ข่าว

แพทย์หนักใจอาการป่วยหลวงพ่อคูณ

แพทย์หนักใจอาการป่วยหลวงพ่อคูณ

04 มิ.ย. 2554

แพทย์รักษาหลวงพ่อคูณ เผย หนักใจ เรื่องภาวะแทรกซ้อน จากระดับน้ำตาลในเลือดลด ส่งผลต่อระบบการทำงานของหัวใจ ระบุ หลัง 6 สัปดาห์ ประเมินหลวงพ่อคูณกลับวัดบ้านไร่ได้หรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า อาการอาพาธของพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ซึ่งพักรักษาอาการอาพาธวัณโรคปอด อยู่ที่ห้องผู้ป่วยพิเศษ วีไอพี 9821 อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 8 โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2554 โดยคณะแพทย์ได้ให้ยาวัณโรคกว่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา และต้องให้อาหารโดยการใส่สายยาง ผ่านช่องโพรงจมูกด้านขวา ลงไปอยู่ในกระเพาะอาหารโดยตรงว่า ล่าสุดหลวงพ่อคูณมีน้ำหนักตัวอยู่ที่ 40 กิโลกรัม เพิ่มขึ้นจากวันแรก ที่หลวงพ่อคูณเข้ารักษาตัว ที่โรงพยาบาลมหาราช โดยมีน้ำหนักเพียง 35 กิโลกรัม

ล่าสุด เวลา 12.30 น. นพ.พินิศจัย  นาคพันธุ์  แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหลอดเลือดและโรคหัวใจ รพ.มหาราชนครราสีมา แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณได้เข้าตรวจร่างกายของหลวงพ่อคูณ หลังหลวงพ่อคูณมีอาการเหนื่อยอ่อนเพลีย ซึ่งเป็นผลข้างเคียง จากระดับน้ำตาลลดลงอย่างเฉียบพลัน เมื่อ 4 วันที่ผ่านมา และทำให้ระบบการทำงานของหัวใจของหลวงพ่อคูณอ่อนแรงลง และส่งผลให้หลวงพ่อคูณเหนื่อยหอบ

ทั้งนี้ คณะแพทย์ต้องเร่งให้ยา ที่ทำให้ระบบการทำงานของหัวใจ สามารถทำงานได้เต็มที่ เพื่อป้องการการหมดสติของหลวงพ่อคูณ

นอกจากนี้ คณะแพทย์ยังได้จัดเจ้าหน้าที่กายภาพบำบัด โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เข้าทำการกายภาพบำบัด เพื่อให้ร่างกายของหลวงพ่อคูณกลับมามีเรี่ยวแรง และป้องกันไม่ให้หลวงพ่อคูณทรุดตัว โดยใช้ระยะเวลาทำการกายภาพบำบัดหลวงพ่อคูณ นานกว่า 30 นาที

ด้าน นพ.พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหลอดเลือดและโรคหัวใจ รพ.มหาราชนครราสีมา กล่าวว่า ยังน่าเป็นห่วงเรื่องของภาวะแทรกซ้อน ที่อาจจะเกิดขึ้นกับหลวงพ่อคูณ หลังจากที่ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดลดลงอย่างเฉียบพลันเมื่อ 4 วันที่ผ่านมา จนทำให้เมื่อ 2 วันที่ผ่านมาหลวงพ่อคูณมีอาการเหนื่อยหอบ เพราะการทำงานของหัวใจไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ เนื่องจากระดับน้ำตาลในกระแสเลือดที่ลดลงอย่างรวดเร็ว

"ในปัจจุบัน หลวงพ่อคูณมีอาการเหนื่อยหอบลดน้อยลง หลังจากที่คณะแพทย์ได้จัดยาแบบฉีดและแบบฉัน ที่เป็นยาช่วยในเรื่องของระบบการทำงานของหัวใจไป แต่อาการเหนื่อยหอบ ที่เกิดจากการทำงานของระบบหัวใจ ก็อาจจะกลับมาเป็นอีกครั้งได้ทุกเมื่อ ซึ่งส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่า หากหลวงพ่อคูณ ผ่านการรักษาโรควัณโรคไปได้ โอกาสที่ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดต่ำนั้น ก็จะต้องลดลง"

ส่วนแผนการรักษาวัณโรคนั้น คณะแพทย์ยังไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนแผนการรักษาแต่อย่างใด เพราะภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นกับหลวงพ่อคูณ ไม่ได้เกิดจากผลข้างเคียงของยารักษาวัณโรค  แต่หลวงพ่อคูณได้ประสบปัญหา เรื่องของระดับน้ำตาลที่ลดลงอย่างรวดเร็ว และเรื่องของระบบการทำงานของหัวใจที่ถูกผลกระทบจากระดับน้ำต่ำ

นพ.พินิศจัย ยังยืนยันว่า ยังไม่มีกำหนดที่จะอนุญาตให้หลวงพ่อคูณกลับไปจำวัดอยู่ที่วัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เนื่องจากหลวงพ่อคูณจะต้องได้รับยาในการรักษาวัณโรคอย่างน้อย 8 สัปดาห์ ซึ่งที่ผ่านมา ได้รับยามาแค่ 3 สัปดาห์ จึงต้องอยู่ที่โรงพยาบาลต่ออย่างน้อยอีก 5 สัปดาห์ เนื่องจากคณะแพทย์ จะต้องเฝ้าติดตามอาการอาพาธของงหลวงพ่อคูณอย่างใกล้ชิด

"เรื่องที่คณะแพทย์เป็นห่วงมากที่สุดคือ เรื่องของภาวะแทรกซ้อน จากระดับน้ำตาลที่ลดลงอย่างเฉียบพลัน จนส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานของหัวใจ ซึ่งเป็นภาวะที่เพิ่งแทรกซ้อนเข้ามาใหม่" นพ.พินิศจัย กล่าวในท้ายที่สุด