
อุ้มเด็กลูกครึ่งวัย3ขวบร.ร.ดังบางมด
4 คนร้ายแต่งกายคล้ายตร.นอกเครื่องแบบ ขี่จยย.ปาดหน้ารถตู้รับ-ส่งนักเรียนโรงเรียนดังย่านบางมด ก่อนอุ้มเด็กลูกครึ่งวัย 3 ขวบออกจากรถซิ่งหนีไปทางพระราม 2 ขณะที่แม่เชื่อฝีมือ อดีตสามีชาวต่างชาติ ที่เลิกราไปนานแล้ว เพราะทนถูกทำร้ายร่างกายไม่ไหว วอนขอตัวลูกคืน
เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 3 มิถุนายน พ.ต.ท.สุนัน อ้นหนองปรง พนักงานสอบสวน (สบ 3) สน.บางมด รับแจ้งมีกลุ่มคนร้ายลักพาตัวเด็กจากรถตู้โรงเรียน ภายในซอยหมู่บ้านอมรชัย ถนนพระราม 2 ซอย 36 แขวงบางมด เขตจอมทอง กทม.จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.จีรศักดิ์ ขำคง รอง ผบก.น.8 พ.ต.อ.เศรษฐศักดิ์ ยิ้มเจริญ ผกก.สน.บางมด พ.ต.ท.พิพัฒน์ บุญเพ็ชร์ รอง ผกก.สส.ฯ พ.ต.ท.ธวัชชัย ศรีสุรางค์ รอง ผกก.ปป.ฯ และกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางมด
ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณปากซอยพบรถตู้ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคอมมิวเตอร์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฮค 368 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถตู้รับส่งนักเรียนของโรงเรียนย่านสุขสวัสดิ์จอดอยู่ โดยมีเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล ประมาณ 10 คน นั่งอยู่บนรถด้วยท่าทีอกสั่นขวัญแขวนจากเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านไปสดๆ ร้อนๆ
สอบสวนนายธนงค์ แนวพันธ์อัศว อายุ 37 ปี คนขับถตู้ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุขับรถตระเวนไปรับเด็กนักเรียนตามบ้านเหมือนที่เคยทำทุกวัน โดยก่อนหน้านี้เพิ่งขับไปรับ ด.ช.อีเด็น การ์เร็ต หรือน้องอีเด็น อายุ 3 ปี 3 เดือน นักเรียนชั้นอนุบาล 1 ที่บ้านพักในซอยหมู่บ้านชัยกูล ถนนพระราม 2 ซอย 42 จากนั้นก็ขับรถเข้ามารับเด็กอีก 2 คนที่หมู่บ้านอมรชัย ระหว่างที่ตนกำลังกลับรถออกจากซอยมีคนร้าย 4 คน เป็นชาย 3 คน และหญิง 1 คน ใช้รถ จยย.แบบผู้หญิงไม่ทราบยี่ห้อรุ่นเป็นยานพาหนะ จำนวน 2 คัน ขับเข้ามาดักหน้ารถ จากนั้นชายทั้ง 3 คน ซึ่งแต่งกายใส่เสื้อคลุมสีดำมีเครื่องหมายตราโล่ นุ่งกางเกงสีกากี คล้ายตำรวจนอกเครื่องแบบ เดินเข้ามาหาตนอ้างตัวเป็นตำรวจสังกัด สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี ขอตรวจค้นของต้องสงสัยในรถ ตนจึงให้ความร่วมมือด้วยการลงจากรถไปเปิดประตูด้านหลังให้ตรวจสอบ
"ระหว่างนั้นคนร้ายที่เป็นผู้หญิงอายุประมาณ 30 ปี ตัดผมซอยสั้น แต่งกายคล้ายๆ กับพวกผู้ชายก็เดินถือรูปถ่ายของ น้องอีเด็น ไปเปิดประตูด้านข้างรถแล้วพูดขึ้นว่า นี่ไงเด็กคนนี้ จากนั้นหญิงดังกล่าวก็อุ้มตัว น้องอีเด็น ซึ่งนั่งบนเบาะติดกับประตูลงไปกระโดดขึ้นรถ จยย.ขณะนั้นครูพี่เลี้ยงซึ่งนั่งอยู่ติดกันกับเด็กก็พยายามยื้อยุดฉุดกระชากแล้ว แต่คนร้ายทั้งหมดก็พากันเร่งเครื่องหลบหนีไปทางถนนพระราม 2 ขาเข้าอย่างรวดเร็ว พอรวบรวมสติได้จึงรีบโทรศัพท์แจ้งแม่เด็กก่อนประสานให้ตำรวจเดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที " นายธนงค์กล่าว
