
หนังสือกล่าวโทษ"ปู"ชี้4ประเด็นผิด
เปิดหนังสือกล่าวโทษ "ยิ่งลักษณ์" มี "แก้วสรร" กำกับ ชี้ 4 ประเด็นผิด เจ้าตัวย้ำไม่เป็นไร-พร้อมแจง แม้วลั่นใช้ "การเมือง" พากลับบ้าน
จากกรณีที่ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อหลากสี ต้องการให้ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ดำเนินการกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่ออันดับ 1 พรรคเพื่อไทย หลังศาลฎีกาฯ มีคำตัดสินให้ยึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำนวน 4.6 หมื่นล้านบาท เนื่องจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ เคยให้การต่อศาลช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ในคดีดังกล่าว ดังนั้น นพ.ตุลย์จะตั้งโต๊ะล่ารายชื่อเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยจะส่งรายชื่อให้แก่ดีเอสไอภายในวันที่ 21 มิถุนายน นั้น
เปิดหนังสือกล่าวโทษ"ยิ่งลักษณ์"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากจะเตรียมล่าชื่อประชาชนเพื่อเอาผิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต่อดีเอสไอแล้ว นพ.ตุลย์ ยังได้ส่งอีเมลถึงสื่อมวลชนเพื่อชี้แจงถึงเหตุผลที่ต้องดำเนินการต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ลงนามโดย "เครือข่ายพลเมืองคัดค้านนิรโทษคดีคอรัปชั่นทักษิณ"(คนท.)
เนื้อหาโดยสรุปของอีเมลฉบับดังกล่าวเป็นการตอกย้ำถึงคดีความของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ได้แก่ 1.คดีซุกหุ้นบริษัทชินคอร์ป 2.คดีอนุมัติเงินกู้เพิ่มเติมให้แก่รัฐบาลพม่า 1 พันล้านบาท 3.คดีอนุมัติเงินกู้ให้ธนาคารกรุงไทยเกินหลักทรัพย์ 2 พันล้านบาท ซึ่งทั้งหมดนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะถูกผิดอย่างไร ต้องตัดสินด้วยกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่ให้ประชาชนลงคะแนนว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ผิดหรือไม่ผิด
นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวถึงความพยายามออกกฎหมาย "นิรโทษกรรม" ที่เป็นความพยายามของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และพรรคเพื่อไทย ด้วยว่า แม้ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะชนะเลือกตั้ง และผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมก็อาจเป็นการปฏิบัติราชการโดยมิชอบ ใช้อำนาจเพื่อให้พ้นผิดและหากหากในที่สุดศาลอาญาลงโทษถึงจำคุก 6 เดือนขึ้นไป ผู้ถูกกล่าวหาก็จะพ้นตำแหน่งทางการเมืองทุกตำแหน่งไปในทันที"
เสื้อหลากสีจับมือ "แก้วสรร"เดินเกม
ทั้งนี้ ยังมีการให้รายละเอียดว่า คนท.เป็นเครือข่ายเคลื่อนไหวเฉพาะกิจ ประกอบด้วย 2 กลุ่มพลเมือง คือ 1.กลุ่มเสื้อหลากสี โดย นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ผู้ประสานงาน และ 2.กลุ่มจัดทำหนังสือ “หยุดระบอบทักษิณ” โดย นายแก้วสรร อติโพธิ ผู้ประสานงาน
สำหรับคำกล่าวโทษในส่วนของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มี 4 ประเด็น คือ 1.กรณีมีหนังสือแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2543 ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ขายหุ้นชินคอร์ป 2 ล้านหุ้นให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์แล้ว 2.มีหนังสือแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2549 ว่า ได้ขายหุ้นชินคอร์ป 20 ล้านหุ้น ให้แก่กลุ่มทุนเทมาเส็กแล้ว 3.ให้ปากคำต่อคตส. เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2550 ยืนยันว่าได้ซื้อหุ้นชินคอร์ปจาก พ.ต.ท.ทักษิณ และนำเงินปันผลที่ได้มาผ่อนชำระค่าหุ้นจนหมดแล้ว 4.กรณีการขึ้นเบิกความต่อศาลฎีกาฯ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2552
