
โฟกัสชลบุรีผ่านนโยบายศก.พรรคการเมือง
ด้วยจำนวนที่ ส.ส. ที่มีมากถึง 8 คน ทำให้ จ.ชลบุรี ถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ในทางการเมืองที่ได้รับการจัดวางความสำคัญ โดยเฉพาะหากสามารถที่จะยึดครองที่นั่งได้ทั้งจังหวัด ด้วยเหตุนี้เองจึงเป็นที่มาของการจัดทำยุทธศาสตร์ของแต่ละพรรคการเมืองที่มีต่อ จ.ชลบุรี ซึ่งเ
พรรคการเมืองที่มีนโยบายต่อชลบุรีที่ชัดเจนคือ ได้แก่ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย และพรรคพลังชล ที่ชูนโยบายการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว การพัฒนาภาคอุตสาหกรรม และการพัฒนาชลบุรีให้เป็นเมืองท่าสมบูรณ์แบบ ความเคลื่อนไหวของทั้งสามพรรคการเมืองข้างต้น
เริ่มจากพรรคเพื่อไทย ที่จัดเวทีเพื่อระดมความคิดเห็นต่อแนวทางการพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออกที่มี ปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นผู้นำเสนอแนวทางของพรรคเพื่อไทยที่วางไว้คือ ภาคตะวันออกต้องมีการท่องเที่ยวตลอดไปและยั่งยืน โดยเฉพาะหาดพัทยา จะเห็นว่าปัญหาการกัดเซาะชายหาด จนทำให้ชายหาดหดหายไปนั้น จะต้องมีการจัดสรรงบประมาณเข้ามาฟื้นฟูด้วยการถมทราย ด้านการคมนาคม จะต้องมีแอร์พอร์ตลิงก์เชื่อมโยงจากสนามบินสุวรรณภูมิมาถึงเมืองพัทยา เพื่อลดปัญหาการจราจรและสนับสนุนการท่องเที่ยว ทำให้พัทยาเป็นเมืองท่าของการท่องเที่ยวในระดับสากล
"จากนี้ไปประชาชนในภาคตะวันออกจะต้องมีความสุข และมีเงินในกระเป๋า ภาคตะวันออกจะต้องเป็นเมืองท่องเที่ยว การท่องเที่ยวจะต้องยั่งยืนตลอดไป ส่วนการเป็นเมืองอุตสาหกรรมที่เป็นฐานการลงทุนเดิมอยู่แล้ว จะต้องลงทุนควบคู่กับสิ่งแวดล้อมที่ให้ความปลอดภัยกับประชาชนหรือชุมชน นี่คือแนวทางเศรษฐกิจที่พรรคเพื่อไทยวางเอาไว้ทั้งต่อชลบุรีและภาคตะวันออก" รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยระบุ
ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ นำเสนอแนวคิดให้เมืองพัทยา และจ.ชลบุรี ได้เป็นส่วนหนึ่งใน "มนต์เสน่ห์ของเอเชีย" : Rhythm of Asia ด้วยการนำเสนอในด้านวัฒนธรรม นักท่องเที่ยวที่ต้องการจะมาท่องเที่ยวในแถบประเทศเอเชีย จะต้องผ่านประเทศไทยเป็นประเทศแรก และพัทยา ได้ถูกกำหนดให้อยู่ในแผนที่ของแหล่งท่องเที่ยวระดับสากล ส่วนการสร้างเสริมศักยภาพความสะดวกของการท่องเที่ยวให้แก่ภาคตะวันออก
ประกอบด้วย การสนับสนุนโครงการรถไฟความเร็วสูง ไฮสปีดเทรน เชื่อมภาคเหนือ กรุงเทพฯ ภาคตะวันออกรวมถึงพัทยา ชลบุรี ไปสิ้นสุดที่ จ.ตราด ขณะที่นโยบายการพัฒนาในด้านโลจิสติกส์ ในระบบการขนส่ง และภาคอุตสาหกรรม พรรคประชาธิปัตย์ มีแผนที่จะพัฒนาท่าเรือชายฝั่งเพื่อการพาณิชย์ (ท่าเทียบเรือแหลมฉบัง) ให้เป็นเมืองท่าพิเศษ ภายใต้โครงการฮาร์เบอร์ซิตี้ (Harbor City)
รูปแบบของโครงการนี้คือการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมปลอดมลพิษ โดยเฉพาะแหลมฉบัง ใน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นเมืองท่าเรือ และมีโรงงานอุตสาหกรรมหนัก จะมีการกำหนดพื้นที่ท่าเรือให้อยู่ในเฉพาะแหลมฉบัง โดยมีพื้นที่บริเวณบ้านโรงโป๊ะ เป็นพื้นที่กันชนไม่ให้ภาคอุตสาหกรรม หรือแม้แต่ป้องกันมลพิษจากอุตสาหกรรมไม่ให้ลุกลามเข้ามาในพื้นที่ของภาคการท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์อย่างชายหาดพัทยาได้
ด้านนโยบายการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมปลอดมลพิษที่เสนอโดยพรรคประชาธิปัตย์ จะไม่จำกัดเพียงแต่ในส่วนของพื้นที่แหลมฉบังเท่านั้น ยังรวมไปถึงแผนการพัฒนาในภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ จ.ระยอง และพื้นที่อื่นๆ ในภาคตะวันออกด้วยเช่นกัน ภายใต้แผนการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมว่า Eco town หรือ Ecology town ซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมในประเทศ ปลอดมลภาวะโดยสิ้นเชิง
