
ชทพ.ทิ้ง"ภท."อ้างพันธมิตรแค่แก้รธน.
ชทพ.ปล่อยมือภท.หลังประกาศไม่ร่วมเพื่อไทยเป็นรัฐบาล อ้าง เป็นพันธมิตรแค่ถกแก้รธน.ไม่เกี่ยวร่วมรัฐบาล บอกทุกอย่างรอหลังเลือกตั้ง ตั้งเป้าได้ 35 ที่นั่ง
(4มิ.ย.) ศาลาเอนกประสงค์วัดพระธาตุสวนแตง ต.สวนแตง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคพันธมิตรกับพรรคชาติไทยพัฒนาออกแถลงการณ์ไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยว่า ตนมองว่าเป็นบรรยากาศของการเลือกตั้งมากกว่า ยังไม่มองเป็นเรื่องอื่นๆ ขณะที่คะแนนเสียงสูสีกันทุกฝ่ายต่างพยายามออกนโยบายตัดคะแนนเสียงซึ่งกันและกัน ดังนั้น พรรคชาติไทยพัฒนาถือว่าเป็นแค่บรรยากาศของการเลือกตั้งเพื่อแย่งชิงคะแนนเสียงจากประชาชนเท่านั้น
เมื่อถามว่า สถานการณ์แบบนี้ลำบากใจหรือไม่เพราะพรรคชาติไทยพัฒนาอยู่ตรงกลางความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย นายชุมพล กล่าวว่า ไม่ลำบาก เพราะพรรคมีวิธีการดำเนินนโยบายแนวทางปรองดองทุกฝ่ายมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน พรรคชาติไทยพัฒนาไม่มีความลำบากใจเลย เพราะการที่เราจับมือกับพรรคภูมิใจไทยเป็นสัญญาประชาคมเพื่อทำงานทางการเมืองต่อไป แต่กับพรรคเพื่อไทยเรายังไม่มีอะไรกัน เมื่อถามว่า ดูเหมือนการตัดสินใจจะเอียงไปทางพรรคภูมิใจไทยมากกว่า นายชุมพล กล่าวว่า ต้องดูภายหลังการเลือกตั้งก่อน เพราะคนที่ตัดสินใจ คือ ประชาชนไม่ใช่พรรคการเมือง
เมื่อถามว่า ทั้งสองพรรคเมื่อได้แต่งงานกันแล้วมีโอกาสหย่าร้างกันหรือไม่ นายชุมพล กล่าวว่า การแต่งงานกับกิจกรรมทางการเมืองต้องแยกออกจากกัน การแต่งงาน คือ การอยู่ในครอบครัว กิจกรรมภายนอกใครมีหน้าที่อะไรก็ไปทำตามหน้าที่ ไม่ได้เกี่ยวข้องซึ่งกันและกันกับการอยู่บนเตียง เมื่อถามย้ำว่า การอยู่กับพรรคภูมิใจไทยเป็นการทำกิจกรรมหรือการอยู่บนเตียง นายชุมพล กล่าวว่า เราสัญญากันว่าเราจะทำกิจกรรมทางการเมืองร่วมกัน หมายความว่า มีอะไรก็ปรึกษาหารือซึ่งกันและกันก่อน โดยเฉพาะการเลือกตั้งก็ควรมาหารือกันก่อนว่าควรจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่เรายังไม่ได้พูดถึงประเด็นอื่นๆ เลย ขณะที่เราจับมือกันส่วนใหญ่จะหารือเรื่องการแก้รธน. มากกว่า
เมื่อถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่พรรคขนาดกลางจะจับมือร่วมกันให้ได้ 100 เสียงขึ้นไปเพื่อสร้างอำนาจต่อรองทางการเมืองในการร่วมรัฐบาล นายชุมพล กล่าวว่า ยังพูดไม่ได้ว่าจะได้ 100 เสียงต้องรอหลังการเลือกตั้งว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งพรรคชาติไทยพัฒนายังตั้งความหวังไว้ที่ 35 เสียงส่วนพรรคการเมืองอื่นเราไม่ทราบ ทั้งนี้ ตัวเลขไม่ว่าจะเท่าไหรก็มีความหมายเหมือนกันทั้งหมดแม้กระทั่งเพียง 1 เสียงก็มีความหมาย ซึ่งทั้งหมดขึ้นอยู่กับสถานการณ์และเหตุการณ์หลังการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลว่าใครจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ก่อน ทั้งนี้ตามหลักควรให้พรรคการเมืองที่มีเสียงอันดับหนึ่งได้จัดตั้งรัฐบาลก่อน
เมื่อถามว่า มีความเป็นห่วงหรือไม่กับคะแนนเสียงส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อของพรรคหรือไม่ หลังจากพบว่ามีการแข่งขันกันรุนแรงมาก นายชุมพล กล่าวว่า ภาพส่วนรวมก็เป็นไปตามโพลล์ที่ออกมา แต่สำหรับในภาคพื้นที่ถือเป็นคนละภาพกันที่ยึดตัวบุคคลมากกว่า แต่ไม่ได้สะท้อนภาพของความเป็นจริงในแต่ละพื้นที่วัดกันไม่ได้



