
ปชป.ขอบคุณปู"รับปากคุยแดงหยุดป่วน
ปชป. ขอบคุณ เจ๊ปู รับปากพูดกับ แกนนำเสื้อแดง หยุดป่วนทำลายบรรยากาศหาเสียง เผย ยุทธศาสตร์ ประเมิน สัญญาณ 2-3 เหตุการณ์สร้างความวิตกให้กับสังคม ใกล้เลือกตั้ง เรียกร้องสังคมปฏิเสธการปลุกระดม-บิดเบือนความจริง หวังผลสร้างความขัดแย้ง ปัดตอบ กลุ่มเสื้อหลา
(4มิ.ย.) ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงภายหลังการประชุมคณะทำงานด้านยุทธศาสตร์ว่า กรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครรับเลือกตั้งระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย ออกมาตอบรับคำร้องขอจากพรรคประชาธิปัตย์ ที่ขอความร่วมมือในการช่วยกันดูแลการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง ไม่ให้เป็นความขัดแย้งขัดขวางการหาเสียงหรือสร้างความวุ่นวาย ทำลายบรรยากาศการเลือกตั้งในครั้งนี้ ว่า ต้องขอขอบคุณ คุณยิ่งลักษณ์ในฐานะที่เป็นบุคคลที่เสนอตัวเป็นผู้นำประเทศ ที่รับปากว่าจะไปพูดคุยกับแกนนำคนเสื้อแดง ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีและสังคมก็มีความคาดหวังว่าจะเป็นรูปธรรม ในเรื่องการขจัดการขัดขวางการเลือกตั้งของคนเสื้อแดง ซึ่งยังเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ที่ผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ แกนนำพรรคและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประสบอยู่เวลาหาเสียง ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่น ของประชาชนและนานาประเทศต่อการเลือกตั้งครั้งนี้ ว่าจะสามารถทำให้บ้านเมืองหลุดพ้นจากความขัดแย้งได้ และอยากให้คุณยิ่งลักษณ์สื่อเรื่องนี้ไปยังแกนนำคนเสื้อแดงที่ยังเคลื่อนไหว ในลักษณะที่สร้างเรื่องขัดแย้งด้วยวิธีการต่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ออกมาระบุว่าหลายเหตุการณ์เป็นเรื่องของแดงเทียม
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประเมินว่าใกล้เวลาเลือกตั้ง ทุกครั้งมีสัญญาณอยู่ 2-3 เรื่องที่สร้างความหวั่นวิตกให้กับสังคม และเมื่อเกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนั้น บ้านเมืองก็เกิดความวุ่นวาย เช่น กรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ได้เริ่มเข้ามากำหนดแนวทางการเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยการโฟนอินหรือวีดีโอลิ้งก์หรือคิดให้ทีไร บ้านเมืองก็จะเข้าสู่ความวุ่นวายเกือบจะทุกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งครั้งนี้ ไม่ได้พูดเฉพาะเรื่องแดงเทียม แต่พูดไปจนถึงการจัดฉากสร้างสถานการณ์ ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกันกับการเคลื่อนไหว ของนายณัฐวุฒิและแกนนำหัวรุนแรงอีกหลายคนที่อยู่ระหว่างหลบหนีคดี ในขณะที่มีการขนถังแก๊สจำนวนมาก เข้ามาในบริเวณที่มีการชุมนุมทั้งราชประสงค์และสีลม ก็พยายามบอกว่าเจตนา คือต้องการนำเข้ามาหุงอาหาร แต่กลับถูกใช้ก่อวินาศกรรม เผาบ้านเผาเมืองก็อ้างว่าเป็นการจัดฉากโดยแดงเทียมเช่นเดียวกัน
