
นายตำรวจเกรดเอ..."จริยธรรม"เต็มร้อย
"ถึงไหนแล้วน้อง มาให้ถึงที่ทำงานพี่ก่อน 4 โมงเย็นได้ไหม เดี๋ยวพี่กลับไม่ทันรถสวัสดิการ คำสำทับก่อนวางสายของ พ.ต.ท.บัญชา กาวิชัย รอง ผกก.ฝอ.7 บก.อก.ภ.6 ยังกึกก้องในความทรงจำ เมื่อคราวที่ "คม ชัด ลึก" มีโอกาสพูดคุยกับ "นายตำรวจมือสะอาด" ระดับคะแนนจริยธรรม
“มันเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจที่สุด ในฐานะพ่อคนหนึ่ง ที่สามารถจะประคับประคองเลี้ยงดูเขาจนเติบโต มีหน้าที่การงานที่ดี หลักๆ ก็ไม่มีอะไรมาก อยากให้เขาเป็นอย่างไร ก็เป็นตัวอย่างให้เขาเห็น อยากให้เขาอ่านหนังสือก็อ่านเป็นเพื่อนเขา บางทีก็แกล้งๆ ไม่ได้อ่านจริงหรอก (ฮา) บางครั้งเขาอยากได้มือถือรุ่นใหม่ราคาแพง ก็บอกเขาว่าตอนนี้รายได้ไม่พอต้องเอาเงินไปใช้ในสิ่งที่จำเป็นก่อน แต่ก็สัญญาว่าหากวันใดเงินพอมี และไม่เดือดร้อนจะซื้อให้ ผมเชื่อว่าอธิบายด้วยเหตุผลเขาก็จะเข้าใจ เช่นเดียวกับลูกน้องผมก็จะสอนเขาแบบนี้ จนลูกน้องหลายๆ คนยอมนั่งรถสวัสดิการกลับบ้านแทนที่จะขับรถมาเอง” พ.ต.ท.บัญชาเผยถึงความภูมิใจที่ใช้ชีวิตเป็นแบบอย่างที่ดีๆ แก่ลูกๆ และลูกน้อง
สำหรับเป้าหมายที่แท้จริงของ พ.ต.ท.บัญชา นั้นอยากเป็น "ผู้พิพากษา" แต่โชคชะตาพัดพาให้มาเป็น "ตำรวจ" ตลอดชีวิตรับราชการตำรวจก็ไม่เคยอยู่ในพื้นที่เกรดเอ เพราะไม่อยากวุ่นวายหรือไปใกล้ชิดกับแหล่งผลประโยชน์ เพราะอาจมาทำลายชื่อเสียงและเกียรติยศของเขา
“ผมเป็นคนพูดตรงไปตรงมาไปประจำอยู่บนโรงพักคงไม่ได้ พอช่วงฤดูการโยกย้ายก็ไม่เคยไปวิ่งเต้นที่ไหน อยู่ตรงนี้ อยู่อย่างพอเพียง ก็ไม่เห็นเดือดร้อนอะไร ผมรับราชการมา 22 ปี ไม่เคยเปลี่ยนรถ รถยนต์ก็เป็นเก๋งเก่าๆ คันหนึ่ง แค่ขอให้มันขับพาเราไปไหนมาไหนก็พอ แต่ทุกวันนี้ก็จอดไว้บ้าน นั่งรถสวัสดิการมาทำงาน ไม่เห็นจำเป็นต้องเอารถส่วนตัวมาทำงาน แค่เราตรงต่อเวลา ช่วยประหยัดทั้งเงินส่วนตัวและช่วยชาติประหยัดพลังงาน” พ.ต.ท.บัญชาบอกอย่างภูมิใจ
การครองชีวิตของ พ.ต.ท.บัญชา ยึดมั่นอยู่กับความสมถะ ไม่ฟุ้งเฟ้อ ซึ่งสะท้อนออกมาในรูปแบบของการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน และเมื่อคราวที่กองบัญชาการศึกษา ประกาศผลการทดสอบ "หลักสูตร ผกก.73 " ในวิชาจริยธรรมตำรวจ ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย สามารถสอบวิชานี้ได้คะแนนเต็ม 100% หนึ่งในนั้นคือ พ.ต.ท.บัญชา นั่นเอง
อาจเป็นด้วยหน้าที่การงานที่เสริมส่งให้ พ.ต.ท.บัญชา ทำคะแนนวิชาจริยธรรมได้เต็มร้อย เพราะคลุกคลีกับปัญหาการร้องเรียนเกี่ยวกับความประพฤติไม่เหมาะสมในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 6 และติดตามพิสูจน์เรื่องร้องเรียนดังกล่าว เพื่อลงโทษทางวินัยตำรวจรายนั้นๆ จนจบกระบวนการ
“ต้องยอมรับว่าในสังคมเรา คนทุกกลุ่มต่างมีดีมีเลวปะปนกันไป ตำรวจก็เช่นกัน ผมอยู่ตรงนี้ ได้เห็นเรื่องร้องเรียนเข้ามาทุกวัน ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านร้องเรียนเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรมากที่สุด บางรายก็ถูกกลั่นแกล้ง บางรายก็ไปไถเงินเขาจริง การทำงานในหน้าที่ของผม ต้องทำงานอย่างตรงไปตรงมา บางครั้งเคยถูกเรียกไปต่อว่าต่อขานก็มี แต่ผมไม่กลัวเพราะเป็นเรื่องจริง”พ.ต.อ.บัญชาบอกกลั้วเสียงหัวเราะ
โดยเฉพาะช่วงเลือกตั้งนี้ อาจจะพบปัญหาตำรวจถูกร้องเรียนมากเป็นพิเศษนั้น พ.ต.ท.บัญชาย้ำว่า ตำรวจต้องเป็นกลางที่สุด และหากมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมตำรวจเข้ามา ก็จะตรวจสอบไปตามหน้าที่โดยไม่เกรงกลัวอิทธิพลใดๆ ทั้งสิ้น
"ผมอยากให้ทั้งนักการเมืองและตำรวจ รู้จักการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งมีหน้าที่รักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนความมั่นคงในราชอาณาจักร อำนวยความยุติธรรม ให้ความเสมอภาคแก่ประชาชน เป็นธรรม มีมาตรฐาน เชื่อว่าหากนำไปปฏิบัติ เพราะหากสามารถทำได้แล้วสังคมไทยคงจะไม่มีเรื่องการแตกแยก แย่งชิงผลประโยนช์อย่างแน่นอน" พ.ต.ท.บัญชากล่าวทิ้งท้าย