ต่อมานางณัฐกฤษตา ฟองเมือง อายุ 39 ปี พนักงานฝ่ายสินเชื่อ สถาบันการเงินซิตี้แบงก์ อยู่บ้านเลขที่ 22 ถนนลาดพร้าว 101 ซอย 56 แยก 5 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม.ซึ่งเป็นแม่เด็ก ได้เดินทางมาที่ สน.บางมด พร้อมเปิดเผยว่า ตนค่อนข้างแน่ใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นคือนายเจฟฟรี่ย โจเซฟ จูเลียน่า อายุ 58 ปี พ่อน้องอีเด็น และเป็นอดีตสามีตนต้องรู้เห็นอย่างแน่นอน โดยก่อนหน้านี้ทั้งตนและนายเจฟฟรี่ยต่างเลิกรากันไปมีครอบครัวใหม่ตั้งแต่น้องอีเด็นอายุได้ 9 เดือน เหตุเพราะตนทนไม่ไหวที่นายเจฟฟรี่ย ชอบอาละวาดทำร้ายร่างกาย ซึ่งหลังจากเลิกกันแล้วนายเจฟฟรี่ย ก็ยังโทรศัพท์มาข่มขู่บอกจะลักพาตัวลูกไปอยู่บ่อย จนเมื่อวันที่ 10 พ.ค.54 ตนต้องตัดสินใจเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.บางมด มาแล้วครั้งหนึ่ง ไม่คาดคิดคิดว่าลูกจะมาถูกลักพาตัวไปจนได้
นางณัฐกฤษตา กล่าวต่อไปว่า พอตนทราบข่าวว่าลูกถูกลักพาตัวไป นายเจฟฟรี่ยก็โทรศัพท์มาหาบอกตนว่าจะไม่ได้เจอหน้าลูกอีกตนจึงค่อนข้างเชื่อแน่ว่า นายเจฟฟรี่ย ต้องรู้เห็นเรื่องนี้อย่างแน่นอน สำหรับนั้นนายเจฟฟรี่ย นั้นเมื่อก่อนเคยแสดงภาพยนตร์เรื่องบางกอกอะดีนาลีน เล่นเป็นมาเฟียคุณพ่อของนางเอก คือ “น้องปู” ไปรยา สวนดอกไม้ ต่อมาก็ไม่ได้ทำงานอะไรครั้งสุดท้ายที่ติดต่อมาหาเคยบอกไว้ว่าอาศัยอยู่ที่พัทยา กับภรรยาคนใหม่
"อยากฝากบอกผ่านสื่อมวลชนไปด้วยว่า ขอให้นำลูกมาคืนด้วย เพราะดิฉันสามารถเลี้ยงดูน้องอีเด็น ได้อยู่แล้ว ถ้าอยากเจอหน้าลูกก็ให้มาหาวันเสาร์-อาทิตย์ และหากอยากช่วยเหลือก็สามารถส่งเงินค่าเทอมมาช่วยกันก็ได้แต่อย่ามาลักพาตัวลูกไปอย่างนี้เลย " นางณัฐกฤษตากล่าว
ด้าน พ.ต.ท.พิพัฒน์ บุญเพ็ชร์ รอง ผกก.สส.สน.บางมด เปิดเผยว่า เท่าที่ฟังจากเหตุการณ์คนร้ายทั้ง 4 คนไม่น่าจะเป็นข้าราชการตำรวจอย่างแน่นอน แต่แอบอ้างตัวให้ดูน่าเชื่อถือมากกว่า ส่วนมูลเหตุคงเป็นเรื่องขัดแย้งกันภายในครอบครัว โดยทั้งนางณัฐกตา และ นายเจฟฟรี่ย ต่างก็เคยแจ้งความดำเนินคดีเรื่องข่มขู่กันมาก่อน และยังมีท่าทีด้วยว่าทั้งคู่กำลังฟ้องร้องเรื่องหย่าร้างกัน
ตอนนี้ตำรวจค่อนข้างแน่ใจว่าน้องอีเด็นน่าจะอยู่กับนายเจฟฟรี่ย ก็จะเร่งรัดติดตามตั นายเจฟฟรี่ย มาสอบสวนและตกลงกันว่าเด็กควรอยู่กับใคร การลักพาตัวเด็กถือเป็นเรื่องใหญ่ทั้ง นายเจฟฟรี่ย กับคนร้ายผู้ลงมือทั้ง 4 คน อาจถูกแจ้งข้อหาร่วมกันลักพาตัวเด็กและร่วมกันข่มเหงผู้อื่นให้ได้รับการกระทบกระเทือนจิตใจ เข้าใจว่าหลังจากนี้ นายเจฟฟรี่ย น่าจะติดตามข่าวสารผ่านทางสื่อมวลชน จึงขอให้เข้ามาพบพนักงานสอบสวน สน.บางมด โดยด่วนเพื่อตกลงกันให้รู้เรื่อง
ด้านพ.ต.ท.สุนัน อ้นหนองปรง พนักงานสอบสวน (สบ 3) สน.บางมด เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำ นางณัฐกตามารดาของเด็กทราบว่าผู้ที่นำตัวเด็กไปคือนายเจฟฟรี่ย ซึ่งเป็นสามีถูกต้องตามกฏหมายแม้จะแยกกันอยู่แต่ทั้งคู่ก็ยังไม่จดทะเบียนหย่า ในแง่กฏหมายจึงเป็นสิทธิ์ที่จะนำลูกไปได้ และจากการปรึกษากับหลายฝ่ายเรื่องนี้คงจะดำเนินคดีกับอีกฝ่ายไม่ได้ เพราะเป็น เรื่องภายในครอบครัว หากยังไม่มีการนำเด็กมาคืนก็ต้องใช้อำนาจศาลในการพิจารณาว่าจะให้เด็กอยู่กับใคร อย่างไรก็ตามขั้นตอนนี้ต้องถือว่าทั้งสองฝ่ายเป็นพ่อแม่เด็กถูกต้องตามกฏหมาย



