืองร้องขอกำลังจากตำรวจไปคุ้มครองความปลอดภัยแล้ว โดยมีการร้องขอมาจาก 2 พรรคใหญ่ คือพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ มากที่สุด

 - มีการประเมินหรือไม่ว่าพื้นที่ใดเสี่ยงเกิดความรุนแรง

 มีการประเมินสถานการณ์อยู่เป็นระยะ ขณะนี้มีข้อมูลว่าใน 13 จังหวัดมีการแข่งขันค่อนข้างสูงเสี่ยงจะเกิดเหตุรุนแรง คือ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ชลบุรี นครราชสีมา บุรีรัมย์ อุบลราชธานี ขอนแก่น อุดรธานี ร้อยเอ็ด เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ราชบุรี และภูเก็ต ซึ่งทั้ง 13 จังหวัดแต่ละพรรคการเมืองมีฐานคะแนนเสียงที่สูสีกัน ในจำนวนนี้มีหลายจังหวัดมีจำนวน ส.ส. ให้แข่งขันกันหลายที่นั่ง อาจเป็นไปได้ว่าคนบางกลุ่มอาจใช้วิธีการนอกกฎหมายในการจัดการกับคู่แข่ง ซึ่งได้กำชับให้ตำรวจในพื้นที่เพิ่มมาตรการรับมือแล้ว พร้อมทั้งยังได้ส่งกำลังจากส่วนกลางทั้งตำรวจสันติบาล และตำรวจสอบสวนกลางลงไปในพื้นที่อีกส่วนหนึ่งเพื่อระงับเหตุร้าย

 - หลังการเลือกตั้งอาจมีการเช็กบิลหัวคะแนน

 เลือกตั้งครั้งนี้มีการนับคะแนนกันในหน่วยเลือกตั้งจะทำให้สามารถรู้คะแนนเสียงได้ทันที อาจมีกรณีทำร้ายหรือสังหารหัวคะแนนที่ได้เสียงไม่เข้าเป้า ซึ่งหลังการเลือกตั้ง 7 วัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะคงมาตรการต่างๆ ตามแผนพิทักษ์เลือกตั้งไว้ โดยจะมีการกวาดล้างอาชญากรรมต่อเนื่อง เช่นเดียวกับการติดตามจับกุมมือปืนรับจ้างที่เหลือ รวมทั้งคงกำลังตำรวจชุดรักษาความปลอดภัยนักการเมืองและหัวคะแนนตามที่ร้องขอไว้จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ

 ขณะที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ผู้นำชุมชน หรือหัวคะแนน รายใดไม่มั่นใจในความปลอดภัยก็สามารถร้องขอกำลังคุ้มครองได้ตลอดเวลา โดยในต่างจังหวัดร้องขอกำลังตำรวจคุ้มครองได้ที่ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ในกรุงเทพมหานครร้องขอได้ที่ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลหรือผู้บังคับการนครบาล1-9 ซึ่งตำรวจจะพิจารณาจัดส่งกำลังไปคุ้มครองความปลอดภัยให้ทันที

 - หลายฝ่ายห่วงว่าตำรวจจะตกเป็นเครื่องมือของนักการเมือง

 การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนทางการเมืองครั้งสำคัญของคนไทย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้กำชับให้ตำรวจทุกนายปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ปฏิบัติตัวเป็นกลางไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด หากใครฝ่าฝืนจะถูกลงโทษทางวินัย โดยการย้ายออกนอกพื้นที่ทันที จนถึงขณะนี้มีตำรวจใน จ.บึงกาฬ 1 นาย ถูกร้องเรียนว่าวางตัวไม่เหมาะสม ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบหากพบว่ามีพฤติกรรมอย่างที่ถูกร้องเรียนจริงจะถูกลงโทษทันที ทั้งนี้ลำพังตำรวจหน่วยงานเดียวคงยากที่จะดูแลความสงบเรียบร้อยได้อย่างทั่วถึง จึงขอความร่วมมือจากประชาชนว่า หากพบข้อมูลเบาะแสเกี่ยวกับมือปืนรับจ้าง รวมถึงการทำลายป้ายหาเสียงหรือการกระทำผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ขอความกรุณาแจ้งที่หมายเลขโทรศัพท์ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง