ข่าว

กว่าจะถึงวันนี้

กว่าจะถึงวันนี้

04 มิ.ย. 2554

มาแถวๆ ซอยสวนพลู จึงแวะเข้าไปเตร็ดเตร่ในสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง นึกถึง พ.ต.อ.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบก.สส.สตม. หรือ "รองอิท" จึงแอบเข้าไปทักทาย...เพียงแค่แง้มประตูก็เจอรอยยิ้มแห่งมิตรภาพจากนายตำรวจหนุ่มรูปงามดั่งพระเอกหนังฮ่องกง(อิอิ) แถมกิริยามารย

 "พี่เป็นคนตรงไปตรงมาและเปิดเผย มีเหตุผล พี่เป็นคนไม่ดุเท่าไหร่ ชอบฟังคนอื่นแล้วคิดตาม ถ้าเราไม่ฟังก็ไม่รู้ว่าลูกน้องคิดยังไง จึงต้องฟังในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นมิติของผู้ใต้บังคับบัญชา มิติผู้บังคับบัญชา ถ้าเราย่ำอยู่กับที่ไม่ปรับปรุง มันก็อยู่ไม่ได้" รองอิท เปิดเผยตัวตน

 ส่วนฝีมือการทำงานของ พ.ต.อ.อิทธิพล ก็ไม่ธรรมดา ผ่านคดีต่างๆ มามากมาย ไม่ว่าจะเป็นคดีคนร้ายข้ามชาติ, จับกุมแรงงานต่างด้าว,ขบวนการค้ามนุษย์, คดีลักลอบค้าประเวณี แถมได้รางวัลติดปลายนวมมาเป็นกำลังในการทำงานมากกมาย

 แต่คดีที่ประทับใจสุดๆ คือ คดีของวูล์ฟกัง อดีตมาเฟียคนสำคัญชาวเยอรมัน ที่หนีมาซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทยเป็นครั้งที่ 2 สมัยนั้น "รองอิท" ยังเป็นผู้กำกับเมืองพัทยา และมองว่า "วูล์ฟกัง" น่าจะกลับมาล้างแค้นทวงคืนธุรกิจ จึงเริ่มสืบสวนจากลูกน้องเก่าจนรู้ว่าอยู่ที่ไหน จนจับกุมได้ที่สุด

 "ที่ประทับใจคดีนี้ เพราะว่ามีผลต่อความมั่นคงของประเทศ แถมเป็นการป้องกันไม่ให้เหตุเกิด การทำงานที่ดีที่สุดคือการไม่ให้เหตุเกิด ถ้ารู้ว่าเหตุจะเกิดเราต้องปรามไม่ให้เกิด" พ.ต.อ.อิทธิพล บอกถึงหลักการทำงานของตำรวจที่ดี

 "รองอิท" ยังบอกอีกว่า การทำงานสืบสวนนั้นไม่ยากหรอก แต่ต้องรักในอาชีพตำรวจ ต้องซื่อสัตย์กับอาชีพที่สำคัญต้องมีความสามัคคีกลมเกลียวในหมู่คณะ งานถึงจะสำเร็จได้ และในฐานผู้บังคับบัญชายังบอกถึงเทคนิคซื้อใจลูกน้องให้ทำงานให้ได้ดั่งใจนั้น ต้องสร้าง "ศรัทธา" ให้เกิดก็จะเกิดการยอมรับนั่นเอง

 ...แรกก้าวเข้ามาในห้องทำงานของ พ.อ.ต.อิทธิพล กระจอกข่าว รู้สึกแปลกตากับรูปที่ติดอยู่ในห้อง แทนที่จะเป็นภาพสวยๆ ที่ใช้ประดับฝาผนังทั่วไป กลับเป็นภาพห้องทำงานซ้อนกันอยู่ 3 ภาพ ภาพแรกห้องเก่าๆ โทรมๆ ที่ว่างเปล่า ภาพที่ 2 คนงานกำลังซ่อมแซมปรับปรุงห้อง และภาพสุดท้าย ห้องทำงานใหม่เอี่ยมอ่อง มีรูปลักษณ์ต้องตามหลักฮวงจุ้ย โดยมี "รองอิท" นั่งอยู่บนโต๊ะทำงาน มีข้อความอยู่ด้านบนว่า "กว่าจะถึงวันนี้" ซึ่งบรรจุอยู่ในกรอบไม้ ...

 "กว่าจะเป็นรองผู้การ..." พ.ต.อ.อิทธิพล เฉลยด้วยรอยยิ้ม พร้อมอธิบายว่า พี่เป็นเด็กต่างจังหวัดคนหนึ่ง เป็นลูกชาวบ้านคนหนึ่ง กว่าจะเข้ามาถึงจุดนี้ได้ ก็ต้องมีผลงานมีประวัติ ...จึงนำภาพนี้มาติดไว้คอยเตือนสติทุกคน เพราะกว่าจะเป็นวันนี้มันไม่ได้ง่าย กว่าจะสร้างบ้านต้องมีฐานที่ดี ไม่ใช่ฝนตกลมพายุมาบ้านพัง ตอนเด็กๆ ก็ต้องมุมานะ การทำงานทำด้วยประสบการณ์ ความรู้ได้จากการเรียนที่โรงเรียนนายร้อย มาบวกกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ตลอดจนวิสัยทัศน์ต่างๆ ย่อมทำให้เกิดความสำเร็จได้

 "ทุกคนต้องมีอดีต ก็เลยเอามาติดไว้ให้เตือนตัวเองด้วย"

 แหม!! ภาพเพียงภาพเดียวแทนถ้อยคำเป็นร้อยพันจริงๆ  (อิอิ)