ข่าว

พิษเรือน้ำตาลล่มกระเบนเกยตื้นตาย

พิษเรือน้ำตาลล่มกระเบนเกยตื้นตาย

03 มิ.ย. 2554

พระเทพฯพระราชทานเครื่องกลเติมอากาศแบบอัดอากาศและดูดน้ำ ช่วยบรรเทาวิกฤตน้ำเสียจากเรือบรรทุกน้ำตาลล่มในแม่น้ำเจ้าพระยา กระเบนยักษ์เกยตื้นตาย ขณะที่ชาวบ้านพากันออกหาจับปลา ผอ.โรงสูบน้ำดิบคลองประปาเผยคนกทม.ไม่ได้ผลกระทบ

วันที่ 3 มิ.ย.  ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์เรือขนส่งน้ำตาลปริมาณกว่า 2,400 ตัน ล่มบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา หมู่ 2 ต.ภูเขาทอง อ.เมือง จ.พระนครศรีอยุธยา ส่งผลให้ออกซิเจนในน้ำมีปริมาณลดลงก่อให้เกิดน้ำเน่าเสีย จนสร้างความเดือดร้อนให้แก่ราษฎรบริเวณดังกล่าวเป็นอย่างมาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานกรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา จึงพระราชทานพระราชกระแสให้สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา ประสานกับกรมชลประทานดำเนินการติดตั้งเครื่องกลเติมอากาศแบบอัดอากาศและดูดน้ำ RX-5C จำนวน 12 เครื่อง บริเวณหน้าวัดโพธิ์ทองบน วัดช่องลม วัดสลักเหนือ วัดโพธิ์บ้านอ้อย วัดเกาะพญาเจ่ง วัดกลางเกร็ด วัดบางพัง และวัดหงส์ทอง อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำบริเวณดังกล่าวที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเสียที่ไหลมาจากจ.พระนครศรีอยุธยา ให้มีคุณภาพดีขึ้น

 เครื่องกลเติมอากาศแบบอัดอากาศและดูดน้ำ RX-5C เป็นสิ่งประดิษฐ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตร เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2544 ในชื่อ “เครื่องกลเติมอากาศแบบอัดอากาศและดูดน้ำ” มีคุณสมบัติในการแก้ไขปัญหาน้ำเสียในแหล่งน้ำที่ไม่สามารถติดตั้งเครื่องกังหันน้ำชัยพัฒนาได้ โดยเครื่องกลเติมอากาศชนิดนี้สามารถดึงน้ำเสียที่อยู่ก้นบ่อเข้าผสมกับอากาศและเกิดคลื่นน้ำ ทำให้น้ำไหลหมุนเวียน น้ำเสียจะผสมกับออกซิเจนในอากาศ ซึ่งทำให้น้ำมีคุณภาพดีขึ้น

ขณะที่บรรยากาศที่หน้าวัดหงษ์ปทุมาวาส เขตเทศบาลเมืองปทุมธานี ปลาหน้าวัดที่มีเป็นจำนวนล้านตัว โดยเฉพาะปลามีเกร็ดได้โผล่หัวขึ้นมาหาอากาศหายใจเป็นจำนวนมาก ทำให้พระลูกวัดหงษ์ต้องทำงานหนักพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมือง ปทุมธานี ได้นำเครื่องสูบน้ำ เครื่องไดโว่นำมาตั้งสูบน้ำพ่นให้ปลาได้มีอากาศสดชื่นขึ้นบ้าง

 กรมประมงได้ส่งเจ้าหน้าที่เร่งเข้าช่วยเหลือปลาที่ลอยแพ เพื่อขึ้นมาหาออกซิเจนที่วังปลาวัดหงษ์และช่วยกันจับปลามาพยาบาลที่รถของประมงที่จอดรออยู่และจะนำปลาที่ช่วยเหลือได้ไปยังสถานที่พักฟื้นที่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ขณะที่เจ้าหน้าที่บางส่วนได้ขึ้นเรือออกสำรวจว่ามี ที่ใดที่จะช่วยได้บ้างพร้อมกับขอความสนับสนุนจากกรมเจ้าท่าในการนำเรือมาออกสำรวจ

 ขณะที่ชาวบ้านต่างเตรียมฉมวก และแห ตาข่าย เพื่อออกหาจับปลาและปลาที่ชาวบ้านจับได้ส่วนใหญ่เป็นปลาเกร็ดจำพวกปลา ตะเพียน และปลาน้ำลึก เช่นปลากดคัง ที่ขนาดตัวประมาณ 2-3 ก.ก. และยังมีปลาลิ้นหมาที่หาดูได้ยากและปลา เปคูหรือปลาจาระเม็ดน้ำจืดซึ่งมีขนาดน้ำหนักกว่า 10 ก.ก.