ส่วนที่ยื่นเรื่องต่อดีเอสไอ เพราะสองกระทงแรกเป็นความผิดทางเศรษฐกิจที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของดีเอสไอโดยตรง อีกสองกระทงเป็นความผิดข้างเคียงที่ขอให้รับเป็นคดีพิเศษได้ เพราะเกี่ยวเนื่องกับสองคดีแรก และผู้ถูกกล่าวโทษเป็นผู้มีอิทธิพล และให้สอบสวนขยายผลไปยังผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับคดี ได้แก่ ป.ป.ช.ในฐานะตัวแทนคตส. อัยการสูงสุด และอัยการกองคดีพิเศษ เลขานุการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในฐานะผู้กำกับดูแลก.ล.ต. ว่า เหตุใดจึงไม่มีการกล่าวโทษ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และพวก โดยคำกล่าวโทษนี้ นายแก้วสรร อติโพธิ เป็นผู้รับรองความถูกต้องของข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย และมี นพ.ตุลย์ เป็นตัวแทนผู้ยื่นคำกล่าวโทษ
แม้วลั่นใช้"การเมือง"คืนความยุติธรรม
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์นิตยสารดิอีโคโนมิสต์ ถึงสาเหตุที่ยังมีบทบาททางการเมืองของไทย ว่า "ผมถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง และหนทางเดียวที่จะแก้ไขเรื่องคือ ผ่านแนวทางทางการเมือง ไม่ใช่ผ่านระบบยุติธรรม"
พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ไม่สามารถทำตามที่สัญญาไว้กับประชาชนได้ แม้นายอภิสิทธิ์ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพและกลุ่มต่างๆ แต่ก็ต้องมีฐานเสียงในหมู่ประชาชนด้วย ถ้าไม่ได้รับเสียงสนับสนุนมากพอจากประชาชนก็ไม่สามารถเป็นรัฐบาลที่ดีได้ ขณะที่พรรคเพื่อไทย และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากประชาชน โดยเฉพาะคนระดับรากหญ้า และขณะนี้ก็เริ่มได้รับการสนับสนุนจากชนชั้นกลางและชั้นสูง ดังนั้น หากการเลือกตั้งดำเนินไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม พรรคเพื่อไทยก็จะชนะ
เมื่อถามว่ามีแผนกลับประเทศหรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณ ตอบว่า เชื่อว่าประเทศไทยไม่สามารถอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้นาน สิ่งต่างๆ เกิดขึ้นเพราะความเข้าใจผิด คดีความต่างๆ มีเป้าหมายทางการเมืองเพื่อให้ตนต้องอยู่นอกประเทศ ตนมีความรู้สึกอย่างแรงกล้าว่าในที่สุดจะเกิดความเข้าใจกัน เพราะข้อกล่าวหาต่างๆ ไม่เป็นความจริง ความวิตกต่างๆ เป็นเรื่องไม่จริง ถ้าสิ่งต่างๆ กลับสู่สภาพเดิม ตนก็จะกลับประเทศไทย
"ยิ่งลักษณ์"บอกไม่เป็นไร-ยินดีแจงเอง
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวถึงกรณี นพ.ตุลย์ เตรียมล่ารายชื่อประชาชนเพื่อกล่าวโทษในคดียึดทรัพย์ต่อดีเอสไอว่า เป็นไปตามกฎหมาย คงต้องรอดูรายละเอียดว่าเป็นเรื่องอะไร ส่วนที่ นพ.ตุลย์จะยื่นในวันที่ 21 มิถุนายน ซึ่งใกล้วันเลือกตั้งนั้น ตนคิดว่าคงไม่เป็นไร เป็นหน้าที่ที่ตนต้องไปชี้แจง เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ ขอให้เป็นไปตามกฎหมาย ตนได้ไปให้ปากคำในชั้นศาลแล้ว