"ทั้งเมืองพัทยา และจ.ชลบุรี เป็นเมืองเศรษฐกิจหลัก และเป็นฐานการลงทุนของภาคอุตสาหกรรม ดังนั้น การลงทุนในอุตสาหกรรมนับจากนี้ไป จะต้องเป็นอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อชุมชน เป็นอุตสาหกรรมที่สมบูรณ์แบบ พรรคประชาธิปัตย์ยังมีนโยบายที่จะทำเมืองท่าในภาคตะวันออกให้เป็นเมืองท่าที่มีความสมบูรณ์ จะเห็นว่าในส่วนของเมืองพัทยาซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญนั้น ปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท เพื่อพัฒนาเมืองพัทยา รวมไปถึงการพัฒนาเชิงโครงสร้างทั้งระบบ" อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวระหว่างการลงพื้นที่หาเสียงที่ จ.ชลบุรี
สำหรับนโยบายการพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออก และเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ที่น่าจับตาอีกพรรคหนึ่าก็คือ พรรคพลังชล ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่มีฐานการเมืองอยู่ใน จ.ชลบุรี โดยมี ดร.เชาว์ มณีวงศ์ เป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งยุทธศาสตร์ที่พรรคการเมืองแห่งนี้ให้ความสำคัญก็คือ การพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออกและ จ.ชลบุรี แนวทางที่พรรคพลังชล วางเอาไว้คือการพิจารณาภายใต้พื้นที่ฐานที่ จ.ชลบุรีเป็นเมืองที่มีรายได้อันดับที่ 2 ของประเทศ ทั้งจากภาคอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว
ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำคือการบริหารจัดการที่ดี เพราะที่ผ่านมาหลายรัฐบาลแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า พรรคพลังชลจะเข้ามาวางรากฐานการจัดการอย่างมีแบบแผน ทั้งด้านการเกษตรซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญของประเทศ ด้วยการบริหารจัดการในเรื่องทรัพยากรของน้ำ ขยายน้ำกิน-น้ำใช้ไปยังไร่ภาคเกษตรและภาคและอุตสาหกรรม บริหารจัดการในเรื่องท่องเที่ยวกีฬาและวัฒนธรรม
ทั้งจะมีการผลักดันให้มีมหาวิทยาลัยท่องเที่ยวนานาชาติ สร้างกีฬาพัฒนาสู่อาชีพ เพื่อสนับสนุนกิจกรรมการท่องเที่ยวในเมืองพัทยา และจ.ชลบุรี ด้านโครงสร้างขั้นพื้นฐาน จะต้องพัฒนาให้ขยายออกไปสู่ส่วนชนบท ส่วนเกษตรกรรม อุตสาหกรรม จะส่งเสริมให้เกิดการพัฒนา เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มในผลิตภัณฑ์ จนนำไปสู่เกษตรอุตสาหกรรม ที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน
"เท่าที่ได้ติดตามถึงแนทางของพรรคการเมืองที่มีต่อการพัฒนา จ.ชลบุรีและภาคตะวันออก จะเห็นว่าแต่ละพรรคยังไม่ได้ให้มีความชัดเจนในเรื่องของการท่องเที่ยวเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการทำการตลาดและประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยว ทุกพรรคจะพูดถึงเรื่องการชูนโยบายด้านโครงสร้างพื้นฐาน และการขนส่งมวลชนเป็นหลัก แต่ไม่เน้นไปว่าทำอย่างไร ที่จะทำให้เจาะลึกถึงการทำการตลาดการท่องเที่ยว การรักษาสภาพแวดล้อมของสินค้าท่องเที่ยว เช่นแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ควรจะมีการพัฒนาฟื้นฟู นอกจากนี้ ในเรื่องของระบบน้ำประปา และระบบไฟฟ้า ซึ่งเป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ ก็อยากจะให้เข้ามาดูแลเพื่อนำพัทยาไปสู่เมืองท่องเที่ยวในระดับเวิลด์คลาสเทียบเท่านานาประเทศ" จำรูญ วิศวชัยพันธ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี สะท้อนความเห็น
เหล่านี้คือภาพของพัทยาและเมืองชลบุรี ที่แต่ละพรรคการเมืองได้วางแนวทางเอาไว้ ที่จะนำไปสู่การขับเคลื่อนหากได้เป็นรัฐบาล เป็นการนำเสนอแนวทางเพื่อเรียกแรงจูงใจจากผู้มาใช้สิทธิ์ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายคือการเพิ่มจำนวน ส.ส. เพื่อสร้างโอกาสของการเป็นรัฐบาล
ศุภกร อรรคนันท์/คัมภีร์ อาบสุวรรณ์