 ด้านนายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ได้ประกาศเขตพื้นที่อำเภอเมือง และอำเภอสามโคก เป็นเขตภัยพิบัติแล้ว เนื่องจากเสียในแม่น้ำเจ้าพระยาทำให้สัตว์น้ำตายเป็นจำนวนมาก และกว่าจะกับสู่สภาพเดิมธรรมชาติจะต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าปลาจะตัวโตกับมา เหมือนเดิมเท่าที่ชาวบ้านจับได้ นอกจากนี้ปลาสวายหน้าวัดต้องออกไปถึงกลางแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีน้ำไหลผ่าน เวียนตลอดเวลาเมื่อปลาเข้าฝั่งมันจะโผล่หัวลอยขึ้นมา และคาดว่าขณะนี้ปลาได้ตายจมลงไปใต้น้ำรอวันรุ่งขึ้นปลาเหล่านี้จะตายลอยขึ้น อืดอีกจำนวนมาก

พบอีกกระเบนยักษ์เกยตื้นตาย

 เมื่อเวลา 17.00 น.  นาง อุดมศรี ระวังการ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 106 ม. 1 ต.บ้านปทุม อ.สามโคก จ.ปทุมธานี แจ้งว่าพบปลาราหู หรือปลากระเบน เสียชีวิตอยู่ใต้ถุนบ้านซึ่งปลุกอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อไปตรวจสอบดูพบว่าชาวบ้านกำลังมุงดูกันจำนวนมาก โดยได้นำขึ้นมาวางอยู่ริมตลิ่ง วัดจากหัวจรดปลายหางยาว 4 . 32 เมตร ขนาดลำตัวกว้าง 2 . 3 เมตร   น้ำหนักกว่า 180 กิโกกรัม

 นางอุดมศรีกล่าวว่าเมื่อคืนได้ยินเสียงคล้ายคลื่นเรือกระทบฝั่ง แต่ไม่คิดว่าจะเป็นปลากระเบน จนกระทั่งช่วงสายได้มีเพื่อนบ้าน มาที่ใต้ถุนบ้านตนเพื่อมาดักตักปลาที่ลอยคอเนื่องจากผลกระทบเรือน้ำตาลทราย ล่ม หลังจากนั้นได้ไปเหยียบหลังตัวปลาครั้งแรกคิดว่าเป็นที่นอนเพราะสากๆ แต่พอเอามือไปลูบและโดนที่ปลายหางจนถูกหนามทิ่มแทงเป็นแผล จึงได้เรียกชาวบ้านมาดูพบว่าเป็นปลาราหูหรือปลากระเบนเสียชีวิตดังกล่าว พร้อมกันนี้ได้ติดต่อทางประมงจังหวัดฯเพื่อมานำซากปลาไปดำเนินการต่อไป   ส่วนชาวบ้านยังจับปลาเค้าได้อีกตัวประมาณ 9 กิโลกว่าและปลาม้าได้ ทำให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้นอีก วันละเกือบ 1,000 บาทอีกด้วย

 ผอ.โรงสูบน้ำดิบคลองประปาเผยคนกทม.ไม่ได้ผลกระทบ

            นายอดิศักดิ์ คงเจริญหลาย ผู้อำนวยการสถานีสูบน้ำวัดสำแล ต.บ้านกระแชง อ.เมือง จ.ปทุมธานี เปิดเผยว่า สถานีสูบน้ำวัดสำแล ถือเป็นสถานีต้นทางที่สูบน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา เข้าไปในคลองประปา เพื่อนำไปทำน้ำประปาให้คน กทม.ใช้ ถือว่าขณะนี้ ไม่มีผลกระทบใดๆแล้ว เพราะเรามีการติดตั้งเครื่องเติมอากาศลงไปในคลองเป็นจำนวนมาก ซึ่งจากการตรวจสอบคุณภพน้ำในขณะนี้ถือว่าดีมากอยู่ในเกณฑ์ปกติ คือคลองเรายาวถึง 30 กว่า กม.น้ำในคลองมีการไซฟ่อน ซึ่งถือว่าในขณะนี้น้ำในคลองประปา อยู่ในสภาพปกติ เรามีการดูแลอย่างดี