ข่าว

สนามภาคใต้สู้กันที่3จว.ชายแดน

สนามภาคใต้สู้กันที่3จว.ชายแดน

05 มิ.ย. 2554

สำหรับพื้นที่ภาคใต้ 14 จังหวัด เขตเลือกตั้งและจำนวน ส.ส.ลดลง จากเดิม 56 ที่นั่ง เหลือ 53 ที่นั่ง จากการกำหนดเขตเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียว ทำให้ 3 จังหวัดมีจำนวนที่นั่งส.ส.ลดลง ได้แก่ จ.พังงา จากเดิม 2 ที่นั่งเหลือ 1 ที่นั่ง, จ.นครศรีธรรมราช จากเดิม 1

พื้นที่ที่มีการแข่งขันรุนแรงอยู่ที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ จ.ปัตตานี จ.ยะลา และ จ.นราธิวาส ในขณะที่เหลืออีก 11 จังหวัด เชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์จะสามารถกวาดแบบยกจังหวัดได้ไม่ยาก

 พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ครั้งนี้จำนวนเก้าอี้ ส.ส. 11 ที่นั่ง จากเดิม 12 ที่นั่ง จากอดีตที่ผ่านมายังไม่มีพรรคการเมืองใดยึดพื้นที่ได้เบ็ดเสร็จ ครั้งนี้ก็เช่นกัน

 ประเมินสัปดาห์แรกจากการเปิดตัวผู้สมัครจะพบว่า มีผู้สมัครของพรรคการเมืองที่มีโอกาสได้รับเลือกตั้ง ประกอบด้วย

 พรรคมาตุภูมิ ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นพรรคที่มีความโดดเด่นของตัวผู้สมัครมากกว่าพรรคอื่น เนื่องจากมีอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย และพรรคเพื่อแผ่นดินลงสมัคร จ.นราธิวาส เขต 3 นัจมุดดิน อูมา ในขณะที่จ.ปัตตานี ส่ง อนุมัติ ซูสารอ พ่อของ ยุสรี ซูสารอ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดิน รวมถึง มุข สุไลมาน อดีต ส.ส.ในเขต 4 ก็มีโอกาสลุ้น

 นอกจากผู้สมัครที่เป็นอดีตส.ส.ครั้งที่ผ่านมาของพรรคมาตุภูมิแล้ว มาตุภูมิ ยังมีผู้สมัครที่มีโอกาสลุ้นที่นั่งเพิ่มที่ จ.นราธิวาส ในเขต 1 ไพศาล ตอยิบ เจ้าของโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาที่ใหญ่ที่สุดใน จ.นราธิวาส ในขณะที่ จ.ยะลา เขต 3 อับดุลฮาฟิต หิเล ก็มีโอกาสลุ้นสูงมากเช่นกัน

 พรรคประชาธิปัตย์ การเลือกตั้งครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นการทำอย่างไรที่จะรักษาที่นั่งเดิมไว้ให้ได้มากกว่าการเพิ่ม เริ่มกันที่ จ.ปัตตานี เขต 1 อันวาร์ สาและ เจ้าของพื้นที่เก่า คราวนี้ต้องทำงานหนัก เพราะห่างจากพื้นที่ทำให้คะแนนแผ่วลงมาก โอกาสหลุดมีสูง แต่หากโค้งสุดท้ายมีแรงฮึดก็มีโอกาสรักษาเก้าอี้ได้ ส่วนเขต 2 ปัตตานีของ อิสมาแอล เบญอิบรอฮีม อดีตส.ส.ครั้งที่ผ่านมา น่าจะสอบผ่าน

 สำหรับที่ จ.ยะลา เขต 1 ประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ เจ้าของพื้นที่เดิมน่าจะสอบผ่าน แต่ต้องทำงานหนักกว่าเดิม แม้ว่าคู่แข่งจากพรรคเพื่อไทย อิรฟาน สุหลง เจ้าของโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาชื่อดังในจังหวัดลงแข่ง ในขณะที่เขต 2 ของ อับดุลการิม เด็งระกีนา อดีตส.ส. งานหนักมากเมื่อเจอคู่แข่งจากพรรคเพื่อไทย ซูการ์โน มะทา อดีตส.ส.ครั้งที่ผ่านมาเช่นกัน ที่สำคัญ ซูการ์โน คือน้องชายนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา สมาชิกบ้านเลขที่ 111 (ทรท.) ว่ากันว่าเป็นศึกศักดิ์ศรีของของตระกูล "มะทา" ที่แพ้ไม่ได้ ฉะนั้น จ.ยะลา เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสที่จะเสียที่นั่ง

