
เกาะติดสนามเลือกตั้ง+ส่องหมาก3ชั้นของทักษิณ
ไม่ธรรมดาสำหรับ พรรคเพื่อไทย ที่ประกาศต่อสาธารณะอย่างชัดเจนว่า ไม่เอาพรรคภูมิใจไทยร่วมรัฐบาล
น่าจะเรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกที่พรรคการเมืองหนึ่ง ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการตั้งแต่ยังไม่ถึงวันหย่อนบัตรเลือกตั้ง 1 เดือนว่า ไม่เอาอีกพรรคหนึ่งมาร่วมรัฐบาล
มีการตีความไปหลายต่อหลายประเด็นถึงเหตุผลของพรรคเพื่อไทยที่กล้าประกาศความชัดเจนออกมาเช่นนี้
แน่ละต้นสายปลายเหตุมาจาก เนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย ที่นำทีมส.ส.ในกลุ่มกว่า 30 คน โหวตให้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยที่ พรรคเพื่อไทย ถูกขึงพืดกลางสภา เพราะไม่สามารถใช้กลไก "ยุบสภา" ได้ เนื่องจาก รักษาการนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นคือ ชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ทำหน้าที่รักษาการอยู่ ขณะที่ ประธานรัฐสภา ก็เป็น ชัย ชิดชอบ ผู้เป็นพ่อของ เนวิน
ใครก็ต้องคิดว่า แค้นนี้ต้องชำระ !
แล้วก็เลือกสะสางบัญชีในช่วงที่ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ประกาศถามประชาชนกลางเวทีปราศรัยว่าจะให้ไปร่วมรัฐบาลกับพรรคใด ระหว่าง "ประชาธิปัตย์" กับ "เพื่อไทย"...ซึ่งชาวบ้านที่มาฟังการปราศรัยเลือกให้ร่วมกับพรรคเพื่อไทย
การชำระแค้นครั้งนี้ของพรรคเพื่อไทย จึงเท่ากับทำลายยุทธวิธีของภูมิใจไทยลงจนแทบจะราบคาบ
นั่นก็เพราะพื้นที่เลือกตั้งหลักของภูมิใจไทยนั้นทับซ้อนกับพรรคเพื่อไทย บางแห่งหัวคะแนนถึงกับร้องขอชาวบ้านว่า ให้เลือกคนของพรรค ส่วนปาร์ตี้ลิสต์เลือกพรรคเพื่อไทยก็ได้
จึงเท่ากับว่า เพื่อไทย ยื่นข้อเสนอให้เลือกทั้ง ส.ส.เขตและปาร์ตี้ลิสต์ว่า จะเอา "เพื่อไทย" หรือ "ภูมิใจไทย"
แล้วก็ยังแสดงให้เข้าใจได้ถึงความมั่นใจของพรรคเพื่อไทยว่า จะได้ ส.ส.เข้ามาเป็นอันดับ 1
ส่วนจะเกินครึ่งสภาหรือไม่ ก็ให้ไปคิดกันเอาเอง
ซึ่งจะว่าไปแล้วกระแสพรรคเพื่อไทย ก็ยังคงเส้นคงวา นับแต่เปิดตัว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นปาร์ตี้ลิสต์อันดับ 1
ต่างจากพรรคประชาธิปัตย์ ที่นอกจากจะไม่มีอะไรใหม่แล้วยังมีกระแสลบ ที่เป็นรัฐบาลแต่กลับปล่อยให้ราคาสินค้ากระทบไปทุกครัวเรือน ขึ้นพรวดๆ โดยที่ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าได้ใช้กลไกที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ
แต่ปัญหาของเพื่อไทยก็ใช่ว่าจะไม่มี ถึงแม้ว่าได้เสียงอันดับ 1 และจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลได้ ปัญหาแรกที่ต้องเจอก็คือ นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย ที่ไม่เคยผ่านหรือเรียนรู้งานบริหารราชการแผ่นดินมาก่อน
เรื่องตอบกระทู้ในสภา รวมไปถึงศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจยิ่งไม่ต้องพูดถึง
ผู้ที่คร่ำหวอดทางการเมืองและเป็น 1 ในสมาชิกบ้านเลขที่ 111 มองปัญหานี้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีทางเลือกอยู่ 2 ทาง
หนึ่ง คือปล่อยไปตามธรรมชาติให้น้องสาวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี...ซึ่งเป็นเรื่องที่สุ่มเสี่ยงเกินไป
สอง ชนะเลือกตั้งแล้ว ดึงน้องสาวออกมาเป็นเพียง ส.ส. แล้วให้คนอื่นที่มีประสบการณ์ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแทน และส่งเทียบเชิญทุกพรรคการเมืองยกเว้นภูมิใจไทย มาร่วมรัฐบาล เพื่อลดแรงกดดัน
เพราะเป้าหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ คือ การชนะเลือกตั้งเพื่อเป็นบันไดขั้นแรกที่จะไปสู่การเปลี่ยนแปลงในด้านอื่น
นี่อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เลือกน้องสาวขึ้นปาร์ตี้ลิสต์อันดับ 1
เพราะได้ทั้งการรักษาพรรคที่เกิดความแตกแยกขึ้นภายในในช่วงนั้น ยังทำให้เกิดกระแส "นายกฯ หญิงคนแรก" แถมยังเพิ่มทางออกให้แก่การจัดการปัญหาในภายหลัง
เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ !
สายเลือดเดียวกัน ย่อมพูดจาได้ง่ายกว่าที่จะไปร้องขอจากคนอื่น โดยเฉพาะ "คนอื่น" ในพรรคเพื่อไทย
อย่างไรก็ตาม ผู้คร่ำหวอดทางการเมืองผู้นี้ให้บทสรุปในตอนท้ายถึงการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า เป็นแค่ "สถานการณ์เฉพาะกิจ" เท่านั้น