“ผมคิดว่าสังคมควรที่จะรีบปฏิเสธแนวทางการปลุกระดม ในการบิดเบือนความจริงทุกลักษณะ เพื่อหวังผลในการสร้างความขัดแย้ง สร้างเงื่อนไขของความสูญเสียในการกลับไปสู่ความรุนแรงอีกครั้งในสังคม พรรคยืนยันว่าส่วนสำคัญในการเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อต้องการให้บ้านเมืองเดินหน้า ในการแข่งขันกันในเรื่องของนโยบายและตัวบุคคล ที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อย่างสร้างสรรค์ ยึดมั่นในระบบนิติธรรมนิติรัฐและแสดงความซื่อสัตย์สุจริต ปราศจากขอกังขาใดๆ ขณะเดียวกันการเดินไปข้างหน้านั้นหมายความว่า การที่จะให้บ้านเมืองหลุดพ้นจากความขัดแย้งได้ การสร้างความปรองดองก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของคนส่วนใหญ่ในประเทศ คำนึงถึงคนที่มีส่วนร่วมทางการเมืองทุกฝ่าย ไม่ใช่ใช้คำว่าปรองดอง หรือนิรโทษกรรมแต่มุ่งไปที่การล้างความผิดของคนๆเดียว ซึ่งจะเป็นเหตุสำคัญที่จะทำให้บ้านเมืองเกิดความขัดแย้งจากผู้ที่ไม่เห็นด้วย โดยยกเว้นหรือไม่บังคับใช้กฎหมาย หรือใช้วิธีการข่มขู่ให้เกิดความหวาดกลัว” นพ.บุรณัชย์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งพรรคมีนโยบายหาเสียงอย่างไร โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนคิดว่าในช่วง 30 วันที่จะถึงส่วนสำคัญที่สุดคือพรรคจะได้พูดถึงแนวทางในการเดินหน้าด้วยนโยบายประชาชนด้านต่างๆ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ เลือกคนที่เสนอตัวมาเป็นผู้นำระหว่าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้อย่างเต็มที่
นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า แนวทางที่พรรคได้ดำเนินการอยู่แทนที่จะปราศรัยตามจุดต่างๆ เนื่องจากบ้านเมืองเพิ่งจะก้าวพ้นจากวิกฤติต่างๆไม่นาน และประชาชนได้รับผลกระทบจากสภาพปัญหาต่างกันค่อนข้างสูง ดังนั้นการเดินสายจึงเป็นการนำปัญหาของประชานเป็นที่ตั้ง สิ่งที่พรรคให้ความสำคัญ คือ เศรษฐกิจ ค่าครองชีพ ปากท้อง จะนำเสนอนโยบายเพิ่มรายได้ ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำการลดค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในแต่ละเดือน ดังนั้นการตั้งวงเสวนาและเปิดโอกาสให้มีการซักถามกัน จึงแป็นแนวทางที่นายอภิสิทธิ์ให้ความสำคัญ และที่ผ่านมาก็ต้องขอบคุณชาวอีสานและชาวภาคเหนือที่ให้การต้องรับที่อบอุ่นมาก ซึ่งสิ่งนี้เป็นกำลังใจแม้จะเป็นพื้นที่สีแดงก็ตาม แต่การเคลื่อนไหวที่คนเสื้อแดงขัดขวางนั้น พรรคถือว่า เป็นการเคลื่อนไหวของคนส่วนน้อย ที่ถูกบงการให้สร้างความขัดแย้งในลักษณะต่างๆ
กรณีที่นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มเครือข่าวอาสาปกป้องแผ่นดิน (กลุ่มเสื้อหลากสี) เรียกร้องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินการกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ กรณีที่ศาลตัดสินให้ยึดทรัพย์การซุกหุ้น บริษัท ชินคอเปอเรชั่น จำกัด ( มหาชน) เพราะจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการกล่าวโทษกับผู้ที่ถูกกล่าวอ้างว่าถือหุ้นแทนนั้น โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ระหว่างนส.ยิ่งลักษณ์กับพี่ชายตัวเอง ซึ่งขณะนี้มีปัญหาในเรื่องการถูกดำเนินคดีในเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับการซุกหุ้นและการหลีกเลี่ยงภาษี ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องอธิบายแต่พรรคไม่มีความเห็นใดๆในเรื่องดังกล่าว