 ส่วน จ.นราธิวาส เขต 4 เจะอามิง โตะตาหยง อดีตส.ส. คราวนี้เจองานหนักเพราะต้องแข่งกับอดีตส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา วัชระ ยาวอหะซัน ลูกชายนายก อบจ.นราธิวาส กูเซ็ง ยาวอหะซัน ที่มีความพร้อมทุกด้าน โดยเฉพาะฐานการเมืองท้องถิ่นที่เข้มแข็ง เขตนี้พรรคประชาธิปัตย์อยู่ในสภาพเสี่ยงเสียที่นั่ง แต่อย่างไรก็ตามพรรคประชาธิปัตย์ก็ยังมีลุ้นเขต 2 คือ สุรเชษฐ์ แวอาแซ อดีต ส.ส.ที่มีสิทธิเบียด ดะโต๊ะสุธิพันธ์ ศรีรกานนท์ จากพรรคเพื่อไทย เข้ามาได้

 ขณะที่พรรคชาติไทยพัฒนา จะยังคงทำงานในพื้นที่ จ.นราธิวาสเป็นหลัก เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้จึงไม่ได้คาดหวัง ส.ส.ปัตตานี และยะลา เนื่องจากยังไม่มีฐานเสียง การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคชาติไทยพัฒนา มอบหมายให้ กูเซ็ง ยาวอหะซัน นายกอบจ.นราธิวาส รับผิดชอบ วางตัวผู้สมัครทั้ง 4 เขตเลือกตั้ง

 ดูจากตัวผู้สมัครที่เปิดตัวไปแล้ว พรรคชาติไทยพัฒนายังเน้นหนักรักษาเก้าอี้เดิม 2 ที่นั่ง คือ เขต 3 นิอาริส เจตาภิวัฒน์ อดีตส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา ที่ศักดิ์เป็นหลาน กูเซ็ง ยาวอหะซัน ครั้งนี้เจอศึกหนัก เป็นคู่แข่งจากพรรคมาตุภูมิ นัจมุดดิน อูมา ซึ่งมีโอกาสสูงที่พรรคชาติไทยพัฒนาเสียจะเสียที่นั่งให้แก่ นัจมุดดิน และเขต 4 วัชระ ยาวอหะซัน ลูกชายนายกอบจ.นราธิวาส ที่ต้องเจอกับ เจะอามิง โตะตาหยง จากพรรคประชาธิปัตย์  ซึ่งเชื่อว่า กูเซ็ง จะไม่ยอมให้ลูกสอบตกแน่

 สำหรับพรรคเพื่อไทย ณ เวลานี้ มี 1 ที่นั่งที่คาดว่าจะรักษาไว้ได้ นั่นคือเขต 2 จ.ยะลา ที่ส่ง ซูการ์โน มะทา น้องชาย วันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่มีฐานเสียงของท้องถิ่นสนับสนุน โดยเฉพาะอบจ.ยะลา ที่มีคนนามสกุลเดียวกัน มุขตาร์ มะทา นั่งเป็นนายกอยู่ เรียกว่าขนมาสู้ทั้งตระกูลเพื่อรักษา 1 เก้าอี้ ไม่ให้เพื่อไทยใน 3 จังหวัดสูญพันธุ์

 สุดท้ายพรรคภูมิใจไทย พรรคซึ่งไม่เคยมีฐานเสียงในพื้นที่ 3 จังหวัด และมีอดีตส.ส.ในพื้นที่นี้มาก่อน แต่ครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทย ได้ผู้สมัครเป็นอดีต ส.ส.จากพรรคเพื่อแผ่นดิน มุคตาร์ วาบา ทำให้พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคน้องใหม่ที่มีโอกาสสูงที่จะปักธงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

 สรุปในช่วงโค้งแรกหลังการเปิดตัว พรรคมาตุภูมิดูจะมีโอกาสครองที่นั่งในพื้นที่ 3 จังหวัดมากที่สุด คือ 5 ที่นั่ง รองลงมาเป็นพรรคประชาธิปัตย์ 3 ที่นั่ง พรรคชาติไทยพัฒนา 1 ที่นั่ง พรรคเพื่อไทย 1 ที่นั่ง และพรรคภูมิใจไทย 1 ที่นั่ง นับจากนี้ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดสำหรับการเลือกตั้งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ครั้งนี้

สมชาย สามารถ